โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบาทอ่อนค่าหลังเงินเฟ้อลด ธปท.อาจหั่นดอกเบี้ย ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นตามกระแสเงินทุน

สยามรัฐ

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 02.49 น.

Pi Daily เงินเฟ้อไทยต่ำและอาจต่ำต่อในเดือน ส.ค. เพิ่มโอกาสลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย บวกกับกลุ่มการเงินและอสังหาฯ ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจาก Flow แต่พื้นฐานยังไม่ตามมาเท่าใดนัก จึงไม่ควรประมาทกับการลงทุน

วันที่ 7 ส.ค.68 ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 81 จุด (+0.18%) ได้แรงหนุนจากหุ้น Apple หลังประกาศแผนลงทุนครั้งใหม่ในสหรัฐฯรวมไปถึงผลประกอบการบริษัทอื่นๆ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.1% หลังจากทรัมป์เผยถึงความคืบหน้าในการเจรจากับรัสเซียเพื่อยุติสงครามในยูเครน

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเพียงแค่สต็อกน้ำมันดิบที่พบว่าลดลง 3 ล้านบาร์เรล ดีกว่า Bloomberg Consensus ประเมินว่าสต็อกน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 0.2 ล้านบาร์เรล แต่อย่างไรก็ตามไม่มีผลอย่างมีนัยยะกับราคาน้ำมันเพราะนักลงทุนไปให้น้ำหนักกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย หลัง Trump ระบุว่าการเจรจากับรัสเซียมีความคืบหน้าอย่างมาก ในขณะเดียวกันสหรัฐฯยังคงโจมตีอินเดียต่อเนื่องด้วยมาตรการภาษี วานนี้ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอินเดียอีก 25% เมื่อรวมกับอัตราภาษีเดิมที่ 25% ทำให้สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอินเดียเป็น 50% ทางอินเดียระบุว่าจะดำเนินมาตรการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ สำหรับอินเดียส่งออกไปยังสหรัฐฯหลักๆจะได้แก่เพชร เสื้อผ้า ยา และอุปกรณ์เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาจเป็นบวกต่อหุ้นอิเล็อทรอนิกส์ไทยและนิคมในเชิงจิตวิทยา

ด้านปัจจัยในประเทศวานนี้กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อไทยประจำเดือน ก.ค. พบว่าลดลง (-0.7%YoY) ผลจากราคาพลังงานและผลไม้สด รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้า พร้อมเน้นย้ำว่ายังไม่ใช่ภาวะเงินฝืด แต่เป็นเพราะราคาพลังงานและผักสดปรับลง สภาพอากาศปีนี้ทำให้ผลผลิตออกมาสู่ตลาดมากขึ้น โดยแนวโน้มเงินเฟ้อ ส.ค. ประเมินว่ายังน่าจะอยู่ระดับต่ำคล้ายกับเดือน ก.ค. ตามราคาพลังงานพร้อมกับค่าไฟฟ้าที่ FT ปรับลงในช่วง พ.ค. - ส.ค. เมื่อผสานกับการเติบโตเศรษฐกิจไทยที่ยังต่ำ อาจทำให้มีแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า (13 ส.ค.)

ปัจจัยติดตามวันนี้ได้แก่การส่งออกของจีนในเช้านี้ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 5.6%YoY วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1255 – 1275 ตลาดอาจเริ่มพักตัวหลังปรับขึ้นมาเมื่อวาน +1.4% และจากจุดต่ำสุดราว 19% ได้แรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติเป็นหลักเพราะปัจจัยพื้นฐานยังไม่ขยับตามมาเท่าใดนัก แม้จะมีปัจจัยหนุนจากการปรับประมาณการขึ้นเศรษฐกิจไทยของ กกร. สู่ระดับ 1.8-2.2% จากเดือนก่อนที่ 1.5 – 2%YoY (แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำ) ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นเป็นเพียงแค่ Trading ระยะสั้นเพราะ Valuation เริ่มสูง โดยเลือกหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย อาทิ CPALL KTB KBANK BDMS MINT BJC ICHI กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) ปัจจัยหนุนด้านดอกเบี้ยที่อาจปรับลง นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)

MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)
กำไรสุทธิใน 2Q25 ออกมาตามคาดที่ 1.65 พันลบ. (+14% YoY, +5% QoQ) การเติบโตหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ขณะที่สำรองหนี้ลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ ล้อกับที่สินเชื่อขยายตัว คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2H25 ขยายตัวต่อเนื่องหนุนจากสินเชื่อขยายตัว และต้นทุนการเงินลดลงจากทิศททงดอกเบี้ยลดลง

WHA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 5.3 บาท)
การขายที่ดินยังทำได้ดี โดยคาดว่าจะออกมาเกินกว่าเป้าที่บริษัทคาดไว้ หลังจากในช่วง 1H25 ทำได้กว่า 1,200 ไร่ และมีการเจรจารอเซ็นสัญญาอีกกว่า 1,400 ไร่ ซึ่งยังไม่รวมลูกค้าในกลุ่ม Data Center ที่มีการเจรจาอีกกว่า 1,000 ไร่

#เงินบาท #ธปท #เงินเฟ้อ #ตลาดหุ้นไทย #การลงทุน #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์ #ข่าววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...