โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

"รถหัดเดิน" อาจไม่ดีจริงอย่างที่คุณเคยคิด

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 15.15 น. • Motherhood.co.th Blog

"รถหัดเดิน" อาจไม่ดีจริงอย่างที่คุณเคยคิด

พ่อแม่สมัยใหม่หลายคนหาซื้อ "รถหัดเดิน" มาให้ลูกน้อยใช้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน โดยมีความเชื่อว่าจะช่วยทำให้เด็กเดินได้เร็วขึ้น ส่วนพ่อแม่อีกจำนวนหนึ่งซื้อมาใช้ด้วยเหตุผลว่าไม่มีคนดูแลลูก เพราะต้องทำงานบ้าน แต่ผลการศึกษาระบุว่าการให้เด็กใช้เวลาบนรถหัดเดินนี้เป็นเวลาหลายชั่วโมงจะทำให้กลไกการเดินของเด็กผิดปกติ เท็จจริงอย่างไร เรามาติดตามกันค่ะ

ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงไม่สนับสนุนรถหัดเดิน ?

สำนักบริการสาธารณสุขแห่งชาติหรือเอ็นเอชเอส ของอังกฤษ และหน่วยงานอย่างสมาคมนักกายภาพบำบัดกุมารเวชศาสตร์ (Association of Paediatric Chartered Physiotherapists) เคยออกมาชี้ว่าเก้าอี้หัดเดินของเด็กนั้นจัดเป็นอุปกรณ์กายภาพบำบัด และผู้ประกอบวิชาชีพด้านการบริการทางสุขภาพไม่แนะนำให้ใช้ โดยมีเหตุผลหลักอยู่ 2 ประการ คือ

  • มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในแต่ละปี แม้การใช้รถหัดเดินจะอยู่ภายใต้ความดูแลของผู้ใหญ่ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการพลัดตกจากบันได อาการบาดเจ็บที่เกิดกับศีรษะ ไฟลวก ไหม้ แขนหรือขาติด หรือแม้แต่อุบัติเหตุจากท้องถนนเมื่อเด็กเดินพ้นเขตบ้านออกไป
  • การศึกษาหลายชิ้นบ่งชี้ว่ารถหัดเดินไม่ได้ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการเร็วขึ้นเลย แท้จริงแล้วกลับจะทำให้เด็กมีพัฒนาการช้าลง เดินได้ช้าลงถึง 4-6 สัปดาห์นอกจากนี้ รถหัดเดินก็ไม่ได้ช่วยสอนการเดินให้เด็กอย่างที่พ่อแม่เชื่อกัน แต่กลับทำให้เด็กเดินโดยใช้นิ้วเท้า และเด็กจะติดการเดินในลักษณะนี้ไปจนโต เพราการเคลื่อนที่ของเด็กจะเป็นไปโดยการใช้ปลายเท้าจิกและไถไปข้างหน้า ทำให้ท่าทางการเดินและการทรงตัวไม่ดี ซึ่งกลไกการเดินที่ถูกต้องจะต้องใช้ส้นเท้าลงก่อน

ในไทยเราเอง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนดให้เรียกผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ว่า 'รถพยุงตัว' และให้กำกับฉลากไว้ด้วยว่า 'ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ช่วยในการหัดเดินและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต'

ความเชื่องและความจริงเกี่ยวกับรถหัดเดิน

เอกสารให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถหัดเดินของเด็ก จัดทำโดยเอ็นเอชเอส เช็ทแลนด์ (NHS Shetland) ให้รายละเอียดของความจริงและความเชื่อเกี่ยวกับรถหัดเดินเอาไว้ ดังนี้

ความเชื่อ #1 รถหัดเดินปลอดภัยมากพอที่จะให้เด็กอยู่ในนั้นไม่กี่นาที

การให้เด็กอยู่ในรถหัดเดินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการให้วัยรุ่นขึ้นไปขับรถแข่ง Formula 1 ในสนามแข่ง เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมาก เด็กที่อยู่ในรถหัดเดินต้องได้รับความใส่ใจและเฝ้าระวังมากกว่าเด็กที่ไม่ได้อยู่ในรถหัดเดินเสียด้วยซ้ำ

