ผ่านขวบแรก MAKE by Kbank หวังเด็กยุค “MAKE” บริหารเงินเป็น
MAKE by Kbank เป็นโปรเจคหนึ่งของบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2564 โดยมีที่มาจากโจทย์ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ๆเสริมนวัตกรรมทางการเงินให้กับธนาคารกสิกรไทย ขณะเดียวกันเห็นว่ายังมีโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้ธนาคารได้อีก ด้วยทีมงานที่นำโดย ก้องภพ รุ่งเดช Advanced Innovation Product Manager , ชนาพร ธรรมสิทธิ์บูรณ์ Innovation Product Manager , อชิรญา กุณฑลจินดา Advanced Growth Engineer และวิทวัส พาณิชวทัญญู Senior Growth Engineer
จากซ้ายไปขวา ก้องภพ รุ่งเดช - Advanced Innovation Product Manager, ชนาพร ธรรมสิทธิ์บูรณ์ - Innovation Product Manager,อชิรญา กุณฑลจินดา Advanced Growth Engineer,วิทวัส พาณิชวทัญญู Senior Growth Engineer
“ MAKE by Kbank มีเป้าหมายเป็นเครื่องมือบริหารจัดการเงินอันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่แม้จะมุ่งเน้นจัดการเงินแต่ก็ยังสามารถทำธุรกรรมพื้นฐานได้ เริ่มต้นด้วยการชวนกลุ่มตัวอย่างเข้ามาศึกษาไลฟ์สไตล์ทางการเงินว่าเป็นอย่างไร จัดการเงินอย่างไร ใช้จ่ายอย่างไร ซึ่งเป็นกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เช่น กลุ่มนักศึกษา ก็จะมีการใช้จ่ายกินชาบูอยากโอนเงินคืนค่าชาบูให้เพื่อน ทำอย่างไรให้สามารถจบบนโต๊ะชาบูได้ทันที ซึ่งเหล่านี้เป็นที่มาของฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่างๆ”
ก้องภพ เล่าและบอกอีกด้วยว่า MAKE by KBank ครบ 1 ปีแล้วนับว่าประสบความสำเร็จด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 150,000 – 160,000 ราย มียอดเงินฝากกว่า 1,000 ล้านบาท และมีปริมาณธุรกรรมกว่า 1 ล้านรายการต่อเดือน เป้าหมายต่อไปคือการสร้าง Engagement ให้ลูกค้าเดิมมีการใช้งานต่อเนื่องและจะพัฒนาฟังก์ชั่นต่างๆให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ต่อยอดเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากกว่าเดิม ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมียอดเงินฝากเพิ่ม 6 เท่าซึ่งมาจากแผนขยายฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 600,000 คนในสิ้นปี 2565
แผนการขยายฐานลูกค้าของ MAKE แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการทำงานร่วมกับแอปฯ K Plus ของธนาคารกสิกรไทยที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 14 ล้านรายอยู่แล้ว และเพิ่มลูกค้าที่ไม่เคยเป็นลูกค้าธนาคารมาก่อนเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆให้กับธนาคารอีกทางหนึ่งด้วย
ที่ผ่านมาการสมัครใช้งาน Make จะต้องเป็นลูกค้า K Plus เท่านั้นแต่ในปีนี้มีแผนที่จะไม่ต้องมี K Plus ก็สามารถสมัครใช้งาน Make ได้ ซึ่งจะใช้การยืนยันตัวตนผ่านจุดยืนยันตัวตนต่างๆของธนาคารกสิกรไทย (dip chip) รวมทั้งการโปรโมทผ่านช่องทางต่างๆที่จะชูเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานที่จะช่วยให้เรื่องจัดการการเงินทำได้ง่ายขึ้น
