โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลงระงับเก็บ “ค่าธรรมเนียมท่าเรือ” ชั่วคราว 12 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 04.09 น.

"ทรัมป์-สี จิ้นผิง" บรรลุข้อตกลงระงับเก็บ "ค่าธรรมเนียมท่าเรือ" ชั่วคราว 12 เดือน ครอบคลุมค่าธรรมเนียมรวมราว 3.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ภายหลังการประชุมทวิภาคีที่เกาหลีใต้

วันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 04.32 น. สหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ต.ค.) เพื่อระงับมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมตอบโต้กันสำหรับเรือเดินสมุทรของทั้งสองประเทศชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นพิพาทสำคัญในสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ และเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ค่าขนส่งทางเรือทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

ข้อตกลงดังกล่าวจะให้การผ่อนผันเป็นเวลา 12 เดือน จากค่าธรรมเนียมรวมราว 3.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี สำหรับเรือขนาดใหญ่ที่สร้างในจีนและเดินทางไปยังท่าเรือของสหรัฐ โดยเป็นหนึ่งในชุดข้อตกลงทางการค้าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้บรรลุร่วมกันระหว่างการประชุมที่ประเทศเกาหลีใต้ในสัปดาห์นี้

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศแผนเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับเรือที่มีความเชื่อมโยงกับจีน ภายใต้มาตรา Section 301 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการลดอิทธิพลของจีนในอุตสาหกรรมเดินเรือโลก และสนับสนุนการผลิตเรือของสหรัฐฯ หลังจากการสอบสวนพบว่าการที่จีนครองตลาดการเดินเรือ โลจิสติกส์ และการต่อเรือในระดับโลก เป็นผลจากแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

นายสกอตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในรายการ Fox Business Network ว่า มาตรการภายใต้ Section 301 ดังกล่าวถูกระงับชั่วคราวแล้ว ขณะที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ยังไม่ให้ความเห็นว่าการระงับครั้งนี้ครอบคลุมบทลงโทษอื่น ๆ เช่น ภาษีสำหรับเรือบรรทุกยานยนต์ที่ผลิตนอกประเทศจีน หรือไม่ โดยหนึ่งในบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับ Section 301 ยังรวมถึงภาษี 100% สำหรับเครนท่าเรือที่ผลิตในจีนด้วย

ทางด้าน กระทรวงพาณิชย์ของจีน ระบุในแถลงการณ์ว่า การระงับดังกล่าวครอบคลุมมาตรการภายใต้มาตรา 301 ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเดินเรือ โลจิสติกส์ และการต่อเรือของจีน พร้อมทั้งยืนยันว่าจีนจะระงับมาตรการตอบโต้และค่าธรรมเนียมต่อเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐด้วยเช่นกัน

รายงานระบุว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือ เช่น COSCO บริษัทเดินเรือรายใหญ่ของจีน และ Matson บริษัทขนส่งทางทะเลของสหรัฐ ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นหลายล้านดอลลาร์ และทำให้ตารางเดินเรือถูกรบกวน ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นและสุดท้ายสะท้อนไปถึงผู้บริโภค

บริษัทขนส่งทางทะเลในสิงคโปร์ High-Trend International Group (HTCO) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การระงับมาตรการครั้งนี้ช่วยลดต้นทุนระยะยาวและข้อจำกัดด้านนโยบายที่กดดันบริษัทมานาน พัฒนาการครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งข้ามพรมแดน เพิ่มเสถียรภาพกระแสเงินสด และเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

อย่างไรก็ตามผู้บริหารในอุตสาหกรรมเดินเรือหลายรายแสดงความยินดีต่อการระงับมาตรการ แต่ยังคงกังวลต่อความไม่แน่นอนที่อาจกลับมาอีกในอนาคต
ไซมอน ฮีนีย์ (Simon Heaney) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัยตู้คอนเทนเนอร์จากบริษัทที่ปรึกษา Drewry โพสต์ใน LinkedIn ว่า “ผมหวังว่าข้อตกลงนี้จะมีความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมเดินเรือต้องการมาก เพื่อให้สามารถกลับมาทำหน้าที่หลักในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศได้อย่างเต็มที่”

ในด้านผลกระทบทางการค้า นายเบสเซนท์กล่าวว่า เพียงแค่การขู่ใช้มาตรการ Section 301 ก็ทำให้ความต้องการเรือที่สร้างในจีนลดลงอย่างมาก โดยระบุว่า อู่ต่อเรือของจีนมีคำสั่งซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้ยอดสั่งซื้อเรือทั่วโลกในปีนี้ลดลงโดยรวม แต่ข้อมูลจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ที่วิเคราะห์จากฐานข้อมูลของ S&P Global ระบุว่า จีนยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดการต่อเรือโลก โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 อู่ต่อเรือของจีนได้รับคำสั่งซื้อคิดเป็น 53% ของคำสั่งซื้อทั่วโลก (ตามน้ำหนักรวมของเรือ) ซึ่งสะท้อนอิทธิพลที่ยังเหนียวแน่นของจีนในอุตสาหกรรมการเดินเรือโลก แม้จะเผชิญแรงกดดันจากนโยบายของสหรัฐก็ตาม

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...