โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดรังนก ‘Tilly Birds’ กับ ‘เติร์ด-บิลลี่-ไมโล’ วงดนตรีที่มาแรงที่สุดในไทย กับภารกิจพิชิตออสการ์ในอีก 10 ปี [ADclusive]

Ad Addict

อัพเดต 24 มี.ค. 2565 เวลา 23.53 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2565 เวลา 23.56 น. • xxapong

รู้มั้ยทำไม? ‘นก’ เป็นสัตว์ที่น่าอิจฉาที่ในโลก เพราะมันอยู่เหนือกฎแห่งแรงโน้มถ่วงใด ๆ ด้วยปีกเล็ก ๆ ของมัน สามารถพาตัวเองไปไกลได้สุดขอบฟ้าเท่าที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะภูเขา, ทะเล, น้ำตก หรือแม้กระทั่ง ‘เวทีประกาศรางวัลระดับโลก’ พวกมันก็ไปเหยียบมาแล้ว 

เรากำลังหมายถึงนกสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่มีชื่ออยู่ในพจนานุกรมอย่าง Tilly Birdsกลุ่มคนที่รักในเสียงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก ศิลปินที่ครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศและทั่วโลก ตอกย้ำด้วยลิสต์รายชื่อเพลงฮิตที่ถ้าให้ไล่หมด ก็คงยาวเป็นหน้ากระดาษ 

แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างจริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้น‘คิด(แต่ไม่)ถึง’เพลงอกหักกับท่อนฮุคติดหู , ‘เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน’ที่สุดแห่งเพลงชาติเฟรนด์โซน และล่าสุดกับ‘ถ้าเราเจอกันอีก’ เพลงเศร้าเคล้าน้ำตาที่เรียกดราม่าทุกครั้งที่ได้ฟัง จึงไม่แปลกที่จะโดนใจใครหลายคนจนคว้าอันดับ 1 บิลบอร์ดประเทศไทย

ใครจะไปเชื่อว่าด้วยปีกเล็ก ๆ ผสมกับความตั้งใจอันแรงกล้าในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง จะพา Tilly Birdsประสบความสำเร็จและกลายเป็นวงดนตรีที่หากจะพูดว่ามาแรงที่สุดในยุคนี้ ก็คงไม่ผิด การันตีด้วยรางวัลจากหลากหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นเวทีในประเทศอย่างArtist of the Yearจาก TOTY Music Awards 2021ไปจนถึงเวทีระดับโลก Best Asian Artistจากงาน MAMA 2021 

แต่นี่เป็นแค่ภาพส่วนหนึ่งของ Tilly Birds ที่คนภายนอกเห็น วันนี้Ad Addictจะพาทุกคนไปค้นรังนก เพื่อรู้จักตัวตนของ “เติร์ด-บิลลี่-ไมโล”ในมุมที่มากกว่าแค่สมาชิก Tilly Birds ถ้าพร้อมแล้ว ก็ตามไปเปิดรังนกของพวกเค้ากันเลย ~

จากนกต่างถิ่น 3 ตัว สู่การฟอร์มวงที่เริ่มต้นด้วยความรัก 

เชื่อมั้ยว่าความบังเอิญบนโลกนี้ไม่มีจริง แม้แต่ Tilly Birds พวกเค้ามารวมตัวได้ เพราะ‘ความรัก’ ในเสียงดนตรีที่ไม่ได้จับฉลากได้มาจากไหน แต่เกิดขึ้นมากับพวกเขาทุกคนจากเหตุการณ์ที่แตกต่างกันไป 

Q : อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบร้องและเล่นดนตรี ?

