คนไทยใช้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูงที่สุดในโลก ดาวน์นี่ เพิ่มพอร์ต“กลิ่นละมุน”
คนไทยกังวลเรื่องกลิ่นหนุน “น้ำยาปรับผ้านุ่ม”ขายดีแม้เศรษฐกิจไม่ดี ดาวน์นี่ ข้ามคอมฟอร์ทโซนลงเล่นตลาด “กลิ่นละมุน” ทุ่มงบการตลาด 2 เท่ามากกว่า 70 ล้านบาทชิงมาร์เก็ตแชร์เพิ่ม 5% จ่อลดขนาดขายราคาเดิมหากต้นทุนยังพุ่งต่อ
ธัญภัค ทองถาวรกุล ผู้อำนวยฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มซักผ้า ปรับผ้านุ่มและปรับอากาศ ดาวน์นี่ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในประเทศไทยอัตราการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูงถึง 91% ของครัวเรือนถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก ตามข้อมูลของนีลเส็นระบุว่ายอดขายภาพรวมของตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มอยู่ที่ 14,400 บาทในปี 2566 เติบโต 7% จากปีก่อน
และคาดว่าปีนี้จะเติบโต 8% จากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างสูงในการล๊อนซ์กลิ่นใหม่ๆหรือสูตรใหม่ๆเข้ามาในตลาด ซึ่งตั้งแต่ไตรมาสแรกที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ออกสินค้ากลิ่นใหม่และสูตรใหม่ออกมาค่อนข้างเยอะทำให้ตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มค่อนข้างคึกคักพอสมควร
ทั้งนี้ในประเทศไทยตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มแบ่งเป็น 2 segment ใหญ่คือ สูตรทั่วไปและสูตรเข้มข้น ซึ่งดาวน์นี่เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดนี้ และถ้าแบ่งตามยอดขายจะเห็นว่า สูตรเข้มข้นมีสัดส่วนอยู่ 76% ในขณะที่สูตรธรรมดาอยู่ที่ 24 %
“ดาวน์นี่ครองเบอร์หนึ่งของสัดส่วนการตลาด 37% หรือมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท เราเห็นว่าตลาดสูตรเข้มข้นยังเติบโตเรื่อยๆ และยังมีโอกาสทางการตลาดในการดึงผู้บริโภค 24% ที่ใช้สูตรธรรมดามาใช้สูตรเข้มข้น
ซึ่งจากการศึกษาผู้บริโภคเราพบว่าคนที่ยังใช้สูตรธรรมดายังมี Pain Point อยู่คือ ต้องการกลิ่นที่หอมละมุน ปลอดภัยและอ่อนโยนสำหรับลูกน้อย ผู้บริโภควัยทำงานไม่อยากใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นฉุนเกินไปเพราะกลัวว่าจะกลบกลิ่นน้ำหอมที่ใช้อยู่”
จากโอกาสทางการตลาดนี้ ดาวน์นี่ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรใหม่ “ดาวน์นี่ ละมุน” เป็นครั้งแรกที่ดาวน์นี่เข้ามาเล่นในตลาดกลิ่นอ่อนโยน เจาะกลุ่มแม่และลูกหรือวัยทำงานที่ต้องการกลิ่นละมุน ซึ่งเป็นเทรนด์มาสักระยะหนึ่ง ด้วยพฤติกรรมของคนไทยจะชอบเรื่องของกลิ่นเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมในบ้านหรือกลิ่นหอมบนเสื้อผ้าหรือแม้กระทั่งน้ำหอมก็ตามแต่ เพราะฉะนั้นเมืองไทยค่อนข้างมีความเป็น develop Country เรื่องของกลิ่น ทำให้คนนิยมใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นหอมในทุกๆ การซัก
[caption id="attachment_117618" align="aligncenter" width="1024"]
ธัญภัค ทองถาวรกุล ผู้อำนวยฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มซักผ้า ปรับผ้านุ่มและปรับอากาศ ดาวน์นี่ (ประเทศไทย)[/caption]
ตามแผนการตลาดของดาวน์นี่ ประเทศไทยจะเน้นทำการตลาดแบบเชิงรุก ภายใต้คอนเซ็ปต์ #ละมุนแน่แม่ๆชอบ โดยมีชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต ซุปตาร์ระดับตัวแม่ของเมืองไทยที่เป็นBrand Ambassador ให้กับดาวน์นี่มาต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 10 ปี พร้อมกับลูกสาวน้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ เข้ามาเป็น Brand Ambassador เด็กคนแรกในโลกของดาวน์นี่
“ในแง่ของการตลาดเราใช้เงินลงทุนสูงมากกว่า 70 ล้านบาทหรือ 2 เท่าของแคมเปญปกติ เพราะเราเล็งเห็นว่าเป็นสินค้าใหม่ที่มองเห็นโอกาสทางการตลาดค่อนข้างสูงเพื่อให้มั่นใจว่าคีย์ แมสเสส ที่เราต้องการสื่อสารครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดโดยเราจะทำการตลาดทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ และส่งโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้คือขยายฐานลูกค้าและชิงส่วนแบ่งการตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่ม 5% หรือไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทภายใน 1 ปี”
น้ำยาปรับผ้านุ่ม จัดเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็น เพราะฉะนั้นถ้าหากมองในแง่ของอัตราการเติบโตของสินค้า FMCG ทั้งหมดจะเติบโตอยู่ที่ราวๆ 4.5-5% ขณะที่น้ำยาปรับผ้านุ่มมีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7-8 % เพราะทุกคนในบ้านต้องใช้ในทุกๆวัน ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงหรือสภาพเศรษฐกิจ
ความท้าทายคือผู้บริโภคค่อนข้างมีรอยัลตี้กับกลิ่นที่ชอบ คนที่ชอบกลิ่นอ่อนโยนก็จะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มที่กลิ่นละมุนตลอด ซึ่งด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคกว่า 91% เลือกซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มจากกลิ่นที่ตัวเองชอบ นอกจากนี้แบรนด์ก็ยังมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค แต่ถ้าผู้บริโภคมีโอกาสได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าที่ใช้อยู่ก็จะสามารถเปลี่ยนไปใช้สินค้าตัวใหม่ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามแม้ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ดาวน์นี่ยังคงใช้การบริหารจัดการเพื่อที่จะรักษาต้นทุนและราคาไม่ให้กระโดดมากเกินไป เพื่อให้ดาวน์นี่ยังเป็นสินค้าที่ราคาเข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภค ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการพิจารณาปรับลดขนาดเพื่อให้สามารถขายได้ในราคาเดิม