การตายของ “น้องเก๋ ภาวิณี” ยังเป็นปริศนา หลังอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายตัวเองดับเพราะอะไร?
การหายตัวของ “น้องเก๋ ภาวิณี” นาน 12 ปี ผลตรวจดีเอ็นเอความสัมพันธ์ทางสายโลหิตแบบมารดาและบุตร ตรงกับโครงกระดูกร่างนิรนาม ที่ถูกพบบริเวณกลางทุ่งนาป่าปรือ ถนนขุมทอง – ลำต้อยติ่ง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ท้องที่ สน.จรเข้น้อย เมื่อเดือน เม.ย.2557 แต่คดียังเป็นปริศนาว่า น้องเก๋ เสียชีวิตจากสาเหตุใด และต้องหาคำตอบเพิ่มเติม หลังจาก “นาย ป.” แฟนเก่าของน้องเก๋ ทำร้ายตัวเองเสียชีวิต
ย้อนเรื่องราวหลังจากการตรวจดีเอ็นเอของโครงกระดูกร่างนิรนาม ตรงกับมารดา ซึ่งพ่อของน้องเก๋ ยังรู้สึกคาใจกับการเสียชีวิตของลูกสาว ว่าสรุปแล้วเป็นเหตุฆาตกรรมอำพราง หรืออะไรกันแน่ถึงได้กลายเป็นศพนิรนามถูกทิ้งอยู่ในป่ารกร้าง
การหายตัวของน้องเก๋ นานกว่าสิบปี ความทุกข์ของพ่อแม่ที่รอลูกสาวกลับมาได้ถูกปลดปล่อย เมื่อทราบว่าลูกสาวได้จากครอบครัวไปแล้วแต่คำตอบสาเหตุการเสียชีวิตยังค้างคาใจ
คดีนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ให้ความสนใจถึงสาเหตุการหายตัวไปของน้องเก๋ จึงสั่งให้ชุดสืบสวน ตรวจสอบค้นหาความจริง!!
แฟ้มคดีการหายตัวไปของน้องเก๋ ตั้งแต่เดือน เม.ย.2557 ถูกนำมาปัดฝุ่นดูรายละเอียดจุดที่พบโครงกระดูก และรายละเอียดคดีจุดพบโครงกระดูกห่างจากบ้านของนาย ป. ไม่ไกลมากนัก และพบข้อมูลความเคลื่อนไหวด้านบัญชีธนาคารระหว่างน้องเก๋ และนาย ป. แต่ก็ยังไม่ชัดเจนและข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีเพียงพอไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ อีกทั้งในอดีตชุดสืบสวน เชิญตัวนาย ป. มาซักถาม แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.สยาม ไม่ลดละความพยายามกระทั่งพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนโดยสรุปว่า โดยปกติในอดีตจะนัดเจอกับน้องเก๋เป็นเพื่อนที่สนิทกันคุยได้ทุกเรื่องโดยนัดเจอกันทุกสัปดาห์ ก่อนที่น้องเก๋จะหายตัวไป ทราบว่าน้องเก๋ กำลังเดินทางมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อมาหานาย ป. แถวจรเข้น้อย กรุงเทพฯ
เพื่อนสนิทของน้องเก๋ ให้ข้อมูลโดยบอกชื่อบุคคล 2 คน คือ นาย ป. และนาย บ. ที่รู้จักกับน้องเก๋ ซึ่งชายทั้งสองคนเคยมีปากเสียงกันที่ จ.ชลบุรี ข้อมูลที่ได้จากเพื่อนสนิทของน้องเก๋ ชุดสืบสวนได้เก็บไว้เพื่อซักถามนาย ป. โดยเชิญตัวนาย ป. มาซักถามอีกครั้ง
นาย ป. ยังให้ข้อมูลเหมือนเดิมโดยบอกว่าไม่รู้จักน้องเก๋ แต่เมื่อชุดสืบสวนถามข้อมูลที่ได้จากเพื่อนสนิทของน้องเก๋ ทำให้นาย ป. เริ่มพูดคุยมากขึ้นกับชุดสืบสวน ซึ่งการซักถามได้มีวิดีโอบันทึกไว้ตลอดเวลา กระทั่งนาย ป. ขอกลับบ้านชุดสืบสวนก็ให้นาย ป. กลับบ้านไป
จากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง นาย ป. ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังชุดสืบสวนนายหนึ่ง โดยพูดกับชุดสืบสวนทำนองว่า “ความผิดของเขาอยู่ที่เขาคนเดียว”
สิ้นเสียงคำพูดของนาย ป. ทำให้ชุดสืบสวน สงสัยเอะใจกระทั่งต่อมารับแจ้งว่านาย ป. ทำร้ายตัวเองเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2568 เวลาประมาณ 12.30 น.
การเสียชีวิตของ นาย ป. น่าจะได้คำตอบจากวิดีโอที่มีการบันทึกไว้ระหว่างซักถาม.