เติร์ด :คุณพ่อคุณแม่ผมชอบเปิดเพลงให้ฟังตอนเด็ก ๆ แล้วตามประสาเด็ก  คือฟังแล้วจะร้องตาม ซึ่งแม่ผมไม่ได้เปิดเพลงธรรมดา ๆ แต่เปิด Whitney Houston, Mariah Carey, Celine Dion คือแต่ละเพลงมันร้องตามไม่ได้ แต่เราก็ดึงดันจนร้องตามได้ ก็เลยร้องมาตลอด 

แต่ที่ผมเริ่มร้องเพลงจริง ๆ จัง ๆ เพราะ ‘หนังเจมส์บอน’ เพลงแรกที่ผมหัดร้องจริงจัง ขึ้นเวทีที่โรงเรียนประถม ก็คือเพลงGolden Eye ของ Tina Turner เราก็เลยรู้ว่าเราชอบร้องเพลงจริง ๆ 

บิลลี่ : เพราะเกมกีตาร์ฮีโร่ เป็นเกมที่ทำให้ผมเริ่มเล่นกีต้าร์ แต่พอเริ่มเล่นแล้วรู้สึกเจ็บนิ้ว เลยไปเล่นเปียโนแทน 

ไมโล :ผมเป็น ‘คนชอบสร้าง’ ครับ ผมเล่นเลโก้มาตั้งแต่เกิด ผมชอบเล่นจนแม่เห็นว่าลูกเราพัฒนาการดีนะ เลยส่งเสริมให้ไปแข่งขันระดับประเทศ ซึ่งผมยังไม่เคยไปได้ถึงจุดนั้น ตอนม. 1 ผมเลยขอแม่ไปขอเล่นกีตาร์เพื่อไปจีบสาว แต่ผมยังไม่เคยจีบสาวเลยเพราะอยู่โรงเรียนชายล้วนมาตลอด ฝึกเล่นกีตาร์อยู่ประมาณ 2 ปี แล้วพอตอนม.3 มือกลองมันลาออก เพื่อนคนนั้นเลยไล่ผมไปตีกลอง แล้วผมก็แข่งโดยการตีกลองครั้งแรกแล้วก็ได้แชมป์โรงเรียน 

ไมโล “ผมต่อโรบอทมา 5 ปี ผมยังไม่เคยได้สักรางวัล 

แต่ผมเล่นกลองปีเดียวผมได้แชมป์ 

ผมก็เลยรู้แล้วว่า เราต้องมาเล่นดนตรี” 

แม้เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาชอบดนตรีจะแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายเพราะความหลงใหลในทุก ๆ ตัวโน๊ต จึงทำให้ ‘บิลลี่ และเติร์ด’ ตัดสินใจฟอร์มวง และชักชวน ‘ไมโล’ มาเป็นมือกลองจนครบ 3 คนเป็น Tilly Birds ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

ฝ่ามรสุมและวิกฤต ด้วยการโผบินสู่เวทีระดับโลก

จากเด็กหนุ่มสามคนที่เพิ่งเริ่มหัดบิน ผ่านมากว่า 10 ปี พวกเค้าเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และโผบินสร้างความสุขให้คนฟังด้วยเพลงเพราะ ๆ มากมายจนได้รางวัลมานับไม่ถ้วน และในปี 2021 ที่ผ่านมา ก็นับว่าเป็นปีทองของพวกเค้าเลยทีเดียว  

Q : ความรู้สึกแรก ตอนที่ประกาศชื่อว่าได้รับรางวัล Artist of the year ?

เติร์ด : ไม่คาดคิด แล้วก็ดีใจครับ ดีใจที่ทางงานเห็นถึงน้ำพักน้ำแรงและความตั้งของเราที่ตั้งใจทำอัลบั้มออกมาสู่วงการเพลง เราเข้าชิง 7 รางวัล ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าได้ รางวัลเดียวก็ดีใจแล้ว ตอนนั้นได้ 5 รางวัล ถือว่าเกินความคาดหมายไปมาก ๆ แล้วมันก็ประกาศชื่อติด ๆ กันด้วย ผมก็กลัวว่า คนดูและแขกในงาน จะรู้สึกว่า“เอ๊ะ Tilly Birds อีกแล้วเหรอ?”    

เติร์ด “ผมประกวดร้องเพลงมาแล้ว 10 กว่าปี 

แต่ผมไม่เข้ารอบสักเวที แต่พอผมทำวงมา กลับได้รางวัลเลย” 

Q : เบื้องหลังเพลง ถ้าเราเจอกันอีก ?  

