โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

จีนผลิต เรดาร์ควอนตัม เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เอาไว้ไล่ล่า F-22 ได้สบาย

Techhub

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 10.53 น.

จีนประกาศความสำเร็จ ด้วยการเริ่มผลิตเรดาร์ควอนตัมยุคใหม่ที่เรียกว่าเครื่องตรวจจับโฟตอนเดี่ยวในระดับ Mass Production (การผลิตจำนวนมาก) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้จีน มีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับและติดตาม เครื่องบิน Stealth อย่าง F-22 ได้อย่างแม่นยำ

เทคโนโลยี เรดาร์ควอนตัม นี้ ถูกขนานนามว่านักจับโฟตอนเพราะมันสามารถตรวจจับโฟตอน ซึ่งเป็นหน่วยพลังงานที่เล็กที่สุดได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัม สมัยใหม่ที่จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงตั้งแต่อุตสาหกรรมการสื่อสารไปจนถึงเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

เรดาร์ควอนตัม ทำอะไรได้บ้าง ?
1.ตรวจจับเครื่องบิน Stealth เช่น F-22 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหลบหลีกเรดาร์ทั่วไป แต่ เรดาร์ควอนตัม สามารถตรวจจับการมีอยู่ของเครื่องบินเหล่านี้ได้ โดยเรดาร์ควอนตัม จะส่งโฟตอน ออกไปแทน เมื่อโฟตอนกระทบกับเป้าหมาย เช่น เครื่องบินสเตลธ์ มันจะสะท้อนกลับมาเพียงไม่กี่อนุภาค ซึ่งเบาบางมากจนเรดาร์ทั่วไปตรวจไม่เจอ ทำให้ความสามารถในการล่องหนลดลงอย่างมาก

2.ความมั่นคงของชาติ การที่จีนสามารถผลิตเทคโนโลยีนี้ได้เอง ทำให้ประเทศมีความมั่นคงสูงขึ้น และก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีควอนตัม

นอกจากด้านการทหารแล้ว เทคโนโลยีควอนตัมยังเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายการสื่อสารควอนตัมที่มีความปลอดภัยสูงในอนาคต โดยแทนที่จะส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุหรือสายไฟเบอร์ออปติกแบบปกติ การสื่อสารควอนตัมจะเข้ารหัสข้อมูลลงในโฟตอนทีละอนุภาค แล้วส่งออกไป ฝั่งผู้รับจะต้องใช้เครื่องที่ใช้ดับจับโฟตอนในการรับและถอดรหัสข้อมูลจากโฟตอนทีละอนุภาคเหล่านั้นเช่นกัน เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เพราะถ้ามีใครพยายามดักฟัง การดักฟังนั้นจะไปรบกวนสถานะของโฟตอน ทำให้ผู้รับและผู้ส่งรู้ตัวทันที

ความสำเร็จนี้ได้รับการรายงานโดย Science and Technology Daily ซึ่งเป็นสื่อของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ซึ่งตอกย้ำว่า จีนไม่เพียงพึ่งพาตนเองได้ แต่ยังเป็นผู้นำระดับนานาชาติในด้านเทคโนโลยีควอนตัมด้วยเช่นกัน

ที่มา

scmp


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...