โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CPF กำไร Q2/68 ที่ 10,376.54 ลบ.โต 49.85% ปันผล 1.00 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 10.27 น.

CPF #ทันหุ้น- บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าไตรมาส 2/68 มีกำไร 10,376.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 6,924.59 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้จากการขายจำนวน 147,595 ล้านบาท ลดลง 1.3% โดยเป็นผลจากการแปลงค่าของงยบการเงินกิจการต่างประเทศ หากไม่นับรวมผลกระทบดังกล่าว รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 5%

โดยรายได้จากการขายแบ่งเป็นส่วนของกิจการต่างประเทศ 62% และกิจการในประเทศไทย 38% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในไตรมาส 2/67 เป็น 19.8% จากปัจจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยในการผลิตและการป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มงวด รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ภาวะโรคระบาดในสัตว์ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ในภูมิภาคคงตัวอยู่ในระดับสูงจากอุปทานเนื้อสัตว์ในตลาดลดลง

ส่วนได้ในกำไรของบริษัทร่วมและการร่วมค้ามีจำนวน 3,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยหลักมาจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือ CPALL และบริษัทร่วมค้าในต่างประเทศ

**ปันผล 1 บาท ขึ้น XD 29 ส.ค.

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวดผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2568 ในอัตราที่ 1.00 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 29 ส.ค. วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 1 ก.ย. 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 ก.ย. 2568

**เผยกำไรครึ่งแรกปี 68 โต 134%

CPF รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2568 จำนวน 18,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

กิจการต่างประเทศซึ่งมียอดขาย 2 ใน 3 มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จากการบริหารด้านประสิทธิภาพการดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการป้องกันโรคระบาดในสัตว์ และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิผล รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากราคากากถั่วเหลืองที่อยู่ในระดับราคาที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ครึ่งปีแรกปีนี้ ซีพีเอฟมียอดขายจำนวน 291,770 ล้านบาท โดยหลักมาจากผลการดำเนินงานจากการดำเนินธุรกิจและการค้าในต่างประเทศ กิจการต่างประเทศคิดเป็น 62% การส่งออกคิดเป็น 5% และการค้าในประเทศไทยคิดเป็น 33% ของยอดขาย

ซีพีเอฟมีการลงทุนและร่วมลงทุนในอีก 16 ประเทศ และส่งออกสินค้าอาหารในอีกมากกว่า 50 ประเทศ หากพิจารณายอดขายของทุกประเทศในสกุลเงินตราท้องถิ่นแล้ว ยอดขายของบริษัทมีการเติบโตประมาณ 6% จากปีก่อน ในงบการเงินได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้มีการรายงานยอดขายที่ลดลงประมาณ 1% จากการแปลงค่าเงิน

สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทที่เพิ่มขึ้น 134% จากปีก่อน มาจากราคาเฉลี่ยเนื้อสัตว์ทั้งไก่และสุกรในหลายประเทศอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว เป็นผลจากปริมาณเนื้อสัตว์ในหลายประเทศมีจำนวนน้อยลง จากการเกิดภาวะโรคระบาดในการเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นมากกว่า 40 ประเทศ และโรคอหิวาห์สุกร หรือ ASF ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนั้น ในปีนี้ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ลดลงจากราคากากถั่วเหลืองในหลายประเทศที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา รวมทั้ง การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิผล ทำให้ในภาพรวมบริษัทมีต้นทุนที่ต่ำลงจากปีก่อน

ซีพีเอฟให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าอาหารคุณภาพปลอดภัย และมีโภชนาการอาหารที่ดีให้กับผู้บริโภค จึงให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรนวัตกรรมรอบด้าน รวมถึงระบบการป้องกันโรคระบาดในการเลี้ยงสัตว์ ทำให้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทสามารถบริหารจัดการบริหารความเสี่ยงจากโรคระบาดในการเลี้ยงสัตว์ได้ดี

นายประสิทธิ์ กล่าวถึง ผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงอยู่ในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาษีทรัมป์นั้น บริษัทมีการส่งออกกุ้งไปยังสหรัฐอเมริกาไม่ถึง 0.1% ของยอดขาย โดยบริษัทมีโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว และมีแผนงานที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงานของกิจการในต่างประเทศของซีพีเอฟ ที่เป็นรูปแบบ localization หรือ ผลิตในประเทศ และจำหน่ายในประเทศนั้นเป็นหลัก

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 1 กันยายน 2568 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 กันยายนนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...