โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิทย์มุ่งไขปริศนา ทำไมบางคนจึง ไม่ติดโควิด ทั้งที่อยู่กลางวงคนป่วย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มี.ค. 2565 เวลา 07.55 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2565 เวลา 21.08 น.
ฟีบี การ์เร็ต Photograph: Andy Hall/The Observer

นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบว่า เหตุใดจึงมีบางคนต้านทานโควิดได้ ทั้ง ๆ ที่คนรอบข้างพากันป่วย เพราะจุดนี้เป็นความหวังว่า กลไกนี้จะนำไปสู่การพัฒนายาที่ไม่เพียงจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ยังช่วยป้องกันการแพร่เชื้อได้ด้วย

เดอะ การ์เดียน รายงานกรณีศึกษาผู้ที่ไม่ติดโควิดได้ง่าย ๆ หนึ่งในนั้นคือ ฟีบี การ์เร็ตต์ สาวอังกฤษวัย 22 ปีจากเมืองไฮวีคอมบ์ แม้ว่าจะเข้าร่วมชั้นเลกเชอร์ของมหาวิทยาลัย หรือในปาร์ตี้ที่ทุกคนติดเชื้อ เธอกลับไม่ติด

“ฉันคิดว่าฉันเข้าไปอยู่ในวงที่มีผู้ติดเชื้อ 4 ครั้งได้” หญิงสาวกล่าว

เมื่อเดือนมีนาคม 2564 การ์เร็ตต์เข้าร่วมการทดสอบโควิด-19 ครั้งแรกของโลก ที่รวมถึงการหยดไวรัสเชื้อเป็นเข้าจมูกและปิดไว้นานหลายชั่วโมงเพื่อให้ติดเชื้อ แต่ปรากฏว่าร่างกายของเธอต้านทานได้

“เราทดสอบหลายรอบ และหลายวิธีมาก ทั้งสวอปที่คอ สวอปที่จมูก และสวอปอื่น ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างการหยดเชื้อเข้าไปแล้วสวอปในจมูกหนึ่งนาที รวมถึงการทดสอบเลือด แต่ฉันไม่เคยมีอาการ และไม่เคยมีผลเป็นบวก” การ์เร็ตต์กล่าว

“แม่ฉันบอกเสมอว่าครอบครัวเราไม่เคยเป็นหวัด ฉันก็สงสัยว่าน่าจะมีอะไรที่ทำให้เป็นเช่นนี้”

จากการทดสอบดังกล่าว มีคนติดเชื้อ 34 คน และการ์เร็ตต์ไม่ใช่คนเดียวที่หลีกเลี่ยงการติดเชื้อได้ ยังมีอีก 16 คนที่เชื้อไม่พัฒนาต่อ (พิจารณาจากการตรวจ PCR ต่อเนื่องสองครั้ง)แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะตรวจพบเชื้อบวกระดับต่ำ และใช้เวลาหลายวันกว่าจะแสดงผลหลังติดเชื้อแล้ว

เป็นไปได้ว่า นี่เป็นผลสะท้อนจากระบบภูมิคุ้มกันที่ปิดกั้นการติดเชื้อโดยไว

ระบบภูมิคุ้มกันตื่นตัวตั้งแต่แรก

ศ.คริสโตเฟอร์ ฉิว ประจำมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ผู้นำการวิจัย กล่าวว่า ผลการศึกษาไวรัสชนิดอื่นก่อนหน้านี้ เราจะเห็นการตอบโต้ของภูมิคุ้มกันในจมูกที่ร่วมต่อต้านการติดเชื้อในขั้นต้นอย่างรวดเร็ว

“เมื่อพิจารณาร่วมกัน การค้นพบครั้งนี้บ่งบอกว่ามีการต่อสู้ดิ้นรนระหว่างไวรัสกับตัวคนคนนั้น ซึ่งการไม่ติดเชื้อ เป็นผลมาจากการป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่แรกเริ่ม”

“อีกทางหนึ่งคือ ระดับไวรัสไม่ได้สูงพอที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายตรวจจับได้ ขณะที่ ที–เซลล์ (เซลล์ภูมิต้านทานชนิดหนึ่ง) หรือปัจจัยของการอักเสบในเลือด มักสอดรับกับอาการที่แสดงออกมา”

ยังมีการศึกษาอีกชิ้นที่สันนิษฐานความเป็นไปได้ว่า จะมีการกำจัดเชื้อโควิดไปได้ช่วงแรกเริ่มที่สุดของการติดเชื้อ ก่อนที่มันจะหยั่งราก

ช่วงแรกที่โควิดเริ่มระบาด ดร.ลีโอ สวอดลิง แห่ง ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน และคณะจับตากลุ่มบุคลากรการแพทย์ที่ทำงานกับคนไข้ที่ติดเชื้อ แต่ไม่เคยมีผลตรวจเป็นบวก หรือกลุ่มที่พัฒนาแอนตี้บอดี้ของตัวเองได้ ผลตรวจเลือดเผยว่า ร้อยละ 15 ของคนกลุ่มนี้มี ที-เซลล์ที่ต่อต้านเชื้อSars-CoV-2 รวมถึงการติดเชื้อไวรัสอื่น

เป็นไปได้ว่า ความจำของที-เซลล์ จากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสก่อนหน้านี้ หรือเชื้อหวัดธรรมดา ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต้านโคโรนาไวรัสตัวใหม่ และปกป้องคนคนนั้นจากโควิดได้

แต่การศึกษาเพื่อเข้าใจว่า คนเราจะต่อต้านการติดโควิดช่วงแรกได้อย่างไร ในยุคที่สายพันธุ์โอมิครอนระบาดอยู่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะจำเป็นต้องใช้การทดสอบอย่างเข้มข้น ทั้งตัวไวรัส แอนตีบอดี ทีเซลล์ และปัจจัยสกัดการติดเชื้ออื่น ๆ อีกทั้งตอนนี้คนจำนวนมากฉีดวัคซีนป้องกันไปแล้ว

ด้านผลการศึกษาของนักวิจัยสวีเดน พบว่าเชื้อโคโรนาไวรัสตามฤดุกาลอาจไม่ใช่แหล่งเดียวที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาสร้างภูมิคุ้มกัน

ไข้หวัดใหญ่อาจส่งผลกับแอนติบอดี

ศ.เซซิเลีย โซเดอร์เบิร์ก-นอเคลร์ นักวิทยาภูมิคุ้มกัน สถาบันคาโรลินสกา กรุงสตอกโฮล์ม เริ่มสอบสวนความเป็นไปได้นี้ หลังจากประเทศสวีเดนหลีกเลี่ยงสถานการณ์รุนแรงในช่วงการระบาดระลอกแรกมาได้ ไม่เหมือนชาติยุโรปอื่นๆ ทั้งที่สวีเดนใช้มาตรการควบคุมเบากว่า

มาร์คัส คาร์ลส์สัน ประจำมหาวิทยาลัยลุนด์ ผู้ทำโมเดลคณิตศาสตร์ให้ ดร.เซซิเลีย สันนิษฐานว่า รูปแบบการติดเชื้อนี้คงอธิบายได้ถ้าประชาชนจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันหมู่

คณะศึกษาของนักวิจัยหญิงตรวจข้อมูลพื้นฐานของโปรตีนจากไวรัสที่ปรากฏต่อเนื่องกัน และค้นหาเพปไทด์(สารที่อยู่ระหว่างการย่อยเพปไทน์ไปเป็นกรดอะมิโน) ที่คล้ายกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เพื่อดูว่าแอนติบอดีตัวใดที่ช่วยเข้าสกัดเชื้อ

“ตอนที่พวกเขาระบุเพปไทด์อะมิโน 6 ตัวในเชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่ไปตรงกับส่วนโปรตีนของโคโรนาไวรัส ฉันแทบจะตกเก้าอี้เลย” ดร.เซซิเลียกล่าว และว่า นับจากนั้นทีมงานค้นพบตัวแอนติบอดีจากเพปไทด์นี้สูงกว่าร้อยละ 68 ในเลือดของผู้บริจาคจากกรุงสตอกโฮล์ม

