เคาะ 5 สูตรจับใจชาวติ่งจาก 789 Survival by “ย้งฮยอง” รายการเฟ้นหาบอยกรุ๊ปที่ฮอตที่สุด ณ ขณะนี้ !
“Let's break the limit down~” ท่อนฮุคจากเพลงสุดฮิตของ 789 Trainee กลุ่มเด็กฝึกที่กำลังมาแรงแซงทุกโค้งอยู่ในขณะนี้
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่าน วงการ TPOP กลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้ง กับการเกิดขึ้นของ789 Survival รายการค้นหาบอยกรุ๊ปวงแรกของ TADA Entertainment และ Sonray Music ที่นำทีมโดย “พี่ย้ง ทรงยศ” โปรดิวเซอร์มือทองที่เคยรันวงการบันเทิงไทยให้ลุกเป็นไฟกับซีรีส์ฮอร์โมน และ “พี่ปรุง ทัชระ” คนไทยคนแรกและคนเดียวที่เคยทำงานกับบริษัท SM Entertainment
แน่นอนว่าผลลัพธ์ของรายการก็เป็นไปตามคาด 789 Survival สามารถปลุกกระแส TPOP ให้คึกคัก สร้างกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นของรายการได้ในเวลาสั้น ๆ แฮชแท็กติดเทรนอันดับหนึ่งทุกครั้งที่รายการปล่อย หรือแม้กระทั่งการจัดคอนเสิร์ต 3 วันติดที่ Thunder Dome เมืองทองธานี
ทั้งหมดล้วนเป็นข้อพิสูจน์ที่ทำให้เห็นว่า 789 Survival คือรายการที่ประสบความสำเร็จที่สุดรายการหนึ่ง วันนี้แอดเลยอยากชวนทุกคนมาเจาะลึกถึงเบื้องหลังกลยุทธ์ของรายการที่ใช้ “จับใจ” คนดูทั้งประเทศจนอยู่หมัด ว่าแล้ว ก็ตามไปอ่านบทวิเคราะห์กันเลย
1. จับใจด้วย “โปรดักชันระดับสากล” ยกระดับรายการด้วยทีมงานคุณภาพ
ข้อแรกที่ต้องชมรายการเลยก็คือลงทุนกับโปรดักชัน การถ่ายทำ และการตัดต่อ ที่ใช้มาตรฐานเดียวกับการถ่ายทำหนัง หรือซีรีส์เลยทีเดียว
อย่างที่เล่าไปตั้งแต่แรกว่า รายการนี้นำทีมโดย “พี่ย้ง” ผู้ที่คลุกคลีกับวงการหนังและซีรีส์มาเป็นเวลานาน ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของรายการไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง, เพลง Score หรือแม้กระทั่งการตัดต่อนั้น ถูกคิดขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูซีรีส์วัยรุ่นเข้มข้นอยู่เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
ตัวอย่างที่แอดประทับใจ คือแอนิเมชันช่วงอินโทรรายการ ที่มีกิมมิคเป็น “ตู้กาชาปอง” ที่มีชิ้นส่วนของความฝัน และความสามารถของเด็ก ๆ แต่ละคน จนเมื่อมารวมกันก็กลายรูบิคที่สมบูรณ์ในที่สุด
พี่ย้งเคยให้สัมภาษณ์ว่า 789 Survival มีการถ่ายทำล่วงหน้าก่อนรายการออนแอร์นานมาก ๆ เพราะทีมงานต้องการให้แต่ละมิชชั่นนั้นได้คุณภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้ในรายการเราจะได้เห็นพัฒนาการของเด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
2. จับใจด้วย “ทีมไดเรกเตอร์” รวมอเวนเจอร์สตัวท็อปของวงการ
เพราะการคัดเลือกเด็กฝึก จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือมาเสริมทัพ โดย 789 Survival ไม่ได้มีเพียงแค่พี่ย้ง และพี่ปรุงเท่านั้น แต่ยังมีทีมงานตัวท็อปของวงการที่แค่พูดชื่อของพวกเขา ก็น่าจะทำเราขนลุกไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น
- ครูเจด้า Performance Director
- พี่อั้น Stage Director
- พี่แอ้ม Music Director
- พี่โฟร์ Music Director
ทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการที่ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะมารวมตัวกันได้ในรายการนี้ ! และด้วยความเข้มข้นของทีมไดเรกเตอร์นี้ ก็ช่วยทำให้มาตรฐานโชว์และเด็กฝึกของรายการนี้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว
3. จับใจด้วย “เด็กฝึกความสามารถล้น” ผลลัพธ์จากกระบวนการเทรนที่เข้มข้นในค่าย !