ชนาพร เล่าถึงฟังก์ชั่นของ MAKE by Kbank ว่า การคิดจะทำสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ โฟกัสที่ลูกค้าเป็นหลักจนมีฟังก์ชั่นต่างๆออกมา โดยที่เด่นคือ เรื่องการ “จัด” ที่ทำให้จัดเงินเป็นสัดส่วน ด้วยฟีเจอร์ Cloud Pocket ที่สามารถสร้างกระเป๋าเงินย่อยไว้แยกเก็บเงินในบัญชีได้ไม่จำกัดจำนวน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ได้ สร้างเป็น Cloud Pocket ส่วนตัว เพื่อจัดสรรเงินสำหรับการใช้ส่วนบุคคล เช่น เงินออม ค่าใช้จ่ายรายเดือนของบริการต่างๆ ค่าของขวัญสำหรับคนพิเศษ ค่าชอปปิ้ง ฯลฯ หรือจะชวนเพื่อนมาร่วม Cloud Pocket เพื่อเก็บเงินเป็นกองกลางเพื่อใช้ทำกิจกรรม ไปทริป หรือซื้อของร่วมกัน สร้างความเป็น Community-Based มากขึ้นก็ได้เช่นกัน สามารถย้ายเงินข้าม Pocketได้อย่างสะดวก ไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมทั้งมีการแจ้งเตือนเวลามีเงินโอนเข้า และยังสามารถตั้งค่าโอนอัตโนมัติหรือจะล็อคไม่ให้ใช้กระเป๋าได้อีกด้วย
ฟังก์ชั่น “จด” หรือ Chat Banking บันทึกรายการการทำธุรกรรมสไตล์ใหม่ ที่ผู้ใช้สามารถเก็บบันทึกประวัติการโอนเงินระหว่างเพื่อนเป็นรูปแบบของโซเชียลแชท (Social Chat) คล้ายคลึงกับบริการส่งข้อความหรือแอปแชทนิยาย โดยผู้โอนเงินสามารถแนบรูปภาพหรือเขียนบันทึกของการโอนนั้นๆ ได้เพื่อให้ง่ายต่อการย้อนดูภายหลัง
และฟังก์ชั่นการ “จ่าย” หรือ Pop Pay บริการโอนเงินอัจฉริยะที่สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม เพราะามารถโอนเงินผ่านบลูทูธ ให้คนที่อยู่ในระยะ 10 เมตร ได้เลยโดยไม่ต้องขอเลขบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ หรือ QR Code จากอีกฝ่าย ยกระดับวิธีโอนเงินแบบ Contactless ที่สะดวกและง่ายขึ้นไปอีกขั้น สร้างสรรค์ประสบการณ์การทำธุรกรรมธรรมดาให้ไม่ธรรมดา เพียงแค่กดเลือกไอคอนเพื่อนที่มีบัญชี MAKE by KBank เหมือนกันและอยู่ในรัศมีที่กำหนด กดส่งเงินได้ภายในคลิกเดียว อย่างไรก็ดีผู้ใช้งานสามารถโอนเงินผ่านแอปได้ทุกธนาคารจากเลขบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมเพย์ ถอน จ่ายด้วย QR โดยสามารถเลือกจาก Cloud Pocket ใดก็ได้
ฟีเจอร์ล่าสุดคือ Expense Summary ที่ผู้ใช้งานสามารถดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละประเภท ในแต่ละเดือนอย่างชัดเจน โดยการแยกเป็นการใช้จ่ายของแต่ละหมวดหมู่ (Category) สรุปและดูการใช้จ่ายในแต่ละ Cloud Pocket แต่ละเดือนเมื่อไหร่ก็ได้ หรือถ้าอยากติดตามค่าใช้จ่ายไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถ Cloud Pocket ขึ้นมาใหม่ และสามารถซ่อนรายการหากรายการใดไม่เกี่ยวข้อง
“ในปีนี้จะมีการขยายฟังก์ชั่นเรื่องไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้น โดยกำลังหาพันธมิตรเพื่อที่จะเอากิจกรรมต่างๆเข้ามาทดลองกับ Make ด้วย และแม้ผู้ใช้ของ Make จะเป็นกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี แต่ในปีนี้มีแผนจะเข้าไปเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่อายุมากกว่า 30 ปีให้มากขึ้นเพราะเห็นว่าผู้ใช้งานกลุ่มนี้ก็สนใจในเรื่องบริหารเงินด้วยเช่นกัน ”
แม้จะผ่านขวบปีแรกไปได้แล้วแต่งานของ MAKE ยังต้องเดินต่อ มีการบ้านที่ให้ทำเยอะขึ้นเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ระบบต้องทำให้มีเสถียร เพิ่มการสื่อสารให้ตรงเป้าหมาย ให้ผู้บริโภครับรู้ว่า MAKE คือตัวช่วยจัดการเงิน หากต้องการเริ่มจัดการเงินให้คิดถึง MAKE โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุค MAKE จะเริ่มต้นโลกของการเงินได้ง่ายที่สุด