หนุ่มโพสต์เฟซบุ๊กซื้อบ้านโครงการ 3 ล้าน ผ่อนได้เป็นล้าน ถูกกรมบังคับคดียึด คนประมูลไล่ออกจากบ้าน
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 06.58 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(8 ต.ค.68) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ maengkhotsad โพสต์ ภาพวิดีโอที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ คนถือเอกสาร โดยมีข้อความ “สวัสดีครับ ครอบครัวผมซื้อบ้านกับโครงการราคา 3 ล้าน จ่ายไปเรื่อยๆ จนล้าน 1.5 ล้าน พอสักพักบ้านผมโดนคนที่ไปประมูลจากกรมบังคับคดีมาไล่ เพราะเจ้าของโครงการเอาบ้านหลังในโครงการไปจำนองกับคนอื่น (หลังอื่นๆ ก็โดนด้วย) พ่อแม่ผมก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะจิตตกกลัวโดนจับผมอยู่กับน้องสามคนแล้วมันเอาตำรวจมาจับบอกผมเป็นพวกกับไอ้คนที่ผมซื้อบ้านละเอาบ้านผมไปจำนองทั้งที่ผมเป็นผู้เสียหายเหมือนกัน ละก็มาล็อกบ้านผมน้องผมอยู่ในนั้นทรัพย์สินผมอยู่ในนั้นทั้งที่ผมไปศาลแล้วนัดคุยกันวันที่10/11/68อย่างงี้มีสิทธิ์ด้วยเหรอครับเราก็เป็นผู้เสียหาย
และมาจับผมตอนเช้าวันที่06/10/68ตอน09.30ไปที่ ศาล ศาลก็ปล่อยตัวออกมานัดคุยกันวันที่10/11/68 และมาทำแบบนี้กับผมได้เหรอ (ตอนจับกุมตำรวจก็ไม่ให้ถ่ายคลิปครับจับไปเลย) อยากทราบเกิดแบบนี้ใครช่วยได้บ้างครับ ไอ้เ-ยนี้รู้ทั้งรู้บ้านมีปัญหายังจะมาซื้อมาไล่คนที่อยู่ออกเพื่อผลประโยชน์ จะมาให้เช่าบ้านตัวเองบ้าเปล่า ทั้งที่บ้านมีปัญหา
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายสุทธิพงษ์ อายุ 24 ปี ผู้โพสต์ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีถูกหลอกซื้อบ้านในโครงการ พื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยบ้านดังกล่าวถูกขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี ทำให้ครอบครัวของตนต้องถูกขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัย ทั้งที่ผ่อนชำระไปแล้วกว่าหนึ่งล้านบาท
นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า พ่อของตน นายสุทธิศักดิ์ ได้ทำสัญญาซื้อบ้านหลังดังกล่าวกับนางฐปนัท และผ่อนชำระตรงกับนายพีลภัส ซึ่งเป็นสามีของนางฐปนัท โดยเริ่มผ่อนตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงประมาณปี 2563 รวมเป็นเงินกว่า 1,000,000 บาท โดยในเอกสารสัญญาและใบเสร็จระบุชื่อของมารดา นางกันยากมล เป็นผู้ชำระเงิน ทั้งครอบครัวได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2560
จนกระทั่งในปี 2563 ครอบครัวทราบว่าบ้านหลังนี้ถูกนำไปจำนองกับสถาบันการเงิน ทำให้ผู้เป็นพ่อหยุดผ่อนชำระ ต่อมาในปี 2567 บ้านถูกกรมบังคับคดีประกาศขายทอดตลาด พ่อของตนพยายามต่อสู้คดีโดยจ้างทนายความ แต่ในปี 2568 มีผู้มาอ้างสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของบ้านรายใหม่หลังซื้อจากกรมบังคับคดี พร้อมขอให้ตนขนของออกภายใน 3 วัน ซึ่งตนไม่ยินยอมเพราะมองว่าครอบครัวเสียเงินไปจำนวนมาก จึงขอให้รอหนังสือคำสั่งศาลก่อนถึงจะย้ายออก
นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวตนไปสอบสวน โดยเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเดียวกับนายพีลภัส แต่ศาลมีคำสั่งปล่อยตัว เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ปัจจุบันตนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับน้องอีก 3 คน โดยต้องปีนเข้าออกบ้านเนื่องจากประตูถูกล็อก ขณะที่พ่อแม่เกิดความเครียดจากการถูกข่มขู่จนต้องย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัด
“ผมไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่อยากให้คุยกันดี ๆ ขอเวลาอีกสัก 2–3 เดือนเพื่อเก็บข้าวของและหาที่อยู่ใหม่ เพราะของในบ้านมีเยอะ รวมทั้งสุนัขหลายตัว ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบและหาทางช่วยเหลือ เพราะครอบครัวผมตกเป็นเหยื่อ เสียเงินไปกว่าล้านบาทแต่กลับต้องถูกขับไล่ออกจากบ้านที่ผ่อนมาหลายปี” นายสุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย