เงินเฟ้อไทย ส.ค. 68 ติดลบ 5 เดือนติด เหลือ -0.79%
(วันนี้ 6 ก.ย. 2568) นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ 100.14 ลดลงจาก 100.94 ในเดือนเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปหดตัว ร้อยละ -0.79 (YoY) และถือเป็นการปรับลดต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 5 สะท้อนภาระหนี้สินที่สูงและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แม้ตัวเลขจะลดลงต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะเงินฝืด
สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้ากลุ่มอาหารสด เช่น ผักสด ผลไม้สด และไข่ไก่ ที่ราคาลดลงตามอุปทานในตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงตามตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้าที่รัฐยังคงมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง ส่วนสินค้าและบริการอื่น ๆ มีผลกระทบต่อเงินเฟ้อไม่มาก
เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ (ข้อมูลล่าสุด ก.ค. 2568) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง -0.70% อยู่ในลำดับที่ 7 ต่ำสุดจาก 138 เขตเศรษฐกิจ และต่ำที่สุดในบรรดา 9 ประเทศอาเซียน ที่ประกาศตัวเลขแล้ว
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการเดือนสิงหาคม มีดังนี้
- หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง -1.22% (YoY) โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน (แก๊สโซฮอล์, น้ำมันดีเซล, น้ำมันเบนซิน, ค่าไฟฟ้า) ของใช้ส่วนบุคคล และค่าโดยสารเครื่องบิน แต่บางรายการราคาสูงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าแต่งผม และอาหารสัตว์เลี้ยง
- หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลงเล็กน้อย -0.08% (YoY) จากราคาผักสด (ต้นหอม มะนาว พริกสด แตงกวา ผักกาดขาว ผักชี) ผลไม้สด (ทุเรียน เงาะ ฝรั่ง มะม่วง องุ่น ส้มเขียวหวาน) และไข่ไก่ อย่างไรก็ตามมีสินค้าหลายรายการราคาสูงขึ้น เช่น อาหารสำเร็จรูป เนื้อสัตว์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เครื่องปรุง และน้ำตาล
- ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เดือนสิงหาคมยังเพิ่มขึ้น +0.81% (YoY) ชะลอลงเล็กน้อยจากกรกฎาคมที่ +0.84% (YoY)
- สำหรับค่าเฉลี่ย 8 เดือนแรก (ม.ค.–ส.ค. 2568) เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเพียง +0.08% (AoA)
แนวโน้มเดือนกันยายน 2568 คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะยังลดลงต่อ โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ
1.มาตรการรัฐลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะการปรับค่า Ft งวด ก.ย.–ธ.ค. 68 เหลือ 15.72 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.94 บาท/หน่วย
2.ราคาผักและผลไม้สดอยู่ต่ำกว่าปีก่อนมาก จากผลผลิตเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
3.กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่
ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยหนุนเงินเฟ้อ ได้แก่ ราคาสินค้าเกษตรและวัตถุดิบบางชนิดที่สูงขึ้น เช่น เนื้อสุกร มะขามเปียก กะทิสำเร็จรูป กาแฟ เกลือ และน้ำมันพืช
ด้านความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา คือ ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกที่อาจผันผวนจากสถานการณ์ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย
คาดการณ์ทั้งปี : ไตรมาส 3/68 เงินเฟ้อทั่วไปอาจติดลบ -0.66%, ไตรมาส 4/68 อาจลดเหลือ -0.24%
ทั้งปีมีโอกาสติดลบ โดยสำนักนโยบายฯ คาดการณ์ปี 2568 อยู่ในกรอบ 0.0 – 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) และจะมีการประเมินใหม่อีกครั้งในเดือนกันยายน