"เอกนัฏ"ชัดเจนร่วมพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาทำงานร่วม"สุชาติ"
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(7ต.ค.68) ที่ พรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับ สส.พรรคภูมิใจไทย และแสดงเจตจำนงเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ได้พูดคุยและซักซ้อมว่าในช่วงเวลาสภาที่เหลือจะทำงานร่วมกันอย่างไรให้สภาไม่ล่ม หรือมีวาระกฎหมายสำคัญ ที่ตนมีส่วนร่วมด้วย เช่น ร่าง พ.ร.บ.ปล่อยข้อมูลข่าวสารมลพิษของโรงงาน , ร่างพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าและกฎหมายอื่น ๆ หลายฉบับรวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องซักซ้อมก่อนที่จะครบ 4 เดือนก่อนที่จะมีการยุบสภา
เมื่อถามว่าเป็นการมาประชุมกับสส. ไม่ใช่การมาซบพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนมาชัดเจนขนาดนี้ แต่ในระหว่างนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปจนถึงหมดวาระสภา แต่ในฐานะที่เป็น สส.ในส่วน ที่โหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนกันมารับทราบถึงแนวทางการทำงานในพื้นที่ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไรต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นประโยชน์
เมื่อถามว่าเหตุผลที่อนาคตจะมาอยู่พรรคนี้เพราะอะไรนั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนทำการเมืองด้วยความชัดเจนมาตลอดชีวิตว่าไม่ชอบความ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ตั้งแต่ตัดสินใจโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีคลิปเสียง ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมรวมถึงตนเอง ว่าทุกคนน่าจะต้องตัดสินใจก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ ถือว่าไม่สายเกินไปที่จะตัดสินใจโหวตให้นายอนุทิน เที่ยวนี้เราแสดงจุดยืนชัดเจน
ในจุดยืนที่เราเป็นการเมืองฝ่ายขวาในเรื่องความมั่นคงเรื่องของชายแดน เรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตนในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หลายคนได้เห็นบทบาทในการต่อสู้กับทุนเทา อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญกับธุรกิจเถื่อน ที่เอาเปรียบธุรกิจของประชาชนคนไทยก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับธุรกิจเหล่านั้นและคนไทยด้วย ซึ่งแนวทางเหล่านี้คิดว่า ต้องพูดกันตรง ๆ ว่ามีพรรคภูมิใจไทยพรรคหนึ่งที่ยืนหยัดต่อสู้ เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างชัดเจนและแสดงท่าทีจุดยืนที่ชัดเจน และได้ใจพวกเรา พูดกันแบบตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าในใจมีสัญญาใจอะไรกันหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในวันนี้ ได้ประชุม สส.ร่วมกัน ตนคิดว่าจะตัดสินใจอะไรคิดถึงส่วนรวมให้มาก ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะ 3 - 4 เดือน ก็จะสู่โหมดเลือกตั้งแล้วถึงเวลานั้นหลายคนก็มีโอกาสได้ตัดสินใจว่า แต่ละคนจะทำอย่างไร วันนี้ตนชอบอะไรที่ชัดเจนไม่ชอบกั๊ก คิดว่าที่ทุกคนมาร่วมกันเป็นตัวแทน สส.มาประชุม สัญญาณที่ส่งไปชัด มากันทุกคนก่อนหน้านี้มีนายจุติ ไกรฤกษ์ ก่อนหน้านี้ นายชุมพล จุลใส ก็นำทีม อบจ.ชุมพร สจ. หลายคนมาสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงทีมงานสุดซอยของตนด้วย
เมื่อถามว่า หลังจากนี้พรรครวมไทยสร้างชาติจะเดินหน้าต่ออย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคแล้ว แต่ตนยืนยันว่าการลาออกเป็นไปตามที่ได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมยืนยันว่า นายพีระพันธุ์เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่แนวทางการทำงานของตนต้องการความหนักแน่น ความมั่นคง จึงได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นเลขาธิการพรรค
อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับกลุ่ม สส. ทั้งกลุ่ม จ.ชุมพร , สุราษฎร์ธานี , ราชบุรี , พิษณุโลก และแพร่ ได้ตัดสินใจกำหนดอนาคต ของตัวเองอย่างเป็นอิสระ เพราะที่ผ่านมาทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งการปลดล็อกของตน ก็ทำให้กลุ่ม สส.ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังเหลือเวลาอีก 4 - 6 เดือน เหลือเฟือพอที่จะให้หัวหน้าพรรคได้บริหารงาน สามารถขับเคลื่อนทัพตามแนวทางที่กรรมการบริหารพรรคกำหนดไว้ได้ ไม่ได้ทำให้เสียโอกาส รวมทั้งวันนี้แม้จะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคแล้ว แต่ก็ยังคงต้องทำหน้าที่สส.ให้เต็มที่
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะทำงานร่วมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ภายในพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตราบใดที่คิดเรื่องใหญ่ อย่าเอาปัญหาส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง รายการทำงานการเมืองที่ผ่านมา ไม่เคยมองเรื่องความแตกแยก ความขัดแย้ง แล้วมาการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราสวมเสื้อพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยินดีที่จะร่วมงานกับทุกคน เพื่อเดินหน้าตามอุดมการณ์ของพรรค ก็มีแค่นั้นเอง และถือเป็น DNA ที่อยู่ในตัวเราเสมอ
ข่าวเวิร์คพอยท์23