ตำรวจยังโดน! ผู้กองพลอยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำภาพไปหลอกเหยื่อรีดเงิน จนเสียหาย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 05 ก.ค. 2567 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2567 เวลา 12.15 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(05 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณีมีข่าวเผยแพร่ออกทางสื่อโซเชียล รวมถึงสื่อออนไลน์ ต่างๆ ว่ามีตำรวจหญิงรายหนึ่ง ในภาพแต่งเครื่องแบบ เป็นมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปติดต่อพูดคุยผ่านสื่อโซเชียล หลอกลวงประชาชนให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมหลอกให้มีการโอนเงินด้วยสารพัดกลอุบาย รวมถึงใช้เทคโนโลยีระบบ AI เป็นภาพใบหน้าผู้กองพลอย ในชุดเครื่องแบบตำรวจ พูดคุยเหยื่อทางวีดีโอคอล หลอกให้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ อีกทั้งมีโรงพักสถานีตำรวจบางแห่ง ในพื้นที่ จ.ลำพูน มีการนำข้อมูลมาเผยแพร่ เตือนภัย โดยไม่มีการตรวจสอบว่าภาพตำรวจหญิงบุคคลดังกล่าวมีตัวตนจริง ทำให้มีคนเข้าใจผิดว่าเป็นแก๊งมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จนทัวร์ลง และสร้างความเสื่อเสียให้กับครอบครัว และญาติพี่น้อง และกระทบต่อความเชื่อมั่นเนื่องจากเป็นครูติวเตอร์อีกด้วย
ล่าสุด ร.ต.อ.หญิงสุจิตรา อายุ 31 ปี หรือผู้กองพลอย ตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (รอง.สว.ฝอ.ภ.จว.นพ.) ออกมาแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อเอาผิดบุคคลที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยไม่มีการตรวจสอบ อีกทั้งทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า เป็นมิจฉาชีพ ทั้งที่ถูกนำภาพไปหลอกลวงคนอื่น
นอกจากนี้ยังได้ออกมายืนยันตัวตน พร้อมยืนยันผ่านสื่อว่า มีตัวตนจริง และขอให้สื่อโซเชียล หรือสื่อออนไลน์ และบบุคคล ที่มีการนำภาพข้อมูลไปเผยแพร่กล่าวหาว่า เป็นมิจฉาชีพ ขอให้รบข้อมูลทั้งหมด และลงข้อความให้มีความชัดเจนว่า
เจ้าตัวไม่เกี่ยวข้อง และถูกนำภาพในชุดเครื่องแบบ ไปหลอกลวงประชาชน จนตกเป็นเหยื่อ โดยเจ้าตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยก่อนนี้เคยประสานไปยืนยันตัวตน กับแอดมินสื่อโซเชียลที่นำภาพไปลงเผยแพร่กับไม่มีการแก้ไข ตนจึงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหาย อีกทั้งทำลายความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ ครูติวเตอร์สอบเข้ารับราชการตำรวจ ที่สร้างความเชื่อถือมานานหลายปี
ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม กล่าวว่า ยืนยัน ผู้กองพลอย ได้รับความเสียหาย กระทบไปถึงครอบครัวด้วย อยากให้ทางแอดมินเพจ หรือสื่อออนไลน์ที่นำไปเผยแพร่ มีการไตร่ตรองให้มากกว่านี้ และต้องลงข้อมูลท่าชัดเจน ย้ำว่าไม่ตัวตนจริงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ และขอยันยืนว่าเป็นตำรวจนิสัยดี ใช้เวลาว่างเป็นอาจารย์สอนวิชาการเงิน การบัญชี ฯลฯ ลูกศิษย์หลายคนสามารถสอบงานราชการได้หลายคน การที่ต้องมาเจอข่าวแบบนี้ อยากให้แอดมินโรงพักนั้น เดินทางมาขอโทษเชิงประจักษ์ที่นครพนม เพราะการเสนอข่าวไม่ชัดเจน ไม่เป็นตามความจริง สร้างความเสื่อมเสียต่อหน้าที่การงานและวงศ์ตระกูล