โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เคาะ 5 สูตรจับใจชาวติ่งจาก 789 Survival by “ย้งฮยอง” รายการเฟ้นหาบอยกรุ๊ปที่ฮอตที่สุด ณ ขณะนี้ !

Ad Addict

อัพเดต 26 ส.ค. 2566 เวลา 00.50 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2566 เวลา 00.55 น. • xxapong

“Let's break the limit down~” ท่อนฮุคจากเพลงสุดฮิตของ 789 Trainee กลุ่มเด็กฝึกที่กำลังมาแรงแซงทุกโค้งอยู่ในขณะนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่าน วงการ TPOP กลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้ง กับการเกิดขึ้นของ789 Survival รายการค้นหาบอยกรุ๊ปวงแรกของ TADA Entertainment และ Sonray Music ที่นำทีมโดย “พี่ย้ง ทรงยศ” โปรดิวเซอร์มือทองที่เคยรันวงการบันเทิงไทยให้ลุกเป็นไฟกับซีรีส์ฮอร์โมน และ “พี่ปรุง ทัชระ” คนไทยคนแรกและคนเดียวที่เคยทำงานกับบริษัท SM Entertainment

แน่นอนว่าผลลัพธ์ของรายการก็เป็นไปตามคาด 789 Survival สามารถปลุกกระแส TPOP ให้คึกคัก สร้างกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นของรายการได้ในเวลาสั้น ๆ แฮชแท็กติดเทรนอันดับหนึ่งทุกครั้งที่รายการปล่อย หรือแม้กระทั่งการจัดคอนเสิร์ต 3 วันติดที่ Thunder Dome เมืองทองธานี

ทั้งหมดล้วนเป็นข้อพิสูจน์ที่ทำให้เห็นว่า 789 Survival คือรายการที่ประสบความสำเร็จที่สุดรายการหนึ่ง วันนี้แอดเลยอยากชวนทุกคนมาเจาะลึกถึงเบื้องหลังกลยุทธ์ของรายการที่ใช้ “จับใจ” คนดูทั้งประเทศจนอยู่หมัด ว่าแล้ว ก็ตามไปอ่านบทวิเคราะห์กันเลย

1. จับใจด้วย “โปรดักชันระดับสากล” ยกระดับรายการด้วยทีมงานคุณภาพ

ข้อแรกที่ต้องชมรายการเลยก็คือลงทุนกับโปรดักชัน การถ่ายทำ และการตัดต่อ ที่ใช้มาตรฐานเดียวกับการถ่ายทำหนัง หรือซีรีส์เลยทีเดียว

อย่างที่เล่าไปตั้งแต่แรกว่า รายการนี้นำทีมโดย “พี่ย้ง” ผู้ที่คลุกคลีกับวงการหนังและซีรีส์มาเป็นเวลานาน ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของรายการไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง, เพลง Score หรือแม้กระทั่งการตัดต่อนั้น ถูกคิดขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์วัยรุ่นเข้มข้นอยู่เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ตัวอย่างที่แอดประทับใจ คือแอนิเมชันช่วงอินโทรรายการ ที่มีกิมมิคเป็น “ตู้กาชาปอง” ที่มีชิ้นส่วนของความฝัน และความสามารถของเด็ก ๆ แต่ละคน จนเมื่อมารวมกันก็กลายรูบิคที่สมบูรณ์ในที่สุด

พี่ย้งเคยให้สัมภาษณ์ว่า 789 Survival มีการถ่ายทำล่วงหน้าก่อนรายการออนแอร์นานมาก ๆ เพราะทีมงานต้องการให้แต่ละมิชชั่นนั้นได้คุณภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้ในรายการเราจะได้เห็นพัฒนาการของเด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

2. จับใจด้วย “ทีมไดเรกเตอร์” รวมอเวนเจอร์สตัวท็อปของวงการ

เพราะการคัดเลือกเด็กฝึก จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือมาเสริมทัพ โดย 789 Survival ไม่ได้มีเพียงแค่พี่ย้ง และพี่ปรุงเท่านั้น แต่ยังมีทีมงานตัวท็อปของวงการที่แค่พูดชื่อของพวกเขา ก็น่าจะทำเราขนลุกไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ครูเจด้า Performance Director
  • พี่อั้น Stage Director
  • พี่แอ้ม Music Director
  • พี่โฟร์ Music Director

ทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการที่ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมารวมตัวกันได้ในรายการนี้ ! และด้วยความเข้มข้นของทีมไดเรกเตอร์นี้ ก็ช่วยทำให้มาตรฐานโชว์และเด็กฝึกของรายการนี้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว

3. จับใจด้วย “เด็กฝึกความสามารถล้น” ผลลัพธ์จากกระบวนการเทรนที่เข้มข้นในค่าย !

