โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

L&H-สิงห์ ผุดบ้านหรู 500ล้าน เกมดุบิ๊กอสังหา สวนกระแสเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 00.38 น.

ตลาดบ้านหรู 100 ล้านแข่งดุสวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำ เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง เงินไม่หนา-มือไม่ถึงหมดสิทธิแจ้งเกิด บิ๊กอสังหาฯ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์-สิงห์ เอสเตท” ซุ่มผุดบ้านหรู 200-500 ล้าน หลังจาก “แสนสิริ-SC-AP” แข่งชิงดำหลังยุคโควิดถึงปัจจุบัน เผยเทรนด์ใหม่ซื้อลงทุนให้เช่ารับผลตอบแทนอู้ฟู่เดือนละ 5 แสน-2 ล้านบาท

โค้งสุดท้ายไตรมาส 3/68 มีปรากฏการณ์ค่ายเอสซีฯ สร้างความฮือฮาให้กับตลาดบ้านหรู หลังปิดการขายบ้านตัวอย่างโครงการ SONLE Residences หลังละ 460 ล้านบาท ให้กับเศรษฐีชาวไทยรายหนึ่ง สร้างกระแสการพูดถึงอย่างมาก

ค่าเช่าเดือนละ 5 แสน-2 ล้าน

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรราคาหลังละ 100 ล้านบาทขึ้นไป (Ultimate Class) ในปี 2568 ยังคงเติบโตทั้งดีมานด์และซัพพลาย โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยระดับบน นักลงทุน และความต้องการเช่าของชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าภาวะการแข่งขันตกอยู่ในมือของบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะมีเงินทุนที่แข็งแกร่ง สั่งสมโนว์เลดจ์และโนว์ฮาวอยู่ตลอดเวลา

ส่วนเหรียญอีกด้านนอกจากซื้อเพื่ออยู่อาศัย เทรนด์ใหม่นักลงทุนให้ความสนใจสูงขึ้นกว่าในอดีต โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากการปล่อยเช่า ข้อมูลสำรวจพบว่าได้รับผลตอบแทนค่าเช่าตั้งแต่ 500,000-2,000,000 บาทต่อเดือน ถือว่าสูง และเป็นตลาดที่นักลงทุนสนใจ

ราคาเฉลี่ยหลังละ 148 ล้าน

ในรอบ 10 ปี (2559-2568) มีบ้านหรูราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป เปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ 357 ยูนิต มูลค่ารวม 52,836 ล้านบาท เฉลี่ยราคาหลังละ 148 ล้านบาท ช่วงพีกของเซ็กเมนต์บ้านเกินร้อยล้านบาทเกิดขึ้นหลังยุคโควิดปี 2565 ที่เปิดขายสูงถึง 118 หลัง

ในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2568) มีการเปิดขายใหม่ 18 หลัง เพราะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2568 มีซัพพลายบ้าน 100 ล้านบาทขึ้นไปที่อยู่ระหว่างการขาย 147 ยูนิต มูลค่ารวม 21,756 ล้านบาท ขายไปแล้ว 82 หลัง คิดเป็นสัดส่วน 55.78% มูลค่าขายได้ 12,136 ล้านบาท เป็นซัพพลายรอขาย 65 หลัง มูลค่า 9,620 ล้านบาท

แพ็กเกจในการพัฒนาโครงการ ดีไซน์เป็นบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น บนที่ดิน 100-400 ตารางวา ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 500-1,900 ตารางเมตร เป็นตลาดที่โดดเด่นและน่าจับตาเป็นอย่างมากในปีนี้ แนวโน้มจะเห็นว่าบ้านร้อยล้านมักตั้งอยู่บนที่ดินที่มีขนาดเล็กลง เนื่องจากราคาที่ดินในกรุงเทพฯ

“ราคาที่ดินอัพเดตในปีนี้ เขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีอัตราแพงขึ้น 5-10% ต่อปี เพราะมีดีมานด์ซื้อรออยู่ โฟกัสโซนกรุงเทพกรีฑา, บางนา, สุขสวัสดิ์-พระราม 3 หรือโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