แน่นอนว่าความสนุกของรายการเซอร์ไววัล ต้องอยู่ที่ผู้เข้าขัน ซึ่งในรายการนี้ 789 Trainee แต่ละคนก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ธรรมดา และมีความสามารถพร้อมที่จะเดบิวต์กันทุกคนจริง ๆ
ทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับกระบวนการฝึกฝนที่เข้มข้น โดยรายการได้เปลี่ยนบริษัทนาดาว ให้กลายเป็นแคมป์ฝึก ที่เด็ก ๆ เทรนนีทุกคนจะต้องมารวมตัวอยู่ด้วยกันเป็นเวลากว่าครึ่งปี
มีการฝึกทั้งร้อง แรป และเต้น โดยครูฝึก พร้อมใส่สารกระตุ้นความสามารถด้วยโจทย์สุดหินในแต่ละสัปดาห์ ที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นโจทย์เพลงธีม, เพลง KPOP, เพลงสากล ไปจนถึงการแบทเทิลระหว่างเด็กฝึกด้วยกันเอง
ซึ่งโชว์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุด ก็คือโจทย์โวคอล เพลงทุกนาทีที่สวยงาม ของทีม C2 ที่ทำยอดวิวไปกว่า 2 ล้านวิวบนยูทูบเลยทีเดียว
4. จับใจด้วย “สกิลวาไรตี้” โชว์เสน่ห์เด็ก ๆ ผ่าน Vlog และรายการ
แม้จะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่ในยุคที่คอนเทนต์ครองโลกแบบนี้ สกิลวาไรตี้เอง ก็เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สร้างไวรัลให้กับรายการได้ ซึ่ง 789 Survival ได้โชว์เสน่ห์ของเด็ก ๆ ทุกคน ผ่าน Vlog ที่พวกเขาถ่ายทำ และตัดต่อกันเอง ซึ่งแม้จะเวียนหัวกับมุมกล้องของน้อง ๆ ไปบ้าง แต่มันก็ความธรรมชาติที่ถูกถ่ายทอดออกมา จนทำให้คนดูอย่างเราตกหลุมรักได้ไม่ยาก
นอกจาก Vlog แล้ว ทางรายการยังมีการส่งเด็ก ๆ ไปโปรโมตกับช่องยูทูบดัง ๆ มากมาย ทั้งตู้ซ่อนหมี และยกกำลัง แถมยังมีการถ่าย Reaction ให้เด็ก ๆ นั่งดูรายการตัวเอง เพื่อโชว์เสน่ห์ในมุมที่ไม่ได้เห็นในรายการอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราเห็นไวรัลที่เกิดจากเด็ก ๆ มากมายในโลกโซเชียล ทั้งซีนอิฐ - อูฐ ของน้องไทย ในคำต้องเชื่อม หรือแก๊งพึมพำ ของหนุ่ม ๆ ดาว TikTok ที่นำทีมโดยภีม วสุ
5. จับใจด้วย “ดราม่าแบบเซอร์ไววัล” แต่จบแฮปปี้ตามใจย้งฮยอง
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จับใจคนดูคงจะหนีไม่พ้นเสน่ห์ของรายการเซอร์ไววัล ที่เน้น “ความดราม่า” เพื่อเป็นสีสันให้คนดูเกิดการพูดถึงเป็นวงกว้าง โดย 789 Survival เองก็มีรูปแบบรายการที่มีการคัดคนออก เหมือนเซอร์ไววัลปกติ แต่สิ่งที่พิเศษ คือกติกาที่คาดเดาไม่ได้ของรายการ โดยคนดูอย่างเราไม่มีสิทธิโหวตช่วยน้อง ๆ ที่อยากเซฟ เพราะสิทธิการตัดสินนั้น มาจากทีมไดเรกเตอร์เพียงอย่างเดียว ทำให้บางครั้งก็มีการปรับรูปแบบกติกาใหม่ ตามใจ “ย้งฮยอง”
ตัวอย่างเช่นการคัดคนออกรอบแรก ที่หลังจากเด็ก ๆ ถูกเซฟจากกติกาพิเศษ จนทำให้มีคนต้องตกรอบเพียงแค่ 1 คน นั่นก็คือน้องชีส พี่ย้งจึงขอใช้สิทธิโปรดิวเซอร์ SAVE เพื่อไม่ให้มีคนตกรอบในมิชชั่นนี้
หรือในรอบสุดท้ายที่มีการปรับกติกา จากที่ต้องเดบิวต์ 9 คน เป็นเดบิวต์ทั้งหมด 12 คน ซึ่งแม้จะเป็นการฉีกกฎที่ตัวเองตั้งไว้ แต่ก็ได้ใจแฟนคลับไปไม่ใช่น้อย เพราะน้อง ๆ ที่เค้าเชียร์ไม่ตกรอบ เรียกได้ว่าใช้ซีนดราม่าเรียกกระแสการพูดถึง ก่อนจะลูบหลังทุก ๆ คนด้วยการจบแบบแฮปปี้นั่นเอง
สุดท้ายนี้ แม้รายการ 789 Survival จะจบไปเป็นที่เรียบร้อย แต่มันก็เป็นแค่ก้าวแรกในวงการของน้อง ๆ 789 Debut Group ทั้ง 12 คนเท่านั้น แอดเชื่อว่าในอนาคต พวกเขาจะต้องพา TPOP ไปสู่สากลได้อย่างที่ทีม TADA Entertainment และ Sonray Music ตั้งใจได้แน่นอน