Swift ผนึกแบงก์ทั่วโลก 30 แห่ง พัฒนาระบบ ledger รองรับธุรกรรมดิจิทัล
Swift เตรียมเพิ่มระบบบัญชีแยกประเภทบนบล็อกเชน เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลก พัฒนาโปรโตไทป์แรก โอนเงินข้ามประเทศแบบเรียลไทม์ 24/7
วันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 14.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สมาคมเพื่อการสื่อสารทางการเงินระหว่างธนาคารโลก (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication – Swift) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบส่งข้อความธุรกรรมทางการเงินที่สถาบันการเงินทั่วโลกใช้กันนับสิบล้านรายการต่อวัน เตรียมเพิ่มระบบบัญชีแยกประเภท (ledger) บนเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน
Swift เปิดเผยว่า ได้เริ่มโครงการออกแบบและพัฒนาระบบ ledger ดังกล่าวร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำกว่า 30 แห่งทั่วโลก อาทิ JPMorgan Chase & Co., HSBC Holdings Plc, Bank of America Corp. และ Deutsche Bank AG โดยต้นแบบแรก (prototype) จะเน้นการชำระเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน และใช้เทคโนโลยีจาก Consensys บริษัทซอฟต์แวร์บล็อกเชนของสหรัฐที่ก่อตั้งโดย Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum
เป้าหมายระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนของ Swift คือการเปิดให้สมาชิกเครือข่ายสามารถทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภท เช่น สเตเบิลคอยน์ เงินฝากโทเคน หรือสินทรัพย์ที่ผ่านการโทเคนไนซ์ประเภทอื่น ๆ นับเป็นการต่อยอดจากการเข้าร่วมทดลองโครงการบล็อกเชนหลายครั้งก่อนหน้านี้ รวมถึง Project Guardian ของธนาคารกลางสิงคโปร์
แม้ Swift ยังไม่กำหนดกรอบเวลาของโครงการ แต่ระบุว่าการพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายมูลค่าในทุกรูปแบบ และเตรียมความพร้อมให้กับอุตสาหกรรมก้าวสู่โลกการเงินดิจิทัล
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสถาบันการเงินรายใหญ่ทั่วโลกเร่งนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อปรับกระบวนการที่ซับซ้อน เช่น การชำระเงินระหว่างประเทศและการชำระราคา ส่งมอบหลักทรัพย์ ให้มีประสิทธิภาพและเป็นอัตโนมัติมากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาโครงการบล็อกเชนหลายแห่งยังไม่สามารถขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้จริง และเผชิญปัญหาความกระจัดกระจายของระบบที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ง่าย
ส่วนใหญ่ของการทดลองมุ่งไปที่การพัฒนาระบบชำระเงินโดยใช้สเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่อ้างอิงมูลค่ากับสินทรัพย์ที่มั่นคง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ โดยเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกที่ถูกและรวดเร็วกว่าระบบเดิม ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มธนาคารยุโรป 9 แห่งก็เพิ่งประกาศแผนพัฒนาสเตเบิลคอยน์ร่วมกัน
ปัจจุบัน Swift ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของโลก ให้บริการส่งข้อความธุรกรรมที่ปลอดภัยแก่บริษัทกว่า 11,500 แห่งในกว่า 200 ประเทศและดินแดน คิดเป็นมูลค่าการทำธุรกรรมนับล้านล้านดอลลาร์
ฮาเวียร์ เปเรซ-ทัสโซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Swift ระบุในแถลงการณ์ว่า “วันนี้เรามีรางการเงินที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว และกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็วกับชุมชนของเรา เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต”
อ้างอิง : bloomberg.com