งานวิจัยที่ยังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่เคยเปิดเผยนี้ สันนิษฐานว่า การตอบโต้ของระบบภูมิคุ้มกันนี้กระตุ้นโดยเชื้อไข้หวัดใหญ่H1N1 ที่ทำให้เกิดการระบาดของเชื้อไข้หวัดหมู และอาจช่วยให้คนเราสร้างภูมิคุ้มกันบางส่วนที่ไม่ได้สมบูรณ์สำหรับการต่อต้านโควิด-19

“มันช่วยป้องกันเหมือนม่านได้ แต่คงปกป้องคุณจากคนติดเชื้อที่มาไอใส่หน้าคุณไม่ได้” นักวิจัยหญิงกล่าว

ตามหาคนต้านเชื้อได้ทั่วโลก

จากการที่มีคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งมียีนต่อต้านโควิด-19 ได้ กลุ่มนักวิจัยนานาชาติจึงเริ่มออกล่าคนกลุ่มนี้เพื่อใช้ศึกษา ด้วยความหวังที่จะระบุตัวยีนที่จะป้องกันเชื้อให้ได้

“เราไม่ได้หายีนธรรมดาที่จะพอป้องกันการติดเชื้อได้ แต่เราต้องการหายีนที่หาได้ยากมาก และป้องกันคนคน นั้นจากเชื้อโรคได้โดยแท้จริง” ศ.แอนเดรส สปาน ประจำมหาวิทยาลัยร็อกกีเฟลเลอร์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐ ผู้นำการวิจัยกล่าว

พร้อมเผยว่า นักวิจัยค้นหาและสนใจบุคคลที่อยู่ในบ้านหรือนอนอยู่เตียงเดียวกับคนที่ติดเชื้อ แต่ตัวเองกลับไม่ติดเชื้อ เช่น หญิงสูงวัยคนหนึ่งจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งคอยดูแลสามีช่วงเชื้อระบาดระลอกแรก สามีเข้าห้องไอซียูเลย ส่วนภรรยาดูแลสามีก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ในห้องเดียวกันโดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย เรายังอธิบายไม่ได้ว่าทำไมหญิงคนนี้ถึงไม่ติดเชื้อ

การต้านทานเชื้อโรคไว้ได้ ไม่ได้มีเฉพาะโควิด แต่ยังรวมไปถึงเอชไอวี มาลาเรีย และโนโรไวรัส (ไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร) กรณีเหล่านี้ การตรวจจับด้วยยีนหมายความว่า บางคนไม่มีตัวรับเชื้อให้เข้าสู่เซลล์ ดังนั้นจึงไม่สามารถติดเชื้อได้

ดร.สปานกล่าวด้วยว่า หากระบุตัวพันธุกรรมเหล่านี้ได้ จะนำไปสู่การรักษาโควิดแบบใหม่ เป็นวิธีเดียวกันการระบุตัวรับ CCR5 ที่หลบเลี่ยงเชื้ออยู่ในบุคคลที่ต้านทานเชื้อเอชไอวีได้ จากนั้นนำไปสู่การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

นักวิจัยรายนี้เห็นว่า ในกลุ่มคนที่หลีกเลี่ยงการติดโควิดได้ ส่วนใหญ่ไม่น่าจะมียีนที่ต้านทานเป็นพิเศษ แม้คนเหล่านี้จะมีภูมิคุ้มกันบางส่วน ดังนั้นจึงไม่มีหลักประกันใดว่า คนเหล่านี้จะไม่ค่อย ๆ ติดเชื้อในที่สุด

กรณีของสาวการ์เร็ตต์ ที่หลบเลี่ยงโควิดมาได้เกือบ 2 ปี เธอก็ตกตะลึงเหมือนกัน เมื่อเข้ารับการตรวจปกติแล้วพบเชื้อ หลังจากนั้นเธอมีอาการจากโควิดเล็กน้อย และหายดีแล้ว

เรื่องน่าจับตาคือ การ์เร็ตต์ไม่ติดโควิดจากสมาชิกในครอบครัว เพื่อน และผู้เชี่ยวชาญในห้องทดลองที่ใกล้ชิดเธอ แต่กลับได้รับเชื้อจากคนแปลกหน้า

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าติดเชื้อมาจากไหน อาจเป็นคนใดคนหนึ่งในคณะประสานเสียงของท้องถิ่น หรืออาจจะติดจากคนในยิม” หญิงสาวกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...