เทรนด์ใหม่เศรษฐีอายุ 30 ปี

“ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ที่มองหาบ้านในระดับนี้ จะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ต้องการความแตกต่างและความโดดเด่น เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ และมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้”

ข้อมูลเซอร์ไพรส์มาจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปัจจุบัน เริ่มได้รับความนิยมจากกลุ่มเศรษฐีคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุ 30 ปีขึ้นไป ประสบความสำเร็จทางธุรกิจเร็ว จะเห็นว่าช่วงอายุเริ่มน้อยลง จากเดิมลูกค้าหลักของตลาดบ้านร้อยล้านจะเป็นกลุ่มอายุ 45-50 ปีขึ้นไป

พฤติกรรมการซื้อก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยกลุ่ม Young Gen ที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจโลกใหม่ มีความสามารถในการซื้อบ้านร้อยล้าน และมีความต้องการที่หลากหลาย บางส่วนเลือกที่จะซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการทำคอนเทนต์หรือกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงซื้อเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อผลตอบแทนในระยะยาว

8 โซนหลักกระจายทั่วกรุง

แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์สฯพบว่า ทำเลหลักกระจุกตัวอยู่ใน 8 โซนหลัก ได้แก่ 1.ราชพฤกษ์ 2.ปิ่นเกล้า 3.บรมราชชนนี 4.เพชรเกษม-กาญจนาภิเษก 5.บางนา 6.พระราม 9 7.เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และ 8.กรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

จุดเน้นอยู่ที่เป็นทำเลที่มีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐและมีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ต้องการบ้านในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทำให้การเดินทางสะดวกกว่าเดิม ทำให้สามารถปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น

ดังนั้น ทำเลที่มีศักยภาพในการเติบโตและการพัฒนาระบบคมนาคม รวมถึงความใกล้ชิดกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจและมองเห็นเป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดบ้านหรูระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป

ในด้านซัพพลายบ้านร้อยล้าน สัดส่วน 41.14% กระจุกตัวอยู่ในทำเลกรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น “สุขุมวิท อารีย์ พระราม 9-พัฒนาการ” ตามมาด้วยพื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันตก เช่น “ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า” มีสัดส่วน 33.71% ของซัพพลายรวมทั้งหมด

“บ้านร้อยล้านมีอัตราการขาย 55.78% เหลือยูนิตรอการขายเพียงแค่ 65 หลังเท่านั้น แนวโน้มคาดว่าซัพพลายเหล่านี้จะค่อย ๆ ถูกดูดซับ เนื่องจากความต้องการของผู้ซื้อยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง มาจากผู้ซื้อชาวไทยที่มีฐานะมั่งคั่ง เจ้าของธุรกิจและบุคคลสำคัญ ขณะที่ความสนใจจากชาวต่างชาติมีอยู่บ้าง แต่หดตัวลงอย่างชัดเจนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อลูกค้าจีนที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ”

ท็อป 5 บิ๊กอสังหาฯ ลงสนาม

นายภัทรชัยกล่าวว่า แนวโน้มซัพพลายยังมีออกมาต่อเนื่อง ตราบใดที่บิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงให้ความสำคัญกับสินค้าในเซ็กเมนต์นี้ อาทิ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ LADAWAN ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี ราคาเริ่มต้นหลังละ 200 ล้านบาท, ล่าสุดทาง บมจ.แสนสิริ ที่ประกาศเปิดขายโครงการ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา โดยหลังแพงสุดในโครงการราคาขายสูงถึง 120 ล้านบาท

ทั้งนี้ สถิติท็อป 5 ที่พัฒนาบ้านร้อยล้านขึ้นไป มีดังนี้ 1.บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น มีซัพพลายในสัดส่วน 42.21% 2.บมจ.แสนสิริ สัดส่วน 23.56% 3.บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สัดส่วน 14.23% 4.บมจ.สิงห์ เอสเตท สัดส่วน 10.99% และ 5.บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) สัดส่วน 9.01%

“ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนแบ่งตลาดของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดบ้านร้อยล้าน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อศักยภาพสูง ในตลาดที่ยังคงมีการแข่งขันรุนแรงในปัจจุบัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : L&H-สิงห์ ผุดบ้านหรู 500ล้าน เกมดุบิ๊กอสังหา สวนกระแสเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...