โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ธนาคารโลก” เพิ่มคาดการณ์ “เศรษฐกิจจีน” ปีนี้โต 4.8% หนุนแนวโน้มอาเซียนฟื้นตัวแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 07.22 น.

"ธนาคารโลก" ปรับเพิ่มคาดการณ์ "เศรษฐกิจจีน" ปี 2568 โต 4.8% ส่งแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจอาเซียนและภูมิภาคเอเชียตะวันออก-แปซิฟิก ซึ่งคาดขยายตัว 4.8%

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 02.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าธนาคารโลก (World Bank) ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2568 เป็น 4.8% จากเดิมที่คาดไว้ 4% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงภาพรวมที่ดีขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก หลังผ่านช่วงฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสงครามภาษีของสหรัฐ

ตัวเลขใหม่นี้เข้าใกล้เป้าหมายทางการของรัฐบาลจีนที่ตั้งไว้ราว 5% สำหรับปี 2568 โดยนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกไม่ได้ระบุเหตุผลเฉพาะสำหรับการปรับเพิ่มดังกล่าว แต่ชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ ซึ่งอาจเริ่มลดลงในปี 2569

สงครามภาษี-มาตรการกระตุ้น-การส่งออกยังพยุงเศรษฐกิจจีน

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนเมษายน หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนทะลุ 100% ชั่วคราว ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทางการค้า (trade truce) ซึ่งจะมีผลจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ปัจจุบันสหรัฐยังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตราเฉลี่ย 57.6% มากกว่าต้นปีถึง 2 เท่า

จีนได้เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2567 และยังคงใช้โครงการแลกซื้อสินค้าใหม่ (trade-in programs) เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ การส่งออกของจีน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปที่ช่วยชดเชยการลดลงของการส่งออกไปยังสหรัฐ

นักวิเคราะห์ระบุว่าธุรกิจจำนวนมากเร่งคำสั่งซื้อก่อนภาษีชุดใหม่มีผล ซึ่งช่วยพยุงตัวเลขส่งออกของจีนในปีนี้

แม้การส่งออกจะช่วยลดแรงกดดันจากปัญหาในประเทศ เช่น ภาวะชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ซบเซา แต่แรงหนุนดังกล่าวอาจเริ่มชะลอตัวลงในปี 2569

ธนาคารโลกคาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP จีนจะชะลอลงเหลือ 4.2% ในปี 2569 เนื่องจากการส่งออกเติบโตช้าลง และรัฐบาลจีนอาจลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อควบคุมระดับหนี้สาธารณะไม่ให้พุ่งสูงเกินไป

สัญญาณอ่อนแรงจากการบริโภค

ยอดค้าปลีกของจีนในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเพียง 3.4% จากปีก่อนหน้า ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงต่อเนื่อง 12.9% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนแรกที่ลดลง 12%

ข้อมูลเบื้องต้นของช่วงวันหยุดโกลเดนวีค (Golden Week) 8 วัน ซึ่งสิ้นสุดในวันพุธ ก็สะท้อนภาพการใช้จ่ายที่ซบเซาเช่นกัน

ตามรายงานของ Ting Lu หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของโนมูระ พบว่าจำนวนการเดินทางภายในประเทศเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นเพียง 5.4% จากปีก่อน สู่ 296 ล้านเที่ยว ระหว่างวันที่ 1–5 ตุลาคม ซึ่งชะลอลงจากอัตรา 7.9% ที่บันทึกไว้ในช่วงวันหยุดแรงงานเดือนพฤษภาคม

“การบริโภคจริงอาจอ่อนแอกว่าที่ตัวเลขบ่งชี้” ลู่กล่าว พร้อมชี้ว่า ปีนี้ปฏิทินเกษตรทำให้วันหยุดโกลเดนวีครวมสองเทศกาลเข้าด้วยกัน คือ วันชาติ (1 ตุลาคม) และเทศกาลไหว้พระจันทร์ (6 ตุลาคม) ส่งผลให้วันหยุดปีนี้ยาวขึ้นเป็น 1–8 ตุลาคม จากเดิมปีที่แล้ว 1–7 ตุลาคม

ความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีน

ธนาคารโลกชี้ว่าจีนยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ อัตราว่างงานของเยาวชนสูงถึง 1 ใน 7 คน ความท้าทายจากเทคโนโลยีและสังคมผู้สูงอายุ และสัดส่วนการสร้างงานจากสตาร์ตอัปในจีนยังต่ำ โดยสตาร์ตอัปจีนสร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 4 เท่า ขณะที่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ส่วนหนึ่งเพราะสัดส่วนของรัฐวิสาหกิจในจีนยังสูง

นอกจากนี้ธนาคารโลกประเมินว่าการลดลงของ GDP จีนทุก 1% จะฉุดการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกลดลง 0.3%
ดังนั้นเมื่อมีการปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจจีน ภูมิภาคนี้จึงคาดว่าจะเติบโต 4.8% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ 4%

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน ธนาคารโลกเพิ่งปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2568 เหลือเพียง 2.3% เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการค้า ซึ่งจะถือเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2551 (ไม่นับช่วงภาวะถดถอยทั่วโลก)

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...