สถิติในสหราชอาณาจักรชี้ว่า เด็กที่ใช้รถหัดเดินกว่า 40% ได้รับบาดเจ็บ เพราะรถหัดเดินทำให้เด็กเคลื่อนไหวไปได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้เด็กสามารถเขย่งตัวสูงไปหยิบจับสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างมีดหรือเครื่องดื่มร้อนได้

ความเชื่อ #2 รถหัดเดินจะช่วยสอนให้เด็กเดิน

รายงานในวารสารการแพทย์อังกฤษชี้ว่าการใช้รถหัดเดินไม่ได้มีความเกี่ยวโยงใด ๆ เลยกับการนั่งหรือการยืน ทั้งยังมีกรณีที่พบว่าเด็กที่ใช้รถหัดเดินถูกชะลอพัฒนาการออกไป

หากเรารวมเวลาที่เด็กอยู่รถหัดเดินแต่ละครั้ง เมื่อรวมได้ 24 ชั่วโมงก็เท่ากับว่าเด็กจะหัดเดินช้าออกไปอีก 3 วัน และทำให้หัดยืนช้าออกไปอีกเกือบ 4 วัน เลยทีเดียว เพราะรถหัดประคองให้เด็กอยู่ในท่าตั้ง แต่ไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักการทรงตัวด้วยตัวเองอย่างแท้จริงซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการเดิน

ความเชื่อ #3 ลูกจะมีพัฒนาการเมื่อให้ใช้รถหัดเดิน

มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ใช้รถหัดเดินนั้น จะนั่ง คลาน และเดินช้ากว่าเด็กที่ไม่ได้ใช้ อีกทั้งยังทำคะแนนต่ำกว่าทั้งในการประเมิน Bayley assessment ซึ่งศึกษาพัฒนาการด้านจิตใจและภาษา และทักษะทางการเคลื่อนไหว

รถหัดเดินยับยั้งหรือกีดขวางไม่ให้เด็กคลานแต่ทำให้เด็กอยู่ในท่าตั้ง ซึ่งจะมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก เพราะสมองทำงานในลักษณะสลับไปมา โดยสมองซีกซ้ายควบคุมการทำงานของแขนและขาขวา และสมองซีกขวาควบคุมการทำงานของแขนและขาซ้าย การคลานเป็นการเคลื่อนไหวที่จำเป็นในการทำให้สมองทำงานในลักษณะดังกล่าว แต่เด็กที่อยู่ในรถหรือเก้าอี้หัดเดินจะหมดโอกาสได้เรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวและหยั่งรู้ เช่น ระยะทาง ความลึก หรือความเข้าใจเรื่องข้างนอก/ข้างใน ด้านบน/ด้านล่าง เป็นต้น

ความเชื่อ #4 รถหัดเดินจะช่วยให้ขาเด็กแข็งแรง

รถหัดเดินจะไปรบกวนท่วงท่าโดยธรรมชาติของเด็ก และยังทำให้สะโพกและหัวเข่าของเด็กรับน้ำหนักอย่างผิดท่า จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินของเด็ก บางครั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสะโพกได้ในระยะยาว

เมื่ออยู่ในรถหัดเดิน เด็กจะไถตัวเองไปบนพื้นโดยใช้นิ้วเท้า ซึ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อขาที่ผิดมัด สิ่งนี้อาจมีผลอย่างมากต่อการทรงตัวและพัฒนาการของข้อต่อและกล้ามเนื้อโดยทั่วไป รวมทั้งสร้างปัญหากับเท้าและข้อเท้าในระยะยาวได้เช่นกัน

สถานการณ์ในไทย

ในหลายประเทศ เช่น แคนนาดา อเมริกา ประกาศห้ามขายรถพยุงตัวเพราะอันตรายสำหรับเด็ก ส่วนประเทศไทยยังไม่มีการห้าม แต่ สคบ.ให้เปลี่ยนคำเรียกและมีเพียงคำเตือนกำกับ แต่ปัจจุบันของเล่นและของใช้สำหรับเด็กหลายชนิดนั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของพ่อแม่และผู้ปกครอง เพราะไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กำกับ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...