โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ชาติยังไม่รู้ ที่มาของเงินปริศนาไหลเข้าไทย? ตัวเลข Net Errors ไตรมาสละ 3–4 พันล้านดอลลาร์ เป็นเวลากว่า 2 ปี

Finnomena

เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 02.26 น. • Finnomena

จากกรณีที่ “ค่าเงินบาท” แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และมีการตั้งข้อสงสัยว่าการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เงินบาทแข็ง เพราะเห็น Correlation ระหว่างราคาทองกับบาทสูง จึงเกิดเป็นแนวคิดอยากจะเก็บภาษีการค้าขายทองคำ เพื่อสกัดปัญหาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อีกมุมมองจาก ดร. พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร โพสผ่าน Facebook ส่วนตัวโดยตั้งข้อสังเกตว่า การส่งออกทองคำเป็นแค่อาการปลายทาง ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้บาทแข็ง ?

แต่ที่น่าสนใจคือใน Balance of Payments (BOP) ของไทย มีรายการ Net Errors & Omissions (NEO) หรือธุรกรรมที่ไม่สามารถอธิบายได้ ขยายตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามีเงินเข้า–ออกจำนวนมากที่เรายังไม่แน่ใจว่าคืออะไร

ปกติแล้ว NEO เป็นเรื่องธรรมดาของสถิติ เพราะไม่มีทางเก็บข้อมูลได้เป๊ะทุกดอลลาร์ แต่ควรจะเป็นแค่ ‘เศษข้าวติดหม้อ’ ที่ไม่ต้องสนใจมาก error ที่ดีควรจะเล็ก มาชั่วครู่ชั่วคราวและหายไป และควรจะ error ได้ทั้งสองฝั่ง แต่ของไทยกลับผิดปกติ เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • NEO ใหญ่ ถึงไตรมาสละ 3–4 พันล้านดอลลาร์
  • NEO ต่อเนื่องแบบนี้มา 2 ปีแล้ว
  • NEO เอียงข้างเดียว เป็นบวกติด ๆ กันหลายไตรมาส โดยเฉพาะหลังโควิด

สะท้อนว่าเราอาจจะยังเข้าใจเงินไหลเข้าออกประเทศไม่ดีพอก็ได้ และตราบใดที่เราไม่เข้าใจว่า flows เหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร ก็อาจจะตอบไม่ได้ว่ามีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เงินบาทแข็งอีกไหม และอาจจะทำไปสู่นโยบายที่ผิดพลาด และสร้างปัญหาอื่นตามมาได้

เช่น เห็น correlation ระหว่างราคาทองกับบาทสูง ก็อยากจะเก็บภาษีการค้าขายทองคำ แต่ถ้าต้นเหตุบาทแข็งไม่ได้เกิดจากการค้าทองคำ นโยบายแบบนี้ก็อาจจะการสร้างความบิดเบือนให้กับตลาดทองคำ โดยไม่ได้แก้ปัญหาบาทแข็งที่ต้นทาง

แบงก์ชาติ เร่งพิสูจน์เงินไม่รู้ที่มา

ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตอบกรณีเงินไหลเข้าประเทศที่ไม่รู้ที่ไปที่มา หรือความคลาดเคลื่อนสุทธิในดุลการชำระเงิน (Net Errors and Omissions: NEO) ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 ปี ว่า NEO ไม่ได้เป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาทเพิ่มเติม เนื่องจากทุกการไหลเข้าออกของเงินในบัญชีดุลการชำระเงิน (Balance of Payment: BOP) กดดันเงินบาทตั้งแต่แรกในทุกเม็ดอยู่แล้ว

แต่ยอมรับว่า NEO อาจเป็นเงินสีเทา หรือมาจากการฟอกเงินได้เช่นกัน เป็นเหตุให้ ธปท. หาที่มาไม่เจอ ซึ่งปัจจุบันเราได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างใกล้ชิด เพื่อพิสูจน์หาที่มาที่ไป

ยืนยันว่าค่าเฉลี่ย Errors ของไทย ต่ำกว่ากลุ่มประเทศเอเชียรายได้ปานกลาง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.4-1.5% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ในช่วง 10 ปีย้อนหลัง (ระหว่างปี 2014-2023)

สาเหตุของ NEO เกิดขึ้นได้ในหลายกรณี เช่น
– ความช้าของข้อมูลที่บริษัทต่างชาติในประเทศไทยส่งกำไรกลับประเทศ
– ข้อมูลนักท่องเที่ยวเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลไทย
– ชาวต่างชาติแต่งงานกับคู่ชีวิตคนไทย นำเงินเข้าไทย แต่ให้คู่ชีวิตเป็นคนซื้อคอนโดหรือบ้าน
– การระบาดของโควิด ซึ่งนำไปสู่การซื้อขายออนไลน์ในรูปแบบไม่ผ่านแพลตฟอร์ม โดยเป็นการค้าขายที่ซับซ้อนมากขึ้น

ที่มา: Pipat Luengnaruemitchai, The Standard

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...