“เกษตรกรไทย” จนสุดในประเทศ กว่า 45.49%
(วันนี้ 20 ก.ย. 68) เกษตรกรไทยจนสุดในประเทศ คนจนพุ่งแตะ 3.43 ล้านคน กว่า 45.49% ของคนจนทั้งประเทศอยู่ในภาคเกษตร – รายได้ไม่พอ ค่าใช้จ่ายพุ่ง ภาระครัวเรือนเกิน 100%
“หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน แต่ยังจนหนักสุด” อาจเป็นคำบรรยายที่ตรงที่สุดต่อสถานการณ์ของเกษตรกรไทยในวันนี้ เพราะรายงานล่าสุดของสภาพัฒน์ฯ เผยว่าปี 2567 ประเทศไทยมีคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.89% ของประชากร เพิ่มจากปีก่อนที่ 3.41% ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่ม “คนจนมาก” ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนเพิ่มเป็น 8.79 แสนคน ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายการลดความยากจนที่เราตั้งเอาไว้
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเกษตรกรคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด แรงงานภาคเกษตรต้องเผชิญทั้งราคาพืชผลตกต่ำและสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ 45.49% ของคนจนทั้งหมดมาจากภาคเกษตร ครัวเรือนยากจนต้องแบกรับภาระการพึ่งพิงสูงกว่า 103% หมายความว่า คนวัยทำงานหนึ่งคนต้องเลี้ยงดูทั้งเด็กและผู้สูงอายุมากกว่าหนึ่งชีวิต ทำงานเท่าไรก็ยังไม่พอเลี้ยงครอบครัว
ความยากลำบากยิ่งทวีคูณเมื่อเส้นความยากจนขยับขึ้นเป็น 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน สะท้อนค่าครองชีพที่แพงขึ้นในขณะที่รายได้ไม่ขยับตาม ครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายคนแต่ไม่มีรายได้ชัดเจนมีแนวโน้มจนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะครัวเรือนที่คนในบ้านไม่ได้เรียนหนังสือซึ่งมีอัตราความยากจนสูงถึง 14.21% ต่างจากผู้จบการศึกษาขั้นมัธยมปลายขึ้นไปที่มีอัตราคนจนต่ำกว่า 3% แสดงให้เห็นว่าการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญในการหลุดพ้นจากความยากจน แต่ยังไม่ทั่วถึงสำหรับทุกคน
แม้ดัชนีความเหลื่อมล้ำของประเทศจะดูเหมือนทรงตัว แต่ในชีวิตจริง ความต่างระหว่างคนจนกับคนรวยยังห่างกันราวฟ้ากับเหว คนจนต้องใช้รายได้เกือบครึ่งชีวิตไปกับค่าอาหารและของจำเป็น ขณะที่คนรวยใช้เงินไปกับเทคโนโลยี การศึกษา และการท่องเที่ยว ความฝันของเกษตรกรไทยจึงยังเหมือนติดหล่ม ไม่ได้ก้าวพ้นความจนสักที