"วินธัย"โฆษก ทบ. ชี้แจง กมธ.ทหาร ยันกองทัพไม่ได้ขอบริจาค ไม่ขาดแคลน
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 15.18 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(30ต.ค.68) คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เรียกกองทัพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" มาชี้แจงข้อเท็จจริงการบริหารทรัพยากรของกองทัพในเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดน ไทย-กัมพูชา หลังมูลนิธิ กัน จอมพลัง ลงไปช่วยและรับบริจาคสิ่งของนั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงในกรรมาธิการว่า จริง ๆ แล้วสิ่งของที่ได้รับการสนับสนุน เมื่อมีวิกฤติมีทั้งหมด 2 ลักษณะด้วยกัน ดังนี้
1.ลักษณะการช่วยเหลือกำลังพล
2.ลักษณะช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ปฏิบัติงานบริเวณแนวหน้า
พล.ต.วินธัย บอกว่า ทั้งสองส่วนนี้เป็นนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ที่จะไม่รับเป็นเงิน เพราะบริหารจัดการยุ่งยากรวมถึงมีในเรื่องของแง่กฎหมาย จึงมีวิธีการที่ว่าหากต้องการการแสดงน้ำใจขอเป็นสิ่งของ ส่วนถ้ายืนยันว่าจะเป็นเงิน ส่งต่อที่กำลังพลผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต หรือครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ ต่อกองทัพก็จะเหมือนเป็นลักษณะสะพานเชื่อมต่อให้
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อไปว่า ตนขอพูดถึงสิ่งของที่จะแสดงถึงความปรารถนาดีต้องการที่จะมีส่วนร่วม หรือคุณค่าทางวัตถุ ในส่วนของกองทัพบก ยอมรับว่ามีผู้ประสานเข้ามาเยอะ แต่ก็ยืนยันว่าอยากให้เป็นสิ่งของมากกว่า และไม่อยากเสียมารยาทว่าจะไปเจาะจงเป็นอะไร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจุนเจือความเป็นอยู่ และเมื่อมีการแสดงเจตจำนงมาในลักษณะที่รับของ แต่ในส่วนของโฆษกกองทัพบกที่มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ เราก็พยายามที่จะบอกจากทุกคนที่แสดงเจตจำนงมาเยอะว่าต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมในสนามรบ และเราได้มีการบอกว่าหากขาดหรืออะไรเราจะมีการแจ้งไป แต่เราไม่อยากที่จะรับมาแล้วไม่ได้บริหารจัดการในประเภทของมัน และมันจะทำให้ไม่ตรงกับผู้นำไปใช้ และเราไม่เคยนึกถึงเรื่องของยุทธภัณฑ์เข้ามาด้วย
พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ซึ่งตนมองว่ามันเป็นเรื่องทางเทคนิคและราคามันสูง ซึ่งไม่เคยนึกมาก่อนว่ามันจะมี เพียงแต่สิ่งที่ตนเคยให้ข้อมูลไป สื่อได้เคยถามตน เนื่องจากได้มีการเข้าไปที่เฟซบุ๊กและเห็นร้านเหล็กแห่งหนึ่งที่เป็นร้านโลหะภัณฑ์ที่มีการตัดเหล็กมาไปตัดไปเย็บและจนกลายเป็นเสื้อเกาะ ซึ่งในขณะนั้นสื่อมวลชนก็มีการตั้งคำถามว่าสามารถทำเช่นนี้ได้หรือ ซึ่งเราก็ได้มีการแจ้งไปว่า ถ้าเป็นเรื่องเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องมีมาตรฐาน เพราะบางครั้งผู้บังคับบัญชาเอง จำเป็นที่จะต้องรักษาชีวิตลูกน้อง คงไม่น่าจะให้ใส่และคงจะไม่ได้ใช้
"ขอยืนยันว่าหากไปดูคำชี้แจงของผมทั้งหมด ผมไม่เคยห้ามเพราะมองว่าหากเกิดวิกฤต สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่สิ่งของ แต่มันแสดง ให้เห็นว่าเราไม่เคยถูกทอดทิ้ง มันเลยทำให้การบริหาร มันไม่เหมือนช่วงปกติ" พล.ต.วินธัย กล่าว
