โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เพราะอะไร? ทำไมราคา “น้ำส้ม” ถึงราคาแพงขึ้น พุ่งสูงถึง 2 เท่า

SMART SME

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 08.59 น. • Smart SME

อีกหนึ่งประเด็นที่นั่นคือเรื่องของ “ส้ม” ที่ตอนนี้ต้องเผชิญกับโรคที่รุมเร้าเล่นงาน และสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนผลผลิตออกมาน้อยกว่าที่จะเป็น นำมาสู่ราคาของ “น้ำส้ม” ที่เพิ่มสูงขึ้น

โรงงานผลิตส้มในบราซิล คาดว่าจะผลิตน้ำส้มในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรคที่มาจากแมลงซึ่งกำลังทำลายพืชผล ส่งผลให้ราคา “น้ำส้ม” ใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งตอนนี้ราคาอยู่ที่ 6,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 234,960 บาท) ต่อตัน เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรต้องเจอกับราคาของ “น้ำส้ม” เพิ่มขึ้น 34% โดยข้อมูลจากนิตยสาร The Grocer ระบุว่าราคา “น้ำส้ม” เฉลี่ยต่อลิตรอยู่ที่ 1.41 ปอนด์ เพิ่มขึ้น 36 เพนนีจากปีที่แล้ว และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับรายงานของ Priceable.co.uk เผยว่า น้ำส้มคั้นบริสุทธิ์ 100% ปริมาณ 1 ลิตรของ Sainsbury กำลังขายปลีกด้วยราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2 ปอนด์ เช่นเดียวกับน้ำส้มสมูทคาร์ตันปริมาณ 1 ลิตรของ ASDA ที่ขายในราคา 1.65 ปอนด์

บราซิล คือผู้ผลิต และผู้ส่งออกน้ำส้มรายใหญ่ของโลก แต่ตอนนี้ต้องเจอกับผลผลิตที่ลดน้อยลง โดยพื้นที่ผลิตส้มหลักในรัฐเซาเปาโล และมินาส เชไรส์ ซึ่งนักวิเคราะห์ Fundecitrus กล่าวว่าปีนี้ตั้งเป้าเก็บเกี่ยว 232.38 ล้านกล่องในปีนี้ซึ่งคาดการณ์ว่าจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา 24.36% ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้นักวิเคราะห์เกิดความประหลาดใจถึงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมได้ถึงขนาดนