โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยอดขาย EV โลกแรง 9.1 ล้านคัน จีนเร่งบุกต่างแดนหลังในประเทศเริ่มสะดุด

Manager Online

เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • MGR Online

ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลกครึ่งแรกปี 2025 ขยายตัวโดดเด่น ยอดขายพุ่ง 9.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28% แต่หลายฝ่ายยังมองว่าครึ่งหลังอาจสะดุดจากปัจจัยลบ โดยเฉพาะจีนที่เผชิญแรงกดดันทั้งเรื่องเงินอุดหนุนหายและปัญหารถมือสองศูนย์ไมล์ ขณะเดียวกันผู้ผลิตจีนเร่งขยายการลงทุนในต่างประเทศมากกว่าภายในประเทศเป็นครั้งแรก เพื่อหาทางออกท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงและกำแพงภาษี

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยออกมาว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ที่รวมรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ไฮบริดทั้งแบบ PHEV และ EREV จะมีการขยายตัว ด้วยตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 28% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว แต่ทว่าหลายฝั่งยังเชื่อว่ายอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในปีนี้อาจจะไม่ได้มีตัวเลขเปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากที่ตลาดใหญ่อย่างจีนกำลังประสบปัญหาในด้านยอดขายอันเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงลบทั้งในเรื่องการยกเลิกเงินสนับสนุนและเรื่องอื้อฉาวอย่างรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในประเทศจีนในตอนนี้

ครึ่งแรกของปี 2025 ขยายตัว 28%

Rho Motion บริษัทในเครือ Benchmark Mineral Intelligence ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 (มกราคม-มิถุนายน) ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกอยู่ที่ 9.1 ล้านคัน หรือเติบโตขึ้น 28% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ในเดือนมิถุนายน 2025 ถือเป็นอีกเดือนที่ตลาดทำตัวเลขได้ค่อนข้างดี โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2024 ถึง 24% และเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเปรียบกับเดือนก่อนหน้านั้น ซึ่งก็คือ พฤษภาคม 2025 และเมื่อแบ่งตลาดออกมาแล้ว ยังถือเป็นตลาดใหญ่ของรถยนต์ประเภทนี้ โดยมีส่วนแบ่งในตลาดสูงสุดคือ 60.4% โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนอยู่ที่ 5.5 ล้านคันหรือเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเปรียเทียบกับปีก้อนหน้า ตามด้วย ยุโรปมีตัวเลข 2 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือ ดูเหมือนว่าความนิยมในส่วนของรถยนต์พลังไฟฟ้า หรือ BEV และพวกไฮบริดแบบเสียบปลั๊กดูจะยังไม่มีทีท่ากระเตื้องขึ้น แถมนโยบายของรัฐบาลในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการผลักดันให้เป็นตลาดสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้ ก็เลยทำให้ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดขายอยู่ที่ 0.9 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 0.7 ล้านคันเป็นตลาดกลุ่มอื่นๆ ทั่วโลกรวมกัน ซึ่งก็เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 40%

ปัจจัยลบรออยู่ตลาดอาจจบไม่แรงอย่างที่คิด

ตามการคาดการณ์ของ S&P Global Mobility ที่เปิดเผยเมื่อปลายปี 2024 มีการระบุว่าภาพรวมของตลาดรถยนต์ในกลุ่มพลังงานใหม่น่าจะสูงในระดับ 15 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเปรียบเทียบจากปีที่แล้ว ขณะที่ Fleet World คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 20 ล้านคันหรือเพิ่มขึ้นราวๆ 18%

แน่นอนว่าเมื่อมองจากตัวเลขครึ่งเลขของปีถือว่าโอกาสที่จะแตะ 20 ล้านคันตามการคาดการณ์ของ Fleet World มีความเป็นไปได้ แต่จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนในตลาดแห่งต่างๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และจีน ทำให้หลายยังคงกังวลว่ายอดขายของครึ่งหลังปี 2025 อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร

สิ่งแรกคือ เรื่องของข่าวการส่งออกรถยนต์มือสองศูนย์ไมล์ของจีนที่สร้างปัญหาในเรื่องความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับทั้งลูกค้าในประเทศจีนเอง และลูกค้าต่างประเทศที่เป็นตลาดหลักของแบรนด์จีน และอีกเรื่องคือภาครัฐไม่ได้มีการสนับสนุนในด้านเงินช่วยเหลือเพื่อทำให้รถยนต์พลังไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนั้นก็ไม่มีการดำเนินแผนงานนี้ต่อเหมือนกับช่วงต้นปี ทำให้ยอดขายอาจจะมีอาการกระตุกจนถึงแผ่วได้