พล.ต.วินธัย ขอย้ำในเรื่องของยุทธภัณฑ์ว่า อาจจะทำให้ตนสับสนในเรื่องของกันจอมพลังเพราะตนไม่เคยถามถึงรายละเอียด เพราะในระดับของกองทัพบกเราบริหารกันเช่นนี้ แต่ในระดับหน่วยเราเห็นว่ามียากันยุง มีผ้าใบ มียา ซึ่งสิ่งเหล่านั้น เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้อยู่ในรายการ อุปกรณ์ทางการทหาร 1 - 5 ตามระเบียบกองทัพสหรัฐฯ และตนไม่ได้เห็นในเรื่องของยุทธภัณฑ์ หากถามว่าเรื่องของยุทธพันธ์เราขาดแคลนหรือไม่นั้น สิ่งที่เราได้รับมาไม่ได้เรียกว่าเป็นการขาดแคลน มันอาจจะไม่เหมาะเพราะเราเป็นหน่วยราชการใหญ่ และเราได้รับการเกื้อกูลจากฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายบริหาร ในเรื่องของงบประมาณมาโดยตลอด ซึ่งมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
พล.ต.วินธัย ระบุว่า ซึ่งหากพูดถึงเรื่องยุทธภัณฑ์ถ้าเป็นกองทัพใช้จะมีมาตรฐาน ถ้ากองทัพใช้จำเป็นต้องผ่านมาตรฐานของกองทัพของกองทัพสหรัฐฯ UNIJ ในเลเวล 3+ ที่ใช้ป้องกันปืนเล็กยาวได้ ซึ่งในกองทัพมีทั้งหมด 70,000 ตัว และขณะนี้กำลังหมุนเวียนอยู่ในสนาม แต่เราก็จะเห็นกำลังพลมีทั้งใส่บ้างและไม่ใส่บ้างซึ่งอยู่ที่ภาระงานในสนามรบ ซึ่งบางคนก็อาจจะอยู่ในหน่วยสนับสนุนถึงแม้ว่าจะเป็นทหารปืนใหญ่ ที่ใช้อาวุธห่างจากหน้าแนว และขอย้ำว่าหน่วยที่อยู่แนวหน้ามีการใส่ชุดเกาะแน่นอน
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า วันนี้ตนก็เพิ่งรู้ว่าสิ่งที่กันจอมพลังจัดหาปรากฏว่าจัดหาได้คุณภาพสูงกว่ามาตรฐานกองทัพทั่วไปที่ใช้เป็นระดับเลเวล 4 ซึ่งตนก็เพิ่งได้ยินจากการประชุมกรรมาธิการทหารวันนี้ แต่ในทางทฤษฎีที่ตนได้ยิน หากเป็นไปในตามทฤษฎี ก็เป็นสเปกที่สูงกว่าทางกองทัพใช้
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าทางกองทัพได้มีการขอรับการอนุเคราะห์มูลนิธิไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยุทธภัณฑ์ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพบก ไม่มี แต่ในระดับหน่วยตนเห็นว่ามี และที่ตนทราบมาคือเรื่องของการสนับสนุนเรื่องของยาง
ทั้งนี้ทางกรรมาธิการได้ถามต่อว่าระเบียบกลาโหมว่าด้วยการเงินรวมถึงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเรี่ยไรและบริจาค หน่วยงานที่จะรับของบริจาคได้จะต้องเป็นหน่วยงานราชการ ซึ่งหากจะรับบริจาคจะต้องรับในนามของกองทัพบกเท่านั้น ซึ่งหน่วยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ 2 หรือกองทัพอื่น ๆ เรื่องนี้กองทัพบกได้มีการทราบเรื่องหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่มั่นใจแต่จะขอไปสอบถามและจะไปหารายละเอียดที่ตรงกับที่ถามมา แต่ลักษณะของการรับมอบของเช่นนี้มองได้หลายมุม หากสมมุติว่าในสนามที่ผ่านมาในหน่วยกำลังรบทั้งหมด เข้าห้องน้ำด้วยระบบภูมิประเทศ แล้วปรากฏว่าสถานการณ์ในครั้งนั้นมีคนปรารถนาดี อยากให้ทหารเข้าห้องน้ำดีกว่านั้นไม่ได้อยู่ในระบบของกองทัพปกติ ซึ่งตนก็มองว่ามันเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และไม่ได้เอาไปใช้ที่บ้าน หรือไม่ได้นำกลับไปใช้ที่หน่วยแต่อยู่ในภูมิประเทศ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าตรงนี้จะเรียกว่าอย่างไรดีเพราะไม่ใช่ของที่นำไปใช้ส่วนตัวและอยากให้ผู้ถามทำหนังสือถึงกองทัพบกโดยตรง จะได้มีการตอบรายละเอียดมากขึ้น
เมื่อถามต่อว่า กรณีที่ พล.ต.วินธัย เข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการเมื่อ 2 ครั้งที่แล้ว โดยชี้แจงว่า กองทัพไม่มีนโยบายรับบริจาคและไม่ได้ขาดแคลนอะไร และได้ยืนยันทั้งสองครั้ง เราจึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงยังมีผู้บริจาคอยู่ เพราะ พล.ต.วินธัย ก็ไม่เคยกล่าวให้ชัดว่า ไม่ต้องบริจาคเข้ามา ให้กองทัพ โดยยังให้เปิดประชาชนบริจาคเข้าไปอยู่