แน่นอนว่าความสนุกของรายการเซอร์ไววัล ต้องอยู่ที่ผู้เข้าขัน ซึ่งในรายการนี้ 789 Trainee แต่ละคนก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ธรรมดา และมีความสามารถพร้อมที่จะเดบิวต์กันทุกคนจริง ๆ

ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับกระบวนการฝึกฝนที่เข้มข้น โดยรายการได้เปลี่ยนบริษัทนาดาว ให้กลายเป็นแคมป์ฝึก ที่เด็ก ๆ เทรนนีทุกคนจะต้องมารวมตัวอยู่ด้วยกันเป็นเวลากว่าครึ่งปี

มีการฝึกทั้งร้อง แรป และเต้น โดยครูฝึก พร้อมใส่สารกระตุ้นความสามารถด้วยโจทย์สุดหินในแต่ละสัปดาห์ ที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์เพลงธีม, เพลง KPOP, เพลงสากล ไปจนถึงการแบทเทิลระหว่างเด็กฝึกด้วยกันเอง

ซึ่งโชว์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุด ก็คือโจทย์โวคอล เพลงทุกนาทีที่สวยงาม ของทีม C2 ที่ทำยอดวิวไปกว่า 2 ล้านวิวบนยูทูบเลยทีเดียว

4. จับใจด้วย “สกิลวาไรตี้” โชว์เสน่ห์เด็ก ๆ ผ่าน Vlog และรายการ

แม้จะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่ในยุคที่คอนเทนต์ครองโลกแบบนี้ สกิลวาไรตี้เอง ก็เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สร้างไวรัลให้กับรายการได้ ซึ่ง 789 Survival ได้โชว์เสน่ห์ของเด็ก ๆ ทุกคน ผ่าน Vlog ที่พวกเขาถ่ายทำ และตัดต่อกันเอง ซึ่งแม้จะเวียนหัวกับมุมกล้องของน้อง ๆ ไปบ้าง แต่มันก็ความธรรมชาติที่ถูกถ่ายทอดออกมา จนทำให้คนดูอย่างเราตกหลุมรักได้ไม่ยาก

นอกจาก Vlog แล้ว ทางรายการยังมีการส่งเด็ก ๆ ไปโปรโมตกับช่องยูทูบดัง ๆ มากมาย ทั้งตู้ซ่อนหมี และยกกำลัง แถมยังมีการถ่าย Reaction ให้เด็ก ๆ นั่งดูรายการตัวเอง เพื่อโชว์เสน่ห์ในมุมที่ไม่ได้เห็นในรายการอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราเห็นไวรัลที่เกิดจากเด็ก ๆ มากมายในโลกโซเชียล ทั้งซีนอิฐ - อูฐ ของน้องไทย ในคำต้องเชื่อม หรือแก๊งพึมพำ ของหนุ่ม ๆ ดาว TikTok ที่นำทีมโดยภีม วสุ

5. จับใจด้วย “ดราม่าแบบเซอร์ไววัล” แต่จบแฮปปี้ตามใจย้งฮยอง

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จับใจคนดูคงจะหนีไม่พ้นเสน่ห์ของรายการเซอร์ไววัล ที่เน้น “ความดราม่า” เพื่อเป็นสีสันให้คนดูเกิดการพูดถึงเป็นวงกว้าง โดย 789 Survival เองก็มีรูปแบบรายการที่มีการคัดคนออก เหมือนเซอร์ไววัลปกติ แต่สิ่งที่พิเศษ คือกติกาที่คาดเดาไม่ได้ของรายการ โดยคนดูอย่างเราไม่มีสิทธิโหวตช่วยน้อง ๆ ที่อยากเซฟ เพราะสิทธิการตัดสินนั้น มาจากทีมไดเรกเตอร์เพียงอย่างเดียว ทำให้บางครั้งก็มีการปรับรูปแบบกติกาใหม่ ตามใจ “ย้งฮยอง”

ตัวอย่างเช่นการคัดคนออกรอบแรก ที่หลังจากเด็ก ๆ ถูกเซฟจากกติกาพิเศษ จนทำให้มีคนต้องตกรอบเพียงแค่ 1 คน นั่นก็คือน้องชีส พี่ย้งจึงขอใช้สิทธิโปรดิวเซอร์ SAVE เพื่อไม่ให้มีคนตกรอบในมิชชั่นนี้

หรือในรอบสุดท้ายที่มีการปรับกติกา จากที่ต้องเดบิวต์ 9 คน เป็นเดบิวต์ทั้งหมด 12 คน ซึ่งแม้จะเป็นการฉีกกฎที่ตัวเองตั้งไว้ แต่ก็ได้ใจแฟนคลับไปไม่ใช่น้อย เพราะน้อง ๆ ที่เค้าเชียร์ไม่ตกรอบ เรียกได้ว่าใช้ซีนดราม่าเรียกกระแสการพูดถึง ก่อนจะลูบหลังทุก ๆ คนด้วยการจบแบบแฮปปี้นั่นเอง

สุดท้ายนี้ แม้รายการ 789 Survival จะจบไปเป็นที่เรียบร้อย แต่มันก็เป็นแค่ก้าวแรกในวงการของน้อง ๆ 789 Debut Group ทั้ง 12 คนเท่านั้น แอดเชื่อว่าในอนาคต พวกเขาจะต้องพา TPOP ไปสู่สากลได้อย่างที่ทีม TADA Entertainment และ Sonray Music ตั้งใจได้แน่นอน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...