'ช่อ' เดือด 'แขก คำผกา' ล้อซึมเศร้า-เพศสภาพ "ต่ำตม-ไร้จรรยาบรรณ" จี้ต้นสังกัดรับผิดชอบ
'ช่อ' เดือด 'แขก คำผกา' ล้อซึมเศร้า-เพศสภาพ "ต่ำตม-ไร้จรรยาบรรณ" จี้ต้นสังกัดรับผิดชอบ เตือนสังคมอย่าปล่อยให้ความรุนแรงทางวาจาเป็นเรื่องปกติ
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2568 น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือแขก คำผกา พิธีกร ได้เหน็บแนม น.ส.สิริลภัส กองตระกาล สส.กทม. และนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยมีพิธีกรอีก 2 คน หัวเราะร่วมด้วย
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องร้ายแรงทั้ง 2 ประเด็น ทั้งการล้อเลียนเพศสภาพจากคำพูดอีกะเทย ที่ล้อเลียนนายธัญวัจน์ และคำพูดที่เป็นประเด็นตั้งต้นคือ อีหมิวซึมเศร้า ล้อเลียนการเป็นซึมเศร้าของ น.ส.สิริลภัส ซึ่งประเด็นเหล่านี้ลำพังเพียงแค่การแสดงออกทางโซเชียลมีเดียของบุคคลปกติ ก็ไม่สมควรแล้ว
ถือเป็นการไปล้อเลียนในสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์หรือความเจ็บป่วยทางกายหรือทางใจของผู้อื่น แต่พอเป็นสิ่งที่มีการพูดออกสื่อโดยผู้ที่เป็นสื่อมวลชน โดยเฉพาะในช่องของรัฐด้วยและผู้ที่นั่งอยู่ด้วย แม้จะไม่ได้พูด แต่แสดงออกในเชิงเห็นด้วยและขำขันไปด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลที่ทำงานมาอย่างยาวนานในวงการสื่อ
“เรื่องนี้คงต้องเรียกร้องไปที่สื่อต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ NBT หรือ Voice TV ซึ่งดิฉันเคยทำงานอยู่ด้วย ดิฉันคิดว่าควรต้องพิจารณาว่าตามมาตรฐานจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชนที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพและมีความรับผิดชอบต่อผู้ชม ผู้รับฟังสาร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ต้นสังกัดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
เมื่อถามว่าควรฟ้องร้องหรือไม่ เนื่องจากมีความเสียหาย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกวิจารณ์ ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคคลกลุ่มนี้วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น คงเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล แต่หลายท่านรวมถึงตัวของตน ไม่เคยคิดจะฟ้องร้องอะไร เพราะคิดว่าผู้รับชมรับฟังสามารถตัดสินได้เองว่าคำพูดคำวิจารณ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่
“ครั้งนี้ถือว่าเกินเลยไปมาก เพราะเป็นการเอาเรื่องความเจ็บปวดทางใจ อาจส่งผลถึงบุคคลอื่นๆด้วย ในแง่ที่ว่าถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในสังคม ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตสุขภาพของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างมาก
ฉะนั้น ถ้าจะพิจารณาฟ้องร้อง ดิฉันก็คิดว่าคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงพอสมควร แต่ส่วนตัวไม่เคยคิดที่จะฟ้องร้องเรื่องพวกนี้เพราะดิฉันเป็นนักการเมือง ยอมรับคำพิพากษาวิจารณ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว ถ้ามันเกินเลยถึงขั้นที่ดิฉันเคยฟ้องร้อง เช่น กรณีกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกับการก่อการร้ายในภาคใต้ หรือฉ้อโกงเงินบริจาคของประชาชน ซึ่งดิฉันถือว่าร้ายแรงก็เลยได้ฟ้องร้องไป” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
เมื่อถามว่าได้คุยกับทั้ง 2 ท่านแล้วหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าววว่า ไม่จำเป็นต้องพูดคุยเรื่องอะไรแบบนี้ ตนรู้ว่าทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็ง เป็นผู้ที่ได้รับกำลังใจจากผู้คนมากมายอยู่แล้ว ทั้ง 2 ท่านคงจะเดินหน้าต่อสู้
ในส่วนของ น.ส.สิริลภัส คงต่อสู้เรื่องของสุขภาพจิต การที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญและทุ่มเทงบประมาณ รวมถึงให้ความรู้กับประชาชน ในความตระหนักต่อปัญหาสุขภาพจิต ส่วนนายธัญวัจน์ ก็เป็นคนที่ผลักดันเรื่อง Gender Equality มาอย่างต่อเนื่องก็คงจะผลักดันต่อไปทั้ง 2 ท่าน
เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากถึงทั้ง 3 พิธีกรหรือไม่ น.ส. พรรณิการ์ กล่าวว่า ไม่มี