“อาร์เจนตินา” วิกฤตค่าเงิน! ดอกเบี้ยพุ่งแตะ 87% รัฐบาลเทขายดอลลาร์พยุงเปโซ
"อาร์เจนตินา" วิกฤตค่าเงิน! ดอกเบี้ยพุ่งแตะ 87% เร่งขายดอลลาร์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 รวมมูลค่ากว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเปโซ ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม
วันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 05.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นของอาร์เจนตินาพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง หลังรัฐบาลของประธานาธิบดี ฮาเวียร์ ไมเลอี เร่งดำเนินมาตรการปกป้องค่าเงินเปโซ (peso) ที่กำลังอ่อนค่าหนัก ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวมากขึ้น และซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้ว
แหล่งข่าวระบุว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น Lecap ครบกำหนด 28 พฤศจิกายน พุ่งขึ้นแตะ 87% จาก 74% เมื่อวันอังคาร และจากเพียง 51% เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่รุนแรงมาก โดยเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังของอาร์เจนตินา ขายเงินดอลลาร์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 รวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลไมเลอีได้เข้าแทรกแซงตลาดหลายด้านเพื่อป้องกันการลดค่าเงิน (devaluation) เช่น การกลับมาใช้มาตรการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วน และการขายดอลลาร์ในตลาดล่วงหน้า แต่ยิ่งรัฐบาลต้องใช้ทรัพยากรมากเท่าใดเพื่อพยุงค่าเงิน ก็ยิ่งสะท้อนชัดเจนมากขึ้นว่าอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันไม่ยั่งยืน
รัฐบาลไมเลอีต้องการหลีกเลี่ยงการลดค่าเงินเปโซก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาครึ่งหนึ่งของสภาคองเกรส เนื่องจากการลดค่าเงินจะยิ่งกระตุ้นเงินเฟ้อให้รุนแรงขึ้น และบั่นทอนคะแนนนิยม ก่อนการเลือกตั้งที่มีเดิมพันทางการเมืองสูง
ซานติอาโก เรซิโก นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทโบรกเกอร์ one618 ระบุว่า “ตลาดดูเหมือนจะคาดการณ์ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนทันทีหลังการเลือกตั้ง ซึ่งหมายความว่ายิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าใด ความกดดันต่อค่าเงินก็ยิ่งเพิ่มขึ้น และการที่กระทรวงการคลังต้องขายดอลลาร์จำนวนมากทุกวันก็ยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันนี้”
ธนาคารกลางอาร์เจนตินา (BCRA) ซึ่งเพิ่งใช้เงินทุนสำรองกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อพยุงค่าเงิน ได้อาศัยเงินสดจากกระทรวงการคลังเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 7 วันทำการล่าสุด เพื่อขายเข้าสู่ตลาด โดยธนาคารกลางจะสามารถเข้าแทรกแซงโดยตรงได้ก็ต่อเมื่อค่าเงินหลุดกรอบการซื้อขายที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
สถานการณ์ของอาร์เจนตินาทรุดลงต่อเนื่อง หลังรัฐบาลพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นในจังหวัดบัวโนสไอเรสเมื่อเดือนกันยายน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและคดีทุจริตที่พัวพันกับพันธมิตรใกล้ชิดของไมเลอี แม้การให้คำมั่นสนับสนุนทางการเงินจากสหรัฐจะช่วยชะลอแรงเทขายเปโซชั่วคราว แต่ก็ไม่สามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นได้ ขณะที่คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการ IMF เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า อาจมีการตัดสินใจเรื่องเงินช่วยเหลือรอบใหม่ให้แก่อาร์เจนตินาเร็ว ๆ นี้
นักวิเคราะห์จาก Barclays ระบุว่า รัฐบาลไมเลอีคาดว่าจะได้คะแนนเสียงราว 34–37% ในการเลือกตั้ง ซึ่งยังเพียงพอให้บริหารประเทศต่อไปได้โดยอาศัยการใช้อำนาจยับยั้งและออกกฤษฎีกา (veto and decree) แต่ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรของอาร์เจนตินาได้ผ่านร่างกฎหมายจำกัดการใช้กฤษฎีกาของประธานาธิบดี ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถของไมเลอีในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจเสรีในช่วงครึ่งหลังของวาระ
ความผันผวนจากการขายดอลลาร์และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังส่งผลให้ตลาดพันธบัตรอาร์เจนตินาเกิดความผันผวนรุนแรง พันธบัตรรัฐบาลครบกำหนดปี 2578 ที่ปรับตัวขึ้นแรงเมื่อวันจันทร์ กลับร่วงลงกว่าร้อยละหนึ่งในวันถัดมา และอ่อนค่าต่อเนื่องในวันพุธ ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงบ่ายหลังข่าว IMF แพร่ออกมา
เดวิด ออสเตอร์ไวล์ นักวิเคราะห์จาก VanEck ในนิวยอร์กกล่าวว่า “ตลาดต้องการให้อาร์เจนตินาปล่อยค่าเงินให้ลอยตัวอย่างเสรี ไม่ต้องมีกรอบควบคุมหรือการแทรกแซงใด ๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว มันก็ต้องเกิดขึ้นในที่สุด”
อ้างอิง : www.bloomberg.com