“ธนาคารโลก” เพิ่มคาดการณ์ “เศรษฐกิจจีน” ปีนี้โต 4.8% หนุนแนวโน้มอาเซียนฟื้นตัวแกร่ง
"ธนาคารโลก" ปรับเพิ่มคาดการณ์ "เศรษฐกิจจีน" ปี 2568 โต 4.8% ส่งแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจอาเซียนและภูมิภาคเอเชียตะวันออก-แปซิฟิก ซึ่งคาดขยายตัว 4.8%
วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 02.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าธนาคารโลก (World Bank) ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2568 เป็น 4.8% จากเดิมที่คาดไว้ 4% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงภาพรวมที่ดีขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก หลังผ่านช่วงฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสงครามภาษีของสหรัฐ
ตัวเลขใหม่นี้เข้าใกล้เป้าหมายทางการของรัฐบาลจีนที่ตั้งไว้ราว 5% สำหรับปี 2568 โดยนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกไม่ได้ระบุเหตุผลเฉพาะสำหรับการปรับเพิ่มดังกล่าว แต่ชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ ซึ่งอาจเริ่มลดลงในปี 2569
สงครามภาษี-มาตรการกระตุ้น-การส่งออกยังพยุงเศรษฐกิจจีน
ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนเมษายน หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทะลุ 100% ชั่วคราว ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทางการค้า (trade truce) ซึ่งจะมีผลจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ปัจจุบันสหรัฐยังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราเฉลี่ย 57.6% มากกว่าต้นปีถึง 2 เท่า
จีนได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2567 และยังคงใช้โครงการแลกซื้อสินค้าใหม่ (trade-in programs) เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ การส่งออกของจีน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปที่ช่วยชดเชยการลดลงของการส่งออกไปยังสหรัฐ
นักวิเคราะห์ระบุว่าธุรกิจจำนวนมากเร่งคำสั่งซื้อก่อนภาษีชุดใหม่มีผล ซึ่งช่วยพยุงตัวเลขส่งออกของจีนในปีนี้
แม้การส่งออกจะช่วยลดแรงกดดันจากปัญหาในประเทศ เช่น ภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ซบเซา แต่แรงหนุนดังกล่าวอาจเริ่มชะลอตัวลงในปี 2569
ธนาคารโลกคาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP จีนจะชะลอลงเหลือ 4.2% ในปี 2569 เนื่องจากการส่งออกเติบโตช้าลง และรัฐบาลจีนอาจลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อควบคุมระดับหนี้สาธารณะไม่ให้พุ่งสูงเกินไป
สัญญาณอ่อนแรงจากการบริโภค
ยอดค้าปลีกของจีนในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเพียง 3.4% จากปีก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงต่อเนื่อง 12.9% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนแรกที่ลดลง 12%
ข้อมูลเบื้องต้นของช่วงวันหยุดโกลเดนวีค (Golden Week) 8 วัน ซึ่งสิ้นสุดในวันพุธ ก็สะท้อนภาพการใช้จ่ายที่ซบเซาเช่นกัน
ตามรายงานของ Ting Lu หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของโนมูระ พบว่าจำนวนการเดินทางภายในประเทศเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นเพียง 5.4% จากปีก่อน สู่ 296 ล้านเที่ยว ระหว่างวันที่ 1–5 ตุลาคม ซึ่งชะลอลงจากอัตรา 7.9% ที่บันทึกไว้ในช่วงวันหยุดแรงงานเดือนพฤษภาคม
“การบริโภคจริงอาจอ่อนแอกว่าที่ตัวเลขบ่งชี้” ลู่กล่าว พร้อมชี้ว่า ปีนี้ปฏิทินเกษตรทำให้วันหยุดโกลเดนวีครวมสองเทศกาลเข้าด้วยกัน คือ วันชาติ (1 ตุลาคม) และเทศกาลไหว้พระจันทร์ (6 ตุลาคม) ส่งผลให้วันหยุดปีนี้ยาวขึ้นเป็น 1–8 ตุลาคม จากเดิมปีที่แล้ว 1–7 ตุลาคม
ความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน
ธนาคารโลกชี้ว่าจีนยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ อัตราว่างงานของเยาวชนสูงถึง 1 ใน 7 คน ความท้าทายจากเทคโนโลยีและสังคมผู้สูงอายุ และสัดส่วนการสร้างงานจากสตาร์ตอัปในจีนยังต่ำ โดยสตาร์ตอัปจีนสร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 4 เท่า ขณะที่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ส่วนหนึ่งเพราะสัดส่วนของรัฐวิสาหกิจในจีนยังสูง
นอกจากนี้ธนาคารโลกประเมินว่าการลดลงของ GDP จีนทุก 1% จะฉุดการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกลดลง 0.3%
ดังนั้นเมื่อมีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจจีน ภูมิภาคนี้จึงคาดว่าจะเติบโต 4.8% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ 4%
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน ธนาคารโลกเพิ่งปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2568 เหลือเพียง 2.3% เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการค้า ซึ่งจะถือเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2551 (ไม่นับช่วงภาวะถดถอยทั่วโลก)
อ้างอิง : www.cnbc.com