MIND: คนไทยเป็นอะไรกับ ‘คนเก่า’ (?) เจาะเหตุผลที่บางคนวนเวียนอยู่แต่กับรักครั้งเก่า ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ากลับไปก็เป็นเหมือนเดิม
“ครั้งนี้เลิกจริง”
“ยังไงก็ไม่กลับไปแล้ว”
“กูพอแล้วมึง”
เชื่อว่าใครหลายคนคงคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้ดี ไม่ว่าจะออกมาจากปากเพื่อนหรือมาจากตัวเองก็ตาม และมันได้กลายเป็นประโยคคลาสสิกที่คนยังลืมแฟนเก่าไม่ได้มักจะหยิบมาพูดเพื่อยืนยันจุดยืนของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองทุกที
สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับคนจำนวนมาก จนเกิดเป็นวลีที่ว่า “คนไทยเป็นอะไรกับคนเก่า” ที่หลายคนเอามาพูดกันในโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อสื่อถึงความจริงที่ว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมูฟออนไม่ได้ และยังคงยึดติดอยู่กับ ‘คนเก่า’ อยู่อย่างนั้น!
วันนี้เราชวนมาดูว่าเหตุผลอะไรที่คนไทยถึงยังยึดติดกับคนเก่า?
[แม้จะเจ็บปวด แต่อดีตก็ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากกว่าปัจจุบัน]
เรื่องราวในอดีตมักทำให้เรารู้สึกปลอดภัย เพราะเราคุ้นเคยกับมัน เคยผ่านมันมาแล้ว ในขณะที่ ‘ปัจจุบัน’ เป็นช่วงเวลาที่ใหม่สำหรับเรา เรามีข้อมูลน้อยกว่า เลยเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดกลัว จนทำให้รู้สึกโน้มเอียงไปกับความรู้สึกเก่าๆ บรรยากาศเดิมๆ หรือเรื่องราวที่เรารู้จักดีอยู่แล้ว
[อดีตเต็มไปด้วยความทรงจำในช่วงเวลาที่คุณเชื่อว่าคุณมีความสุขกว่านี้]
ถ้าคุณคิดถึงคนเก่า หรือเรื่องราวเก่าๆ เพราะเชื่อว่าตอนนั้นมันดีกว่าตอนนี้ แต่คำถามคือ มันดีจริงไหม? ถ้าดีจริงทำไมถึงเลิกกัน บางครั้งเราจึงจำเป็นต้องมานั่งพูดคุยกับตนเองว่า เราคิดถึงอะไรกันแน่ คิดถึงความรู้สึกเหล่านั้น ช่วงเวลาเหล่านั้น หรือตัวบุคคลนั้น? ความสุขมีการเปลี่ยนรูปแบบอยู่เสมอ และบางครั้งมันอาจต้องการให้เราเปิดมุมมองใหม่ เพียงแค่เราเชื่อว่าเราเองก็สามารถมีความสุขแบบนั้นได้อีกครั้ง
[มันยังค้างคาเพราะความคิดเห็นและความรู้สึกเรายังไม่ถูกยอมรับ]
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราอยากปกป้องมุมมองของตัวเอง และพยายามทำให้อีกฝ่ายเห็นและเชื่อในสิ่งต่างๆ แบบที่คุณเห็น เมื่อคนรักของเราไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วยกับมุมมองของเรา เราก็จะรู้สึกเหมือนไม่ได้รับการยอมรับ และรู้สึกว่าความรู้สึกของเราไม่ถูกมองเห็นหรือไม่สำคัญ หลายคนยากที่จะยอมรับว่าความสงบและความรักสามารถดำรงอยู่ท่ามกลางความเห็นต่างได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นไปได้ และถ้าเราไม่เปิดใจหาความสมดุลตรงนั้น มันจะทำให้เรารู้สึกเหมือนยังติดค้างอยู่กับเขา หรือกับความสัมพันธ์เดิมนั้น
[ยิ่งความสัมพันธ์นั้นดีแค่ไหน การมูฟออนก็อาจง่ายขึ้นเท่านั้น ]