เติร์ด: มันเป็นความรู้สึกที่ เราไม่รู้ว่าถ้าเราเจอเค้าอีกรอบนึง ในภพหน้า แล้วเค้าจะจำเราได้หรือเปล่า แค่นั้นเอง  มันเป็นความรู้สึกถวิลหามากกว่า ทำให้คนเข้าถึงมันได้ง่าย ไม่ว่าจะคนที่เลิกกับแฟน จากลากัน สูญเสียใครสักคน หรือสัตว์เลี้ยง เค้าเข้าถึงเพลงได้ เพราะว่าเพลงมันพูดสิ่งนี้กับเค้า

Q : ได้รางวัลมามากมาย มีรางวัลไหนที่ประทับใจที่สุด ? 

เติร์ด : ผมว่าตอบไม่เหมือนกัน ผมรู้ว่าบิลลี่จะตอบว่า Album of the year  อัลบั้มเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ของวงเรา ซึ่งทางงาน TPOP Of The Year เห็นถึงความสำคัญของอัลบั้ม และทำให้มี Category นี้ และเราก็ดีใจที่เราได้ เพราะมันเป็นอัลบั้มที่ตั้งใจทำมาก ๆ ด้วยระยะเวลาที่บีบ แล้วเราสามารถทำทันเวลา และกระแสตอบรับดี

บิลลี่ “ผมดีใจที่มันเป็นอัลบั้มที่ดีทั้งแง่มุมวิจารณ์ และดีทั้งกระแสตอบรับสังคม”  

เติร์ด :สำหรับผมเป็น Artist of the year เพราะตอนนั้นรายชื่อเข้าชิงมีแต่คน Big ๆ ทั้งนั้นเลย แล้วพอเค้าประกาศชื่อ Tilly Birds ผมก็ตกใจ เหมือนเราได้รับการยอมรับจากวงการ จากผู้ฟัง นักวิจารณ์และกรรมการ มันเป็นตำแหน่งที่สำหรับผมมันค่อนข้างยิ่งใหญ่ 

ไมโล : รางวัลที่มีความสำคัญกับวง สำหรับผมคือ MAMA ประเทศเกาหลี มันแตกต่างจากรางวัลที่อยู่ในไทย เพราะมันอยู่ต่างประเทศ และมันมีความสำคัญกับวง เพราะว่าวงก็กำลังมีแพลนที่จะทำเพลงในรูปแบบใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันอาจจะเป็นประโยชน์ เช่นทำเพลงที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อไปสู่กลุ่มคนที่นอกเหนือจากประเทศไทยจริง ๆ 

Q : ศิลปินไทยมีความสามารถอยู่แล้ว แต่อะไรคืออุปสรรคที่ T-POP ยังไม่สามารถไปในระดับโลกได้ ?

เติร์ด : ภาษาอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมันมีอุปสรรคอยู่แล้วที่จะก้าวเข้าสู่เวทีโลก แต่เราเห็นว่า “เกาหลี” เค้าสามารถไปได้ไกลมาก เพราะเค้ามีการสนับสนุน เค้ามีแรงผลักดันที่ดีมาก ซึ่งมันเป็นปัจจัยสำคัญมากที่ทำให้วงดนตรีหรือศิลปินคนนึง จะก้าวไปสู่เวทีโลก 

แต่นอกจากเรื่องแรงผลักดัน ก็คือเรื่อง ‘ค่ายเพลง’ที่ถ้าเราได้รับการสนับสนุนที่ดีที่เหมาะสม พวกเราก็ไปได้ไม่ยาก อย่างเช่น 4MIXหรือ 4EVEก็ทำให้เห็นว่าประเทศไทยและคนไทยก็ทำได้ 

ครั้งแรกกับ ‘เพลงในรูปแบบหนัง’ คอนเสิร์ต Virtual สไตล์ Tilly Birds 

อีกหนึ่งผลงานในปี 2022 ที่เพิ่งผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ และเรียกเสียงฮือฮาให้แก่วงการเพลงเป็นอย่างมาก ก็คือการทำคอนเสิร์ตในยุควิกฤตในธีม Cinematic Virtual Concert หรือเรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ ‘เพลงในรูปแบบหนัง’มิติใหม่ของการสื่อสารเพลงผ่านภาพและเสียงได้อย่างลงตัวกลมกล่อม ภายใต้ชื่อ Is Everthing OK? 

Q : จุดเริ่มต้นของคอนเสิร์ตนี้ ? 

