โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: ทำไมต้อง 7, 15, 50 และ 100 วัน? ไขความหมายของ ‘ธรรมเนียมปฏิบัติ’ และว่าด้วยเรื่อง ‘ความเชื่อ’ การทำบุญให้ผู้ล่วงลับ…จากวัดบ้านถึงพระราชพิธี

BrandThink

เผยแพร่ 27 ต.ค. 2568 เวลา 06.22 น.

หลังจากสำนักพระราชวังได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง ‘การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยของปีนี้ ที่นำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยยิ่งของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ

โดยอ้างอิงจากประกาศมติมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ พศ 0007/ว332 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เรื่อง แนวทางการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในข้อที่ 3 ความว่า “ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อเสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ปัณรสมวาร (15 วัน) ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569 ด้วยการบำเพ็ญกุศลต่างๆ ตามบริบทที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน เช่น การทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา การสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเช้าหรือเพล การสวดพระพุทธมนต์ และถวายวัตถุปัจจัยสังฆทานในเวลาบ่ายหรือเย็น การสวดมาติกา-สดับปกรณ์พระฉายาลักษณ์หรือพระสาทิสลักษณ์ เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวนี้จะพบคำศัพท์ที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่คุ้นหูอย่าง สัตตมวาร, ปัณรสมวาร, ปัญญาสมวาร และสตมวาร ในบทความนี้ BrandThink จึงขอหยิบยกเรื่องของ ‘การบำเพ็ญกุศลแด่ผู้ล่วงลับ’ ทั้งธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับพระราชวงศ์และประชาชนทั่วไปมานำเสนอสู่สาธารณะ ณ โอกาสนี้ โดยมีเจตนาและจุดประสงค์เพื่ออธิบายความหมายและความสำคัญ โดยเฉพาะ ‘พิธีครบรอบ 100 วัน’ ในบริบททางศาสนา วัฒนธรรม และสังคม

ในวัฒนธรรมไทยที่หยั่งรากลึกกับพระพุทธศาสนา สำหรับงานพิธีศพคนทั่วไป ‘การทำบุญ 100 วัน’ คือช่วงเวลาที่ใช้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ มีการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เพื่อส่งดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี และเป็นการค่อยๆ ปรับใจยอมรับการสูญเสียอย่างสงบงาม

ตามความเชื่อของศาสนาพุทธแบบเถรวาท ที่ยึดแนวคิดเรื่อง ‘ภพภูมิ’ และ ‘กรรมวิบาก’ เชื่อกันว่า หลังความตาย วิญญาณของผู้ตายจะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์อีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะ 7 วันแรก, 50 วัน และ 100 วัน จึงมีการจัดพิธีกรรมเพื่อเกื้อหนุนดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับในช่วงเวลาสำคัญเหล่านี้

ธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของพุทธศาสนิกชนไทยที่มีต่อผู้ล่วงลับ มักประกอบด้วยการสวดพระอภิธรรม และการทำบุญอุทิศส่วนกุศลเป็นระยะ ดังนี้

ในระยะวันแรกถึง 7 วัน จะมีการสวดพระอภิธรรมในคืนแรก และอาจมีการสวดต่อเนื่องถึง 3, วัน 5 วัน หรือ 7 คืน ตามแต่ความสะดวกของครอบครัวผู้ล่วงลับ ส่วนพิธีทำบุญ 7 วัน, 50 วัน หรือ 100 วัน มักเป็นการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ ถวายสังฆทาน และจัดพิธีกรวดน้ำ หรือศาสนพิธีต่างๆ ทั้งที่บ้านหรือที่วัด ตามแต่ครอบครัวผู้วายชนม์สะดวกเช่นกัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ

นอกจากเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการเดินทางของดวงวิญญาณหลังเสียชีวิตแล้ว การทำบุญครบรอบ 100 วัน อาจถือว่าเป็น ‘การส่งสุดท้าย’ ก่อนที่ครอบครัวของผู้จากไปจะเริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ และตามความเชื่อนี้จะถือว่าเป็นพิธีสำคัญที่สุดในหมู่พิธีทั้ง 3 ครั้ง เพราะเชื่อกันว่าวิญญาณจะได้พ้นจากภพภูมิชั่วคราวไปสู่ที่อันเหมาะสมในภพหน้า แม้จะไม่มีบทบัญญัติในพระไตรปิฎกโดยตรงเกี่ยวกับพิธี 100 วัน แต่ธรรมเนียมนี้สะท้อนความเชื่อเรื่องบุญกุศลและแรงอธิษฐานอันต่อเนื่อง ที่จะส่งผลทั้งกับผู้ตายและผู้มีชีวิต

ในกรณีของพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือบุคคลสำคัญในราชวงศ์ การบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วัน จะเรียกว่า ‘พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร’ (สะ-ตะ-มะ-วาน) ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณีที่เคร่งครัดและมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่างานของสามัญชน นอกจากนี้ยังมี พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพิธีสัตตมวาร, ปัณรสมวาร, ปัญญาสมวาร เมื่อครบรอบ 7, 15 และ 50 วัน ตามลำดับ

โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอสาราม ได้อธิบายความหมายของคำ ดังนี้

คำว่า‘สัตตมวาร’ (สัด-ตะ-มะ-วาน) ปกติใช้เรียกกำหนดการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตายเมื่อครบ 7 วัน ต่อมาคำว่า ‘ปัณรสมวาร’ (ปัน-นะ-ระ-สะ-มะ-วาน) หมายถึงวันที่ทำบุญครบ 15 วัน ส่วนการทำบุญ 50 วัน เรียกว่าทำบุญ ‘ปัญญาสมวาร’ (ปัน-ยา-สะ-มะ-วาน) ใช้ในการนับวันเวลาของเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่มาบรรจบครบ 50 วัน และคำว่า ‘ศตมวาร’ (สะ-ตะ-มะ-วาน) คือ วันที่ครบ 100 วัน หรือเขียนว่า ‘สตมวาร’ ก็มี

จากหนังสือ ‘ธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพ’ โดย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงการก่อสร้างและยกเสาเอกพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันจันทร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้อธิบายเรื่องพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ไว้ว่า

การจัด พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดวาระหนึ่งในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ เนื่องจากตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิและโลกหลังความตายที่ผสมผสานในวัฒนธรรมพุทธไทย เชื่อกันว่าช่วงเวลานับตั้งแต่สวรรคตจนถึง 100 วัน เป็นระยะเวลาสำคัญที่พระดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับจะเข้าสู่กระบวนการรอคอยและได้รับการพิพากษาโดยพญายมราช เพื่อตัดสินว่าพระดวงวิญญาณจะไปสถิตหรือไปเกิดใหม่ในภพภูมิใด

การทำบุญอุทิศส่วนพระราชกุศลในช่วงนี้ โดยเฉพาะในวันครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) จึงเปรียบเสมือนการส่งบุญสมทบครั้งสุดท้าย เพื่อหนุนนำให้พระดวงวิญญาณได้ไปสู่สุคติภูมิหรือ ‘สวรรคาลัย’ นอกจากนี้ ยังถือเป็นวาระที่แสดงถึงการสิ้นสุดรอบการไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการ และเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุดตามโบราณราชประเพณีที่สามารถประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพได้

ขณะที่ ‘พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร’ ของราชวงศ์ไทยนั้น เป็นการปฏิบัติที่ยึดถือตามโบราณราชประเพณีและคติสมมติเทพอย่างเคร่งครัด เพื่อถวายความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติสูงสุดในการส่งเสด็จกลับสู่สวรรคาลัย ณ เขาพระสุเมรุ ในธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์อื่นที่มีรากฐานทางสังคม ขนบธรรมเนียม และความเชื่อที่ต่างกัน แต่ก็เป็น ‘วาระรำลึก’ ที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน

ยกตัวอย่าง ‘ราชวงศ์จีน’ อย่าง ราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) และราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) สองราชวงศ์สำคัญที่ได้สืบทอดและปฏิบัติธรรมเนียมการไว้ทุกข์ตามวาระ ตามธรรมเนียมจีนโบราณ การไว้ทุกข์จะแบ่งเป็นวาระ 15 วัน 49 วัน และ 100 วัน โดยในวาระครบรอบ 100 วันถือเป็นวาระสำคัญที่อาจมีการ ‘ปลดเครื่องทุกข์บางส่วน’ หรือ ‘สิ้นสุดข้อห้ามบางประการ’ หรือการจำกัด/งดพิธีมงคล เช่น การแต่งงาน สำหรับราชวงศ์และขุนนาง ที่มีการไว้ทุกข์จะมีระยะเวลานานและเคร่งครัดกว่าสามัญชน การครบรอบ 100 วันจึงเป็นหมุดหมายสำคัญในสำนักพระราชวังจีนเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...