เมื่อความสัมพันธ์ตั้งอยู่บนความรัก ความไว้ใจ และความปลอดภัย การเลิกราก็สมเหตุสมผล และจะไม่ค้างคา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาด ความสงสัย หรือความไม่เชื่อใจ มันก็แค่ ‘จบลง’ ความเศร้าที่เกิดขึ้นก็จะไม่ซับซ้อน มันจะค่อยๆ ดีขึ้นไปเอง แต่หากความสัมพันธ์ขาดสิ่งเหล่านี้ไป ก็จะยิ่งทำให้เราจมอยู่กับมันง่ายขึ้น
[ปล่อยวางอดีตไม่เป็นเพราะไม่เคยเห็นและไม่มีใครสอน]
เราเรียนรู้การรับมือกับสิ่งต่างๆ จากคนรอบตัว โดยเฉพาะจาก ‘ครอบครัว’ คนที่ปล่อยวางได้ยาก มักมาจากครอบครัวที่แตกร้าว หรือแม้แต่ครอบครัวที่อยู่กันครบ แต่กลับจัดการกับความขัดแย้งได้ไม่ดี คุณอาจเคยเห็นคนในครอบครัวเก็บงำความขุ่นเคือง ความเจ็บปวด หรือการไม่ให้อภัยเอาไว้นานๆ จนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ และคุณก็ไม่เคยเรียนรู้วิธีการจัดการเรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะมันไม่เคยถูกสอนหรือไม่เคยเกิดขึ้นในบ้าน
[ไม่รู้วิธีรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใน ‘ปัจจุบัน’]
เราใช้เวลาคิดถึงเรื่องในอดีตมากเกินไป บางครั้งก็เป็นเพียงเพราะว่าเราอยากเบี่ยงเบนความสนใจจากปัจจุบัน ซึ่งมันจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น ถ้าคุณโสดแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ประสบความสำเร็จด้านความรัก คุณก็อาจเลือกที่จะมองอดีตในแง่งดงามเกินจริง แล้วเชื่อว่าไม่มีใครจะเทียบกับคนเก่าได้ สิ่งนี้ทำให้คุณละเลยโอกาสที่จะเปิดใจรับและมอบความรักให้กับคนใหม่ๆ ในอนาคต
[ต้องยอมรับว่า การบอกลาเป็นเรื่องยากเสมอ]
การเลิกรา มันคือการที่เราต้องบอกลาทั้งความสัมพันธ์ คนรัก และความฝันที่เราเคยมีร่วมกัน รวมถึงบอกลาตัวเราเองในอดีตด้วย ทั้งนี้ในทุกๆ การจากลาต้องยอมรับว่ามันเจ็บปวด เพราะมันคือสิ่งที่ย้อนกลับไปไม่ได้ ทั้งเราและเขาไม่มีทางกลับไปในเวอร์ชันนั้นได้อีก ต่อให้คุณทั้งสองจะได้กลับมาคบกันอีกครั้งก็ตาม
อย่างที่เรารู้กันดีว่า ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสวยงามเสมอ แต่บางครั้ง ถ้ามันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจังหวะเวลา หรือตัวบุคคล หรือมันอาจเคยใช่ แต่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว และนั่นคือความจริงอันเจ็บปวดที่เราต้องยอมรับมัน
BrandThink ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังติดอยู่กับคนเก่า อย่าลืมว่าความรู้สึกนี้จะไม่อยู่กับเราตลอดไป แต่การจะก้าวออกจากมันได้ต้องเริ่มจากการยอมรับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ทำความเข้าใจกับมัน แล้วลองเปิดใจมองจากมุมอื่นๆ บ้าง และจงเชื่อเสมอว่าเราสมควรที่จะถูกรักและมีความสุขได้อีกครั้ง เพราะมันอาจยังมีใครสักคนที่ดีกว่า ที่กำลังรอเราอยู่ก็ได้นะ!