ขณะที่ยุโรป ในแง่ภาพรวมของครึ่งแรกในปี 2025 ถือว่าค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตลาดสเปนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเติบโต 85% นับตั้งแต่ต้นปี โดยทางภาครัฐเองได้เปิดตัวโครงการจูงใจที่ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 และยังได้ขยายโครงการ MOVES III ออกไปจนถึงสิ้นปี ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแข็งแกร่งในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ส่วนอีก 2 ตลาดที่จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนคือ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ซึ่งมีตัวเลขการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 32 และ 40% ตามลำดับ

แต่ด้วยเหตุที่ยุโรปมีส่วนแบ่งของตลาดเพียงแค่ 30% โดยประมาณ ดังนั้น จึงเป็นเรื่อยากมากที่จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนให้ยอดขายรถยนต์พลังไฟฟ้าในช่วงหลังของปีเดินหน้าและขยายตัวตามที่ถูกวางเอาไว้

จีนขยายแนวรุก ลงทุนในตลาดต่างแดนมากขึ้น

แม้ว่าในตลาดบ้านตัวเอง แนวโน้มหรือทิศทางของยอดขายอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยตัวเลขแบบก้าวกระโดด แต่ดูเหมือนว่าผู้ผลิตรถยนต์ในจีนหลายค่ายมองเห็นถึงจุดอิ่มตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีการเปิดเผยว่า พวกเขาเริ่มทยอยลงทุนในตลาดนอกประเทศอย่างจริงจัง จนตอนนี้ มูลค่าการลงทุนนอกประเทศจีนมีมูลค่าแซงหน้าการลงทุนในบ้านตัวเองไปแล้ว

จากการเปิดเผยของ Rho Motion ที่เก็บข้อมูลย้อนหลังไปจนถึงปี 2014 มีการระบุว่า ตอนนี้ถือเป็นครั้งแรกแล้วที่มูลค่าการลงทุนในประเทศจีนมีน้อยกว่าการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งแผนการนี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงภายในประเทศและภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ดังนั้น การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศสามารถช่วยให้ธุรกิจจีนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศในการขยายตลาด

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เพราะตอนนี้ บริษัทจากจีนถูกกีดกันทางการค้าด้วยการตั้งกำแพงภาษีที่สูงลิ่วจากทั้งในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรป ทั้งที่เกือบ 75% ของการลงทุนจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่เพื่อป้อนในระบบวงจรการผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าก็ตาม ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ เช่น GWM หรือ Great Wall Motor ก็มีการประกาศเปิดโรงงานแห่งแรกในบริลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช่นเดียวกับ BYD ที่มีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแห่งแรกในบราซิลเช่นกัน

Toyota ทยอยเปิดตัวรถไฟฟ้าใหม่ต้นปี 2026

แม้ข้อกำหนดในเชิงนโยบายและสภาพตลาดที่มีแนวโน้มเริ่มอิ่มตัวจะเห็นปัจจัยเชิงลบที่อาจจะส่งผลต่อภาพรวมของตลาดในช่วงปลายปี 2025 แต่ทว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ออกสู่ตลาด ก็เป็นอีกเงื่อนไขในการที่จะช่วยเพิ่มยอดขายด้วยเช่นกัน

มีการยืนยันว่าในช่วงปลายปี 2025 ต่อไปจนถึงต้นปี 2026 Toyota ซึ่งเริ่มกลับมาเปิดแนวรุกในตลาดรถยนต์พลังไฟฟ้า ยืนยันว่าจะมีการเปิดตัวทางเลือกใหม่ๆ ออกมาทั้งหมด 10 รุ่นด้วยกัน หลังจากที่ทั้ง Lexus และ Toyota มีรถยนต์พลังไฟฟ้าขายอยู่ในตลาดแค่ 3 รุ่นและมียอดขายรวมกันไม่เกิน 25,000 คันในปีที่แล้ว

“ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ที่สำคัญ” Koji Sato ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวในการแถลงข่าวที่มีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

จากการวิเคราะห์ของ S&P Global Mobility ระบุว่า รถยนต์พลังไฟฟ้ายังเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแบรนด์ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา Toyota จะออกตัวค่อนข้างช้าในการรุกเข้าสู่ตลาดกลุ่มนี้ โดยภายในปี 2026 พวกเขาคาดหมายว่าจะต้องมียอดขายรถยนต์พลังไฟฟ้ามากถึง 1.5 ล้านคันให้ได้ และนี่จึงเป็นที่มาของการเร่งเปิดตัวทางเลือกใหม่ๆ ออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 2025 ต่อปี 2026

และถ้าเป็นไปตามแผนงานจริง เราจะได้เห็นตัวเลขยอดขายของรถยนต์พลังไฟฟ้ามีตัวเลขมากกว่ารถยนต์ไฮบริด (คาดหมายยอดขายราวๆ 1.25 ล้านคัน) ซึ่งเมื่อก่อนคือเสาหลักในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเลยก็ว่าได้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...