ส.กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสะเทือน หลังชื่อ 'กำนันนก' ดังทั่ว ปท. ย้ำ ดีก็ว่าดี ชั่วก็คือชั่ว ไม่ปะปน
ส.กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านสะเทือน หลังชื่อ “กำนันนก” ดังทั่ว ปท. ย้ำ ดีก็ว่าดี ชั่วก็คือชั่ว ไม่ปะปน แนะ อิทธิพลต้องปราบทุกอาชีพ
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2566 นายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกํานันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงภาพลักษณ์ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ หลังเกิดกรณีเรื่อง “กำนันนก” ว่า เราต้องยอมรับว่า กรณีนี้มีเรื่องราวที่เกี่ยวพันกันมาอย่างยาวนาน พอเกิดเรื่องถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นมา คำว่า “กำนัน” ก็ต้องเหมารวม ยอมรับว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์กล่าวถึง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปในทางที่ไม่ดี มีการใช้คําพูดโจมตี กล่าวหา ในด้านเสื่อมเสีย ถูกตีตราว่า เป็นผู้มีอิทธิพล ส่งผลต่อองค์กรกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอย่างรุนแรงมาก
ในนามองค์กรขอเรียนว่า ในสภาวะข่าวในปัจจุบันนี้ ที่มีผู้กล่าวหาว่า พวกเรากํานัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีอิทธิพล องค์กรกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ของพวกเรา กํานัน 7,255 ตําบล ผู้ใหญ่บ้าน 75,032 หมู่บ้าน ในองค์กรของพวกเรา ตําแหน่ง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทั้งประเทศ รวม 298,713 คน พวกเราทุกคน ล้วนทําหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละต่อสังคมและประเทศชาติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้องคาพยพทุกอย่างที่มี ทั้งของตนเองและครอบครัว เพื่อช่วยเหลือสังคม และทําดี ปฏิบัติดี เพื่อให้งานในหน้าที่ตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เป็นที่พึ่งพาของพี่น้องประชาชน มาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา พวกเราทําความดีด้วยใจจิตอาสา
ขอขอบคุณกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทุกท่าน ที่ยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และต้องมีจิตใจที่หนักแน่น ต่อคํากล่าวหาว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้มีอิทธิพล ขอให้ทุกคนจงสร้างความดี สร้างบารมี จนเป็นเหตุแห่งการขนานนามให้สังคมได้เห็นว่า ความดี ความเสียสละ เป็นบ่อเกิดแห่งบารมี จนทําให้เป็นผู้มีอิทธิพลในด้านการทําความดี การประพฤติดี เป็นแบบอย่างของผู้เสียสละ เพื่อประโยชน์สุขต่อสังคม
หากมีใครในตําแหน่งของพวกเรา ประพฤติตนเสื่อมเสีย ทําผิดกฎหมาย ทําร้ายผู้อื่น บุคคลเหล่านั้นจะต้องถูกดําเนินคดี ลงโทษตามกฎหมาย มากกว่าบุคคลภายนอกอย่างแน่นอน เพราะท่านเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่บังอาจทําผิดกฎหมายเสียเอง
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่า พวกเรากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ประพฤติตนเช่นนี้ในองค์กรมีไม่กี่คน เขาเหล่านั้นจะต้องรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมต่อไป รวมถึงถูกลงโทษตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น
นายดำ (ขอสงวนนามสกุล) อดีตกำนันคนดังของเมืองนคร กล่าวว่า ชินแล้วกับคำว่า “กำนันผู้มีอิทธิพล” สมัยก่อนไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง อิทธิพลในการดูแลลูกบ้าน ใครมาทำยุ่มย่ามกับลูกบ้าน ตามไปรบกันถึงต่างถิ่นเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกบ้าน ถึงขั้นยิงกันก็มี แบบบั้นเรียกว่ากำนันมีคุณธรรม แต่ปัจจุบันเรียกกำนันโจร ทุกอาชีพมีหมด แล้วต่อท้ายด้วยคำว่า “โจร”
ความหมายของผู้มีอิทธิพล ไม่ได้เป็นแบบนี้ เหมือนที่นครศรีธรรมราช ตำรวจก็อยู่กับโจร ให้ความคุ้มครองโจรก็มาก นักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นโจรก็มาก ทั้งเทาอ่อน ไปจนถึงเทาเข้ม เรียนผู้การโจ๊ก ลงมาปราบให้หมดเสียที เยอะแยะไปหมด โยงใยจากใต้ขึ้นเหนือ ยังคาราคาซัง เยอะแยะ
“ผมไม่ตกใจ กรณี กำนันนก เราต้องดูจากพื้นฐาน การอบรมสั่งสอนและสิ่งแวดล้อม พ่อแม่ไม่ควรส่งเสริมให้ลูกทำแบบนี้ อายุยังน้อยทำแบบนี้ได้ ถ้าอายุมากกว่านี้แล้วจะเป็นแแบบไหน เช่นกัน วาระการดำรงตำแหน่งควรลดลง ให้เหลือคราวละ 4-5 ปี ถ้าทำดีก็ให้อยู่ทำงานต่อ ถึงแม้ว่าจะซื้อตำแหน่งเข้ามาทำหน้าที่ ก็ 4-5 ปี ก็หมดวาระ อย่าเลือก เลือกมาแล้วไม่พัฒนาบ้านเมืองก็เลิก เลือกมาแล้วมาเป็นหัวหน้าโจร ก็ให้ตำรวจจับ ตำรวจอย่ามาคุ้มครองโจรก็จบเท่านั้นเอง”