เติร์ด :เราอยากทำคอนเสิร์ตมานานแล้ว แล้วเราก็อยากทำให้มันเป็นแบบพวกเรามากที่สุด เลยใส่ความเป็นหนัง เหมือนเราดู MV ยาว ๆ ที่เป็น Virtual Concert 

บิลลี่ :เหมือนพวกเราต้องการจะส่งเสริมและผลักดันให้ฟังเพลงเรียงเป็นอัลบั้ม พวกเราเลยได้ไอเดียว่าถ้าเค้าไม่อยากกดฟังเรียง แล้วเรามาทำอะไรให้เค้าฟังเรียงได้มั้ย เราก็เลยทำคอนเสิร์ตที่เรียงเป็นอัลบั้มไปเลย 

Q : ได้ข่าวว่าสมาชิกมีส่วนร่วมกับคอนเสิร์ตนี้ตั้งแต่ต้นยันจบ ? 

บิลลี่ : เราก็แพลนกันต้ังแต่ต้นเลย โดยช่วยกันสร้างโชว์นี้ขึ้นมาด้วยจินตนาการของพวกเราล้วน ๆ คิดภาพว่ากล้องน่าจะไปประมาณนี้ ส่วนเพลงควรเริ่มประมาณนี้

เติร์ด “เหมือนกับว่าเราเขียนบท โดยใช้เพลงเป็นตัวเล่าเรื่อง” 

Q : ทำไม Background ถึงต้องเป็นงานปาร์ตี้ ? 

บิลลี่ : เพราะเราคิดว่า Setting ในปาร์ตี้ มันเข้าถึงง่ายที่สุด เฟรนด์ลี่ที่สุด และก็สามารถเล่าทุกอย่างได้ครบที่สุด ให้มันเกิดขึ้น และจบได้ในสถานที่เดียว Situation เดียว 

Q : ใช้เวลาถ่ายทำกันนานแค่ไหน ?

คุณเติร์ด :1 วันครับ ด้วยตารางเวลาของพวกเรา ของทางทีมงานด้วย งบด้วยที่บีบคั้น ทำให้มันเหลือแค่เพียงวันเดียว และเราก็ต้องทำให้สำเร็จภายในวันเดียว 

คุณบิลลี่ : แต่เตรียมกันเป็นหลาย ๆ เดือนครับ กว่าจะแพลนทุกอย่างได้ขนาดนี้ มีการอัดล่วงหน้า มีการบล็อกช็อต มีการคิดท่าเต้น ตำแหน่งยืน เสื้อผ้า โปรดักชันดีไซน์ 

คุณเติร์ด : อย่างรูปปก เราก็ถ่ายกันวันเดียว ทุกอย่างมันค่อนข้างฉุกละหุก แล้วก็ค่อนข้างด่วน แต่สุดท้ายก็ออกมาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ แล้วก็สวยงามครับ 

‘ให้ท้อ เป็นของที่ลิงถือ’ เอาชนะอุปสรรคสารพัดระหว่างถ่ายทำ 

แน่นอนว่าด้วยเวลาที่กระชั้นชิด ภารกิจที่รัดตัว ไปจนถึงมาตรการถ่ายทำในช่วงวิกฤต จึงทำให้คอนเสิร์ตนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่เยอะจนพวกเค้าเล่าแทบไม่หมด 

Q : ระหว่างถ่ายทำมีอุปสรรคอะไรบ้าง ? 

เติร์ด : อุปสรรคเยอะมาก เยอะกว่าที่คิดไว้ตอนแรก เพราะว่าพอมันเป็นไลฟ์ มันพร้อมขัดข้องเมื่อไหร่ก็ได้ อุปสรรคเรื่องขาไมค์ที่หักกลางเพลง หรือจริง ๆ โปรดิวเซอร์และทางทีม ได้ติดต่อขอสถานที่และเวลาไว้แล้วว่าเราจะถ่ายถึงเที่ยงคืน - ตีหนึ่ง แต่เราโดนร้องเรียนจากคนละแวกนั้นว่าเสียงดัง เดี๋ยวจะแจ้งตำรวจ ไมโลเลยจะต้องตีกลองให้เบาที่สุด ก็คือพยายามตีให้ไม่โดน แล้วก็ค่อยใช้กลองจากที่เราอัดกันไว้ ก็คือแก้ปัญหาหน้างานสุด ๆ 

Q : เห็นมีฉากที่เดินไปร้องไปบนลู่วิ่งด้วย ตอนถ่ายยากหรือเปล่า ?  

