“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับข่าวทรัมป์–สี จิ้นผิง พบปะที่เกาหลีใต้ 30 ต.ค.
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก รับข่าวทรัมป์-สี จิ้นผิง พบปะกันนอกรอบการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเกาหลีใต้ 30 ต.ค.68
วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่สดใส หลังทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะพบปะกันนอกรอบการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
- ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 49,095.27 จุด เพิ่มขึ้น 453.66 จุด หรือ +0.93%
- ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 26,177.11 จุด เพิ่มขึ้น 209.13 จุด หรือ +0.81%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,929.12 จุด เพิ่มขึ้น 6.71 จุด หรือ +0.17%
- ดัชนี ASX/S&P 200 ของออสเตรเลียปรับขึ้น 0.19%
- ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ทะยานขึ้นแรง 1.35%
โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ แถลงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะออกเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียในช่วงเย็นวันนี้ ก่อนเดินทางต่อไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อร่วมประชุมเอเปค และจะมีกำหนดพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หลังการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่กรุงโซลในวันที่ 30 ตุลาคม การยืนยันกำหนดการครั้งนี้ช่วยคลายความไม่แน่นอนที่กดดันตลาดในช่วงก่อนหน้า และถูกมองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ
นอกจากปัจจัยทางการเมืองแล้ว ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนกันยายนปรับตัวขึ้น 2.9% จากปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.7% ในเดือนสิงหาคม ถือเป็นการเร่งตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวไม่นับรวมราคาอาหารสดแต่รวมต้นทุนพลังงาน ซึ่งสะท้อนว่าราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงอยู่ในระดับสูง
นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นของเงินเฟ้อและความชัดเจนด้านการทูตระหว่างสหรัฐฯ–จีน อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมส่งออกที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะการค้าระหว่างประเทศ