โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ” สินทรัพย์ปลอดภัยที่ควร “ระวัง” เปิดสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้มีติดพอร์ตไม่เกิน 5-15%

Thairath Money

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 06.23 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 06.13 น.
ภาพไฮไลต์

ช่วงนี้ราคาทองคําพุ่งทำ All Time High แรงจนเกือบฉุดไม่อยู่ ซึ่งราคาในไทยก็ทะลุ 55,000 บาทต่อบาททองคำไปแล้ว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทั่วโลกรวมถึงฝั่งสหรัฐฯ ที่ดูชะลอตัวกว่าที่คาด ไปจนถึงตลาดทยอยรับรู้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ที่ล่าสุดเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย. 68) ประกาศหั่นดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปีแล้ว

แน่นอนว่าหนึ่งในเหตุผลที่ “ทองคำ” ยังน่าสนใจคือเป็น Safe Haven หรือสินทรัพย์ปลอดภัย เรียกว่าถ้าโลกเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เศรษฐกิจตกต่ำ หรือเกิดสถานการณ์ความรุนแรงต่างๆ คนมักหันไปซื้อทองคำและทำให้ราคาพุ่งขึ้นเสมอ

แล้วทำไมทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้เก็บไว้ในสัดส่วนไม่มากล่ะ?

ทองคำปลอดภัย แต่ทำไมควรมีในพอร์ตแค่ 5-15% ?

Thairath Money ชวนตั้งคำถามว่าราคาทองคำที่เราเห็นขึ้นๆ ลงๆ ในแต่ละวันผันผวนแค่ไหน เลยรวบรวมสถิติจากเว็บไซต์ทองคำราคาในช่วง 15 ปี (ปี 2553 - ส.ค. 2568) พบว่า

  • ปี 2553 ราคาทองเพิ่มขึ้น 2,800 บาท
  • ปี 2554 ราคาทองเพิ่มขึ้น 3,350 บาท
  • ปี 2555 ราคาทองเพิ่มขึ้น 1,150 บาท
  • ปี 2556 ราคาทองลดลง 5,300 บาท
  • ปี 2557 ราคาทองลดลง 400 บาท
  • ปี 2558 ราคาทองลดลง 300 บาท
  • ปี 2559 ราคาทองเพิ่มขึ้น 1,450 บาท
  • ปี 2560 ราคาทองเพิ่มขึ้น 350 บาท
  • ปี 2561 ราคาทองลดลง 400 บาท
  • ปี 2562 ราคาทองเพิ่มขึ้น 1,850 บาท
  • ปี 2563 ราคาทองเพิ่มขึ้น 5,300 บาท
  • ปี 2564 ราคาทองเพิ่มขึ้น 1,800 บาท
  • ปี 2565 ราคาทองเพิ่มขึ้น 1,200 บาท
  • ปี 2566 ราคาทองเพิ่มขึ้น 4,750 บาท
  • ปี 2567 ราคาทองเพิ่มขึ้น 10,100 บาท
  • ปี 2568 ล่าสุด (8 เดือนแรก) ราคาทองบวกเพิ่ม 10,300 บาท

สรุปแล้ว ถึงในช่วงสั้นๆ ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่บ่อยครั้ง แต่จากสถิติย้อนหลัง 15 ปี ก็มีทั้งปีที่ราคาเป็นบวก และลบ ซึ่งนี่คืออีกความเสี่ยงที่เราต้องให้ความสำคัญ

เปิดสาเหตุราคาทองคำผันผวน

แม้นักลงทุนจะหันไปถือทองคำกันมากขึ้น เพราะนี่เป็นเหมือนกับหลุมหลบภัยที่ให้ความมั่นคงได้ในวันที่สถานการณ์โลกผันผวน แต่อย่าลืมว่าทุกสินทรัพย์การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงที่จะตามมา จนเกิดเป็นคำถามที่ว่าถ้าทองคำเป็น ‘ความปลอดภัย’ จริง ทำไมเราถึงไม่ควรทุ่มหมดหน้าตักไปให้ทองคำล่ะ?

“รุ่งนภา โอภาสปัญญาสาร” อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเล่าถึงทองคำมีความเสี่ยงเฉพาะตัวซึ่งราคามีการปรับขึ้นและลงอยู่เสมอ จึงแนะนำว่า ควรกระจายความเสี่ยงไม่กระจุกการลงทุนในทองคำเพียงอย่างเดียว โดยอาจลงทุนราว 5 - 10% ของพอร์ต

นอกจากเหตุผลว่าราคาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ยังมีอีก 3 เรื่องที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองนั้น ได้แก่

  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate)

คืออัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนได้รับหลังจากหักอัตราเงินเฟ้อออกไปแล้ว เช่น เราได้รับผลตอบแทน 5% ต่อปี แต่อัตราเงินเฟ้อของปีนั้นอยู่ที่ 3% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของเราคือ 2% ต่อปี หากนักลงทุนเห็นว่าการลงทุนของพวกเขานั้นได้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงน้อย ก็อาจหันไปพึ่งพิงอย่างอื่นแทน เช่น ทองคำ จึงทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นตามความต้องการ

  • เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Economic and Geopolitical Uncertainty)

ในยามที่โลกปั่นป่วนจากทั้งวิกฤติเศรษฐกิจหรือสงคราม นักลงทุนจะมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งทองคำที่เปรียบเสมือนหลุมหลบภัยนั้นอยู่ในอันดับต้น ๆ ที่เหล่านักลงทุนนึกถึง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาทองพุ่งทะยาน หรือลดลงเมื่อสถานการณ์สงบลง

  • ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index หรือ DXY)

ตามทฤษฎีแล้วเราอาจดูแนวโน้มของราคาทองคำได้จากดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ เพราะว่าทั้งสองสินทรัพย์มักจะเคลื่อนไหวแบบสวนทางกัน เช่น ถ้าดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ราคาทองคำมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง แต่ในทางกลับกัน หากดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ราคาทองคำก็จะปรับตัวสูงขึ้น

ทั้ง 3 ปัจจัยที่ได้กล่าวไปนั้นล้วนแต่มีส่วนที่ส่งผลต่อราคาทองคำ ทำให้แม้ทองคำจะถูกเรียกว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผันผวนหรือความเสี่ยงใด ๆ เลย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุน มีหลากหลายสินทรัพย์เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์

ถ้าถามถึงสัดส่วนที่เหมาะสมกับการลงทุนทองนั้นคือเท่าไหร่? ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า เราควรมีทองคำในพอร์ตราว 5 - 15% เช่น ฝั่ง Set Investnow แนะนำราว 5 - 10% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด ส่วนธนาคารกรุงศรีอยุธยา แนะนำสัดส่วนราว 5-15% ของพอร์ตฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แต่สัดส่วนที่ว่าเหมาะสม ยังขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้ และก่อนจะลงทุนไม่ว่าเป็นสินทรัพย์ใด เราควรที่จะติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนลงทุนเสมอ

ที่มา: ทองคำราคา.com, ธนาคารไทยพาณิชย์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, Set Investnow, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารอาคารสงเคราะห์

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทองคำ” สินทรัพย์ปลอดภัยที่ควร “ระวัง” เปิดสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้มีติดพอร์ตไม่เกิน 5-15%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...