คุณเติร์ด : ยากตรงที่ผมจะต้องยืนเฉย ๆ ให้ตัวลู่มันถอยมาให้ผมกลับขึ้นมายืนบนเวที ซึ่งอันนั้นหลายเทค แต่ถ้าส่วนที่เดินอันนั้นไม่ได้ยากมาก แต่อาจจะมีการติด ๆ ดับ ๆ ของลู่วิ่งบ้าง 

คุณบิลลี่ : อาจจะเป็นเพราะเรื่องมู ..

คุณเติร์ด :ใช่ อาจจะเพราะเราใส่เสื้อสีไม่มงคลในวันนั้น แต่เราก็ไม่ได้เปลี่ยน

เติร์ด “รู้มั้ยวันนั้นผมใส่เสื้อว่า Fuck Bad Luck ที่แปลว่า ช่างมันโชคร้าย” 

Q : มีเรื่องตลก ๆ อะไรในกองหรือไม่ ? 

 เติร์ด : คือมันจะมีซีนนึงที่นักแสดงต้องอ้วกใส่ผม ซึ่งผมก็คิดว่าคงอ้วกเป็นน้ำเปล่า อะไรแบบนี้ ปรากฎเป็นเบียร์ ซึ่งกลิ่นมันใช้ได้เลย แล้วพอถ่ายไปเทคหนึ่งไม่ได้ เค้าขออีกสองเทค ก็เลยต้องเอาไดร์เป่าผม เป่า ๆ แล้วก็อ้วกใหม่ แล้วก็เป่า แล้วก็อ้วกใหม่ 

Q : ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง ?

เติร์ด : แฟน ๆ เค้าเข้าใจอัลบั้มของพวกเราขึ้นเยอะ เพราะมีภาพมาประกอบ แล้วก็มีเนื้อเรื่องให้ติดตาม มันมีคอมเมนต์นึงที่ตราตรึงผมกับบิลลี่มาก อ่านจบผมลงไปกองกับดินเลยอ่ะ คือคอมเมนต์ที่บอกว่า

“ประเทศไทย เล็กเกินไปสำหรับ Tilly Birds แล้วนะ” 

อีกมุมหนึ่งของรังนก Tilly Birds ที่หลายคนยังไม่รู้ 

ก่อนจะจากกันไป เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนของ “เติร์ด-บิลลี่-ไมโล”มากกว่าแค่สมาชิกวง Tilly Birds เราเลยเตรียมคำถาม Fun Facts สนุก ๆ มาชวนทุกคนรู้จักพวกเขา ถ้าพร้อมแล้ว ก็ตามไปอ่านกันเลย ! /คำเตือน : อ่านไประวังอมยิ้มกับความน่ารักโดยไม่รู้ตัว 

Q : ถ้าไม่ได้เป็น Tilly Birds คิดว่าตัวเองทำอะไรอยู่?

ไมโล :ไม่ได้อยู่ Tilly Birds ก็อยู่วงอื่นครับ หรือถ้าไม่มีดนตรีเลยนะ แล้วผมโชคดี ผมอาจจะไม่เรียนสถาปนิก 

เติร์ด : ผมมี 3 อย่าง หนึ่งคือ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เป็นพิธีกรงานออสการ์ ผมอยากเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้ไป และถ้า Tilly Birds ดังถึงระดับโลก เราก็จะไปทำเพลงประกอบของเจมส์ บอนด์ และได้เข้าชิงเพลงประกอบยอดเยี่ยมของออสการ์ แล้วตอนขึ้นไปรับรางวัล ผมก็จะได้พูดว่า “I would like to thank ….” 

แล้วก็ผมอยากเป็นนักวิจารณ์อาหาร เพราะผมชอบกินอาหารมาก หรือไม่ก็ Food Blogger ที่ตระเวนชิมอาหารไปทั่วโลก ทำรายการลง Netflix แล้วก็ดัง อีกอย่างหนึ่งคือเป็นครูสอนภาษาอังกฤษครับ 

คุณบิลลี่ :ผมอยากเป็นนักบินอวกาศ

Q : ถ้ามองตัวเองเป็น ‘นก’ คิดว่าแต่ละคนเป็นนกพันธุ์อะไร ? 

