โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘หอยนางรม’ สปีดโค้งท้าย ส่งน้ำปลาผงหนุนเป้าพันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 00.05 น.
พันธ์ชนะ รัตนประสิทธิ์

“น้ำปลาพิไชย” เพิ่มสปีดครึ่งหลังปี’68 เปิดตัวนวัตกรรม “น้ำปลาผงลดโซเดียม” ครั้งแรกของโลก เจาะกลุ่มเฮลตี้-นักท่องเที่ยว พร้อมอัดงบฯลงทุน 30-40 ล้านบาท ขยายไลน์ผลิต-ส่งออก ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 1,000 ล้านในปี 2570 ก้าวขึ้นติด Top 4 แบรนด์น้ำปลาชั้นนำของไทย

นายพันธ์ชนะ รัตนประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำปลาพิไชย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลาแท้ตราหอยนางรม เปิดเผยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยและโลกเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าแรงและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศและมาตรการกีดกันทางการค้าของต่างชาติ แต่ธุรกิจอาหารและเครื่องปรุงรสยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “น้ำปลา” เครื่องปรุงประจำครัวไทยที่ยังคงมีความต้องการบริโภคสูงอย่างต่อเนื่อง

โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า คนไทยมีการบริโภคน้ำปลาเฉลี่ย 15 มิลลิลิตรต่อวัน หรือคิดเป็น 5-6 ลิตรต่อคนต่อปี ทำให้ตลาดน้ำปลามีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแม้จะมีการแข่งขันสูงจากทั้งผู้เล่นรายเดิมและคู่แข่งรายใหม่ รวมถึงซอสและเครื่องปรุงรสประเภทอื่น ๆ ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด แต่ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2568 ตลาดน้ำปลาไทยยังเติบโตได้ราว 5% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากช่องทางโมเดิร์นเทรดที่เติบโต 11% ขณะที่ช่องทางดั้งเดิมยังหดตัวต่อเนื่องราว 3%

ขณะที่ด้านตลาดต่างประเทศ แม้ไทยยังครองสถานะผู้ส่งออกน้ำปลาที่สำคัญในตลาดโลก แต่การเติบโตกลับชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากครึ่งแรกของปี 2568 การส่งออกน้ำปลาไทยขยายตัวเพียง 1.3% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่เคยโต 7-8% สาเหตุสำคัญมาจากมาตรการกีดกันการค้าของบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีการปรับอัตราภาษีนำเข้าใหม่จนทำให้คู่ค้าชะลอคำสั่งซื้อ แต่ปัจจุบันหลังจากที่มีการกำหนดอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ ก็เริ่มทำให้คู่ค้ากลับมาสั่งซื้อตามปกติแล้ว

เปิดตัว “น้ำปลาผง” นวัตกรรมใหม่

นายพันธ์ชนะกล่าวต่อว่า โดยในปี 2568 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจาก “น้ำปลาหอยนางรมสูตรไลท์” ที่เปิดตัวมากว่า 3 ปีและเติบโตต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “น้ำปลาผงตราหอยนางรม สูตรลดโซเดียม ชนิดซอง” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่น้ำปลาผงถูกพัฒนาเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป

โดยเบื้องต้นจะเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ นักท่องเที่ยว และผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยจะกระจายสินค้าไปตามช่องทางโมเดิร์นเทรดและออนไลน์เป็นหลัก จากก่อนหน้านี้ บริษัทได้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลาผงให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม (B2B) มานานกว่า 30 ปี ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 40 ล้านบาท โดยคาดว่าหลังจากเปิดตัวน้ำปลาผงชนิดซองแล้ว จะส่งผลให้มียอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้แตะ 100 ล้านบาทได้ในปี 2569

ทุ่มงบฯลงทุนเพิ่มกำลังผลิต

นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว บริษัทยังได้ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาไลท์แบบซองที่เตรียมนำเข้าโรงพยาบาลเพื่อเจาะกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมีแผนนำร่องที่ รพ.บำรุงราษฎร์เป็นที่แรก ขณะเดียวกันในปี 2569 บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2-3 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กที่สามารถรับประทานได้

โดยในปี 2568-2569 บริษัทได้ทุ่มงบฯลงทุนราว 30-40 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นจะมีการติดตั้งเครื่องจักรไลน์ผลิตน้ำปลาพริกเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20 เครื่อง และจะมีการติดตั้งเครื่องจักรไลน์ผลิตน้ำจิ้มซีฟู้ดใหม่ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อรองรับแผนการส่งออก “น้ำจิ้มซีฟู้ด หอยนางรม” ไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ควบคู่ไปกับการติดตั้งเครื่องจักรสำหรับไลน์ผลิตสินค้าใหม่ และการลงทุนในบ่อหมักปลาเพิ่มเติม หลังจากที่ไม่ได้ลงทุนมานาน เนื่องจากเห็นอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5,000 บ่อ

อัดแน่นกลยุทธ์การตลาด

ขณะที่แผนการทำการตลาด หลัก ๆ จะเน้นทำกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งและสร้างประสบการณ์แบรนด์ครบวงจร ผ่านความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ เชฟชื่อดัง เพื่อสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Y ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและรักความสะดวกสบาย โดยจะใช้งบฯการตลาดอยู่ที่ประมาณ 25 กว่าล้านบาท

ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญใหญ่ “ลดยกแบรนด์” เพื่อลดราคาน้ำปลาตราหอยนางรมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในราคาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพื่อเป็นทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ตั้งเป้าติด Top 4 ปี 2570

อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นสัญญาณกำลังซื้ออ่อนแรงลงจากผลกระทบเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านภาษีและกีดกันการค้า แต่เชื่อว่าน้ำปลายังเป็นสินค้าจำเป็นที่ทุกครัวเรือนต้องใช้ โดยสิ้นปี 2568 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้แตะ 680 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 20% อย่างแน่นอน

ส่วนเป้าหมายในอนาคต บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปี 2570 จะผลักดันรายได้รวมแตะ 1,000 ล้านบาท พร้อมก้าวขึ้นเป็น Top 4 แบรนด์น้ำปลาชั้นนำของไทย โดยกำหนดสัดส่วนรายได้ 70% จากตลาดในประเทศ และ 30% จากการส่งออกไปยังตลาดเป้าหมาย เช่น อินโดนีเซีย แคนาดา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“สิ่งที่เราทำในวันนี้ไม่ใช่เพียงการขายน้ำปลา แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการบริโภคใหม่ ๆ ให้คนไทยและคนทั่วโลกได้รู้จักน้ำปลาในรูปแบบที่สะดวก สุขภาพดี และมีคุณภาพสูงกว่าเดิม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หอยนางรม’ สปีดโค้งท้าย ส่งน้ำปลาผงหนุนเป้าพันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...