เมื่อถามต่อว่าสุดท้ายแล้วนโยบายของกองทัพบก ต้องการรับบริจาคหรือไม่ต้องการรับบริจาค โดยพล.ต.วินธัย กล่าวว่า โดยนโยบายคือไม่ โดยนโยบายต้องอยู่รอดด้วยตัวเอง และนโยบายไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เป็นข้อกฎหมายที่บังคับเท่านั้นเอง เพราะกรณีของยานั้นไม่ได้มีในอัตราสิ่งอุปกรณ์ในสนามรบอยู่แล้ว เราไม่ได้จำกัดขนาดนั้น และในเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า และประชาชนต้องการแสดงน้ำใจกันเป็นจำนวนเยอะมาก ซึ่งก็มีผู้ที่ประสงค์บริจาคเป็นเงินด้วยซ้ำ เราก็อยากให้ทหารอยู่ในสนามรบแบบปกติ หากจะให้ตนตอบอย่างละเอียด เราควรที่จะไปคุยกัน ในเวที เฉพาะดีกว่า เพราะมีมุมมองที่หลากหลาย
เมื่อถามว่า ในเมื่อกองทัพบอกว่ายังไม่ได้ขาดแคลน แต่มีผู้บริจาคเข้ามาจึงอยากจะถามว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งของบริจาคเหล่านั้น พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ที่ตนบอกว่าไม่ได้ขาดแคลนแต่ได้มาไม่ใช่ว่าไม่ใช้ เราก็ต้องใช้ไปแม้จะมองว่าฟุ่มเฟือย หากเป็นเรื่องของกินแจกจ่ายอยู่แล้ว แต่เรื่องของยุทธภัณฑ์นั้นเรามีมาตรฐานอยู่
ด้าน นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน คณะกรรมาธิการทหาร ถามต่อว่าทางกองทัพได้มีการทำใบขอความอนุเคราะห์ไปที่กันจอมพลังหรือมูลนิธิอื่น ๆ จำนวนเท่าไหร่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ฉะนั้นตนต้องไปเช็กกับหน่วยครั้งหนึ่งแต่เท่าที่ข้อมูลที่ตนมียังไม่พบ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าเมื่อมีหนังสืออนุเคราะห์เรื่องของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทยกัมพูชาเท่าไหร่ตนถึงจะมาตอบได้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีการแอบอ้างกองทัพเรื่องของการรับเงินบริจาคยืนยันว่าไม่มีแน่นอนเพราะเป็นนโยบายของผู้บัญชาการกองทัพบก หากคิดว่าเป็นการฉ้อโกง นางสาวรักชนก สามารถใช้ช่องทางกฎหมายได้
นอกจากนี้ ในส่วนของการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ประกาศกฎอัยการศึก เราก็ได้มีการอำนวยความสะดวกเพราะเราไม่ได้มีการออกข้อกำหนดข้อห้าม ส่วนการที่ใช้สื่อเป็นภาพลักษณ์ของการเป็นฮีโร่ก็แล้วแต่คนจะมอง ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องของยุคปัจจุบันที่ เผยแพร่ ทำให้คน ได้รับรู้เรื่อง ส่วนเรื่องของความขาดแคลน ยืนยันว่าไม่ได้ขาดแคลนแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
โดยช่วงหนึ่งของการชี้แจงต่อกรรมาธิการ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า คนที่อยู่ส่วนหน้างานจะเป็นคนรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง อุปกรณ์ในระบบราชการเราครบถ้วน แต่สิ่งที่ได้รับการสนับสนุนมา มันไม่ได้อยู่ในระบบราชการ เราแบ่งหน้าที่เป็นระดับกองทัพภาค อย่างน้อยกองทัพภาคเป็นคนดูแลตนเป็นเพียงคนรับข้อมูลมา แต่ถ้าจะถามว่าดูถูกกันว่ามั่วซั่วหรือไม่ มันไม่มั่ว และอาจจะต้องใช้เวทีในการให้เกียรติกัน เพราะสิ่งที่ทหารทำอยู่ทุกวัน มองว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันคือชีวิตคน มันไม่ใช่เงินที่จะซื้อได้ สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดทำเพื่อประชาชน ไม่มีใครทำในลักษณะส่วนตัวเพราะฉะนั้นการที่จะให้ข้อมูลอาจจะกระทบขวัญกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติงาน
#ข่าวเวิร์คพอยท์23