กองทัพไนเจอร์ก่อรัฐประหาร เป็นรอบที่ 4 ในประวัติศาสตร์ แต่อัตราการ ‘ยึดอำนาจ’ ยังน้อยกว่าไทยหลายเท่า
เมื่อคืนนี้ (27 กรกฎาคม 2023) กองทัพไนเจอร์ประกาศทำรัฐประหารผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ โดยอ้างว่า กองทัพได้ถอดถอน โมฮาเหม็ด บาซูม (Mohamed Bazoum) ประธานาธิบดี พร้อมจับกุมตัวในทำเนียบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“กองกำลังป้องกันและความมั่นคง (…) ตัดสินใจที่จะยุติระบอบการปกครองที่ประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“การรัฐประหารเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของความมั่นคง ความย่ำแย่ของสังคม และการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจ”พันเอก อามาดู อับดรามาเน (Amadou Abdramane) กล่าวเสริมต่อว่า พรมแดนของประเทศถูกปิดทั้งหมด และนับแต่นี้ไนเจอร์ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเคอร์ฟิว โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 05.00-22.00 น.
บนหน้าสื่อปรากฏภาพอับดรามาเนนั่งขนาบข้างเจ้าหน้าที่อีก 9 นาย สวมชุดเครื่องแบบเต็มยศ ซึ่งพวกเขาเรียกตนเองว่า ‘สภาแห่งชาติพิทักษ์มาตุภูมิ’ (National Council for the Safeguarding of the Country) ขณะที่นั่งอ่านแถลงการณ์และเตือนประชาชนให้ระวัง ‘การแทรกแซงจากต่างชาติ’
นับเป็นการยึดอำนาจครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของไนเจอร์ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจนในการรัฐประหาร แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า กองทัพไนเจอร์ใช้ประเด็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ และการคอร์รัปชันเป็นข้ออ้างในการขับเคลื่อนตามประกาศข้างต้น
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยซึ่งตัวเลขการ ‘ยึดอำนาจ’ อยู่ที่ 13 ครั้ง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 1932 หรือเฉลี่ยไม่ถึง 10 ปี ต่อ 1 ครั้้ง พบว่าอัตราการรัฐประหารของประเทศไทยสูงกว่าไนเจอร์ถึง 3 เท่า
กลับมาที่ประเทศไนเจอร์ ย้อนกลับไปในปี 2021 กองทัพไนเจอร์พยายามยึดทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนบาซูมจะเข้าพิธีสาบานตนในตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน หากเชื่อมโยงกับภูมิภาค สถานการณ์ในไนเจอร์เป็นการยึดอำนาจครั้งที่ 7 ในแอฟริกากลางและตะวันตกตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งมีสาเหตุคือ ความไม่พอใจต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการปัญหากบฏภูมิภาคซาเฮล (Sahel) เมื่อกลุ่มประเทศมหาอำนาจมักสนับสนุนประเทศในแถบนี้ เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย เช่น อัลกออิดะห์ (Al Qaeda) และรัฐอิสลามอิรักและลิแวนต์ (Islamic State of Iraq and the Levant: ISIL)
เช่นเดียวกับไนเจอร์ ประเทศอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสที่กลายเป็นพันธมิตรสำคัญของมหาอำนาจตะวันตกเพื่อต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในแอฟริกาตะวันตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บาซูมมีบทบาทสำคัญในฐานะ ‘แขนขา’ ของสหรัฐอเมริกาและชาติยุโรป อ้างอิงจากการรายงานของบีบีซี (BBC) ว่า แอนโทนี บลิงเคน (Anthony Blinken) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) เป็นฝ่ายสนับสนุนบาซูมอย่างเต็มรูปแบบ
ดังนั้น สถานการณ์การรัฐประหารครั้งนี้จึงส่งผลให้ชาติตะวันตกจัดการกับปัญหากลุ่มก่อการร้ายในแอฟริกายากลำบากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ไนเจอร์อ่อนแอกว่าที่หลายคนคิด แม้ดูเหมือนว่า ประเทศนี้ได้รับความช่วยเหลือจากชาติตะวันตก ในฐานะปราการสำคัญการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย แต่ อุลฟ์ ลีสซิง (Ulf Leassing) นักวิเคราะห์จากมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ (Konrad Adenauer) เปรียบเทียบว่า ความเชื่อดังกล่าวเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา
“ประเทศนี้อ่อนแอมากๆ ยากจนสุดๆ และไม่ยากเลยที่จะโค่นล้มประธานาธิบดีในไนเจอร์”เขาอธิบายกับอัลจาซีรา
กระแสตอบโต้การรัฐประหารจากต่างชาติและประชาชน
กระแสการตอบโต้การรัฐประหารเริ่มต้นขึ้นเมื่อวานนี้ หลัง UN ประณามความพยายามดังกล่าว ซึ่งเหมือนกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ทั้งในสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และฝรั่งเศส ในฐานะอดีตประเทศเจ้าอาณานิคม
“ขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความยับยั้งชั่งใจและปกป้องคุ้มครองรัฐธรรมนูญ” สเตฟานี ดูจาร์ริก (Stephane Dujarric) โฆษก UN กล่าว
“สิ่งนี้คือการก่อร่างสร้างความพยายามยึดอำนาจด้วยกำลังและทำลายรัฐธรรมนูญ”แอนโทนี บลิงเคนกล่าวในการแถลงข่าวในประเทศนิวซีแลนด์ ขณะที่ เจก ซัลลีวาน (Jake Sullivan) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทำเนียบขาวก็แสดงความคิดเห็นประณามในนามของสหรัฐฯ ถึงความพยายามล้มล้างรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเรียกร้องให้ปล่อยตัวบาซูม
“สหภาพยุโรปขอประณามความพยายามใดๆ ที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยสั่นคลอนและคุกคามเสถียรภาพของไนเจอร์”โจเซฟ บอร์เรล (Josep Borrell) หัวหน้าฝ่ายการต่างประเทศของ EU โพสต์ข้อความบนโซเซียลมีเดีย
ความเคลื่อนไหวของประเทศในทวีปแอฟริกาก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับชาติตะวันตก หลัง ECOWAS กลุ่มประเทศเศรษฐกิจในแอฟริกาตะวันตก และสหภาพแอฟริกา (African Union: AU) ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว
“ผู้นำใน ECOWAS จะไม่ยอมรับการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการทำงานอย่างราบรื่นของผู้ได้รับความชอบธรรมตามกฎหมายในไนเจอร์ ซึ่งรวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของแอฟริกาตะวันตก”โบลา ตินูบู (Bola Tinubu) ประธานาธิบดีไนจีเรีย กล่าวในนามสมาชิกประเทศ ECOWAS
“เมื่อทราบว่า กองทัพบ่อนทำลายเสถียรภาพระบอบประชาธิปไตยและองคาพยพของไนเจอร์ นี่คือความพยายามในการรัฐประหาร ผมขอประณามอย่างรุนแรงถึงบุคลากรของกองทัพ”มุสซา ฟากี มาฮามัด (Moussa Faki Mahamat) ประธานสหภาพแอฟริกากล่าว และเสริมว่าการรัฐประหารของกองทัพเป็น ‘การทรยศต่อหน้าที่’ ของทหาร
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/world-africa-66320895
https://www.france24.com/en/africa/20230726-african-union-ecowas-condemn-attempted-coup-in-niger