โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนยันไม่ร่วมรัฐบาล พร้อมโหวตเลือกนายกฯ ประกาศ ‘ยุบสภา-จัดเลือกตั้งใหม่’ ใน 4 เดือน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 18.21 น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คลิปเสียงการสนทนาระหว่างคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ฮุน เซน ถูกเปิดเผยออกมาในที่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องให้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขวิกฤตการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีกลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของพวกตนเองต่อไป จนกระทั่งวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้คุณแพทองธาร ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

พรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่า คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมาตรฐานจริยธรรม เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนแน่นอน แต่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ จึงมิควรถูกวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า คุณแพทองธาร ควรต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก หรือ ยุบสภาเพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลเป็นที่สุด ทำให้สภาผู้แทนราษฎรต้องมีมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

พรรคประชาชนเห็นว่า ด้วยสถานการณ์ของประเทศ ณ ขณะนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศได้ จะต้องเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความชอบธรรมทางการเมือง และสามารถตั้งทีมบริหารจากความรู้ความสามารถ ไม่ใช่จากการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง

แต่ด้วยเงื่อนไขที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลที่จะมีคุณสมบัติดังกล่าว จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศจึงเป็นการสรรหานายกรัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ยุบสภา และจัดให้มี “การเลือกตั้งใหม่” โดยเร็ว

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา จึงมีภารกิจผ่าทางตันทางการเมืองด้วยกระบวนการรัฐสภา คือ การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ยุบสภา และป้องกันมิให้มีนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรือ นายกรัฐมนตรีคนนอก โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน พร้อมเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3. พรรคประชาชนยืนยันทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...