ย้อนเส้นทาง ‘อุ๊งอิ๊ง’ กว่าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 00.55 น. • The Bangkok Insightย้อนเส้นทาง "อุ๊งอิ๊ง" จาก "หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย" สู่ "นายกฯ หญิง" และวันชี้ชะตาปมคลิปฮุนเซน
วันนี้ (29 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ สว. จำนวน 36 คน ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
คำร้องดังกล่าวระบุว่า นางสาวแพทองธาร ขาดความซื่อสัตย์สุจริตและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงที่สนทนากับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
ทั้งนี้ คดีนี้ถือเป็นจุดวัดใจที่สำคัญของลูกสาวคนเล็กจากตระกูลชินวัตร ซึ่งได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำครอบครัวเพื่อไทย และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา
ประวัติ
สำหรับประวัติ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง เกิดวันที่ 21 ส.ค. 2529 (อายุ 39 ปี)เป็นบุตรสาวคนเล็ก จากพี่น้อง 3 คน ของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีนายพานทองแท้ เป็นพี่ชายคนโต และบุตรสาวคนรองคือนางสาวพินทองทา
ชีวิตส่วนตัว อุ๊งอิ๊ง สมรสกับปิฎก สุขสวัสดิ์ โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีมงคลสมรสของทั้งคู่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงแรมโรสวู๊ด ฮ่องกง
การศึกษา
- มัธยมศึกษาตอนต้น: โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
- มัธยมศึกษาตอนปลาย: โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
- ปริญญาตรี: รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท: MSc International Hotel Management มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ สหราชอาณาจักร
ก้าวแรกในฐานะผู้นำ
ในปี พ.ศ. 2565 นางสาวแพทองธาร ได้รับการแต่งตั้งเป็น "หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทย โดยในบทบาทนี้ เธอได้เดินทางไปพบปะประชาชนทั่วประเทศและมีส่วนร่วมในการรณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง
แคนดิเดตนายกฯ และชัยชนะในการเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งใหญ่ปี พ.ศ. 2566 นางสาวแพทองธาร ได้รับการเสนอชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย โดยมีเป้าหมายในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ แม้ผลการเลือกตั้งจะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. เป็นอันดับสองรองจากพรรคก้าวไกล แต่ในที่สุด เธอก็ได้รับการโหวตจากสภาให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย และได้เข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลอย่างสมบูรณ์
หลุดคลิปเสียงกับสมเด็จฮุนเซน
ในช่วงเดือน มิ.ย.68 ได้มีคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง นางสาวแพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน หลุดออกมาสู่สาธารณะ โดยสมเด็จฮุนเซนได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอ้างว่าเขาได้บันทึกเสียงการสนทนาไว้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ในคลิปเสียงดังกล่าว นางสาวแพทองธารได้พูดคุยกับสมเด็จฮุนเซนในหลายประเด็น โดยหนึ่งในประโยคที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือการที่เธอกล่าวว่า "ให้ท่านฮุน เซน เห็นใจหลานหน่อย เพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทย เขาไล่เราไปเป็นนายกฯ ที่เขมรหมดแล้ว" และ "จริงๆ แล้ว ถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้"
การสนทนาดังกล่าวถูกมองว่าอาจเข้าข่ายการกระทำที่ไม่เหมาะสมและอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทำให้กลุ่ม สว. จำนวน 36 คน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ เนื่องจากขาดความซื่อสัตย์สุจริตและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้ นางสาวแพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ในเดือน ก.ค. 2568 ก่อนที่จะมีการนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติเพื่อออกคำวินิจฉัยในวันนี้ (29 ส.ค.)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'แพทองธาร' รอด หรือ ร่วง จับตา 'ศาลรัฐธรรมนูญ' นัดชี้ชะตาบ่าย 3 โมงวันนี้
- ศาลรัฐธรรมนูญ จัดเตรียมสถานที่รองรับคำวินิจฉัย คดี 'แพทองธาร' ในวันพรุ่งนี้ 29 ส.ค.
- เปิดรายชื่อ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตาคดี 'คลิปเสียงแพทองธาร'พรุ่งนี้
ติดตามเราได้ที่