เติร์ด :เราเคยทำเสื้อลายนึงของวงที่แปลงหัวของพวกเราเป็นหัวนก ซึ่งหัวผมจะเป็นนกยูง ซึ่งจริง ๆ นกยูงไม่ใช่ผมหรอก ผมน่าจะเป็นเพนกวิน ด้วยสรีระและรูปพรรณของผม ส่วนบิลลี่เป็นนกฮูก เพราะตาโต และชอบแอคทีฟตอนกลางคืน ส่วนไมโลเป็นเหยี่ยว เพราะเค้ามีความเฉียบคม

Q : นึกภาพตัวเองในอีก 10 ปีเป็นอย่างไร ? 

บิลลี่ :ถ้าคิดแง่บวกสุด ๆ เลยนะครับ คิดว่า Tilly Birdsจะดังระดับโลก แล้วผมก็มีบ้านอยู่ที่อังกฤษ แล้ววันต่อมาก็เดินไป Abbey Roadไปอัดเพลงบั้มใหม่ พอมีคนเรียกจากแอลเอ ก็บินไปทำสตูดิโอที่นั่น แล้วก็กลับมาที่ไทยเพื่อมากิน Burger Kingเพราะที่ไทยอร่อย 

ไมโล :ผมก็อยู่กับบิลลี่นี่แหละครับ แต่คงแยกไปกินข้าว ผมคงกินอาหารไทย 

เติร์ด : เราจะบินจากอังกฤษไปอเมริกา เพราะได้ทำเพลงประกอบ หนังเจมส์บอนด์ และได้เข้าชิงออสการ์ และได้รับรางวัล แล้วผมก็จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในฮอลลีวูดให้ได้ เพื่อที่จะได้เป็นพิธีกรออสการ์

Q : แพลนในอนาคตของ Tilly Birds ?

เติร์ด : ที่ใกล้มาก ๆ เลยครับ ก็คือ ตื้ด ตื้ด ตื้ด(เซ็นเซอร์เพราะยังบอกไม่ได้) OK ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรา รอมานานมากแล้วก็ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งจะปิดท้ายอัลบั้ม It's Gonna Be OK แล้วอย่างที่สองก็คือ ปีนี้เรามีการร่วมงานกับศิลปินอื่นหลายเบอร์ แล้วอย่างที่สาม เราอาจจะมีผลงานใหม่ที่คนฟังต่างชาติสามารถเข้าใจพวกเราได้

ก่อนที่จะสัมภาษณ์ ภาพ Tilly Birdsสำหรับเราคือศิลปินเบอร์ต้น ๆ ของประเทศที่ใครก็รู้จัก พวกเขามักปรากฎตัวพร้อมเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลง และมือที่หอบหิ้วถ้วยรางวัลไว้มากมาย แต่ในวันนี้ตลอดเกือบ 1 ชั่วโมงที่เราสัมภาษณ์ เรากลับเห็นอีกมุมของของ Tilly Birds ที่ไม่เคยจินตนาการเอาไว้ 

เห็นเรื่องราวของ “เติร์ด-บิลลี่-ไมโล” ผู้ชาย 3 คนที่ไม่ได้แตกต่างจากวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป รู้สึกถึงอารมณ์สุข เศร้า ดีใจระหว่างการทำงาน และสัมผัสได้ถึงความหลงใหลในเสียงดนตรีของพวกเขา แต่ไม่ว่าจะมุมไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งหมดได้หล่อหลอมให้พวกเขา กลายเป็น Tilly Birds วงดนตรีที่มาแรงที่สุดในขนาดนี้ และจะสยายปีกโผบินไปให้ไกลขึ้นอีก เพื่อทำตามความฝันในการไปงานประกาศรางวัลออสการ์ในอีก 10 ให้จนได้..

ติดตามผลงานของ Tilly Birds ได้ที่ 

  • Facebook:https://www.facebook.com/TILLYBIRDS
  • YouTube:https://www.youtube.com/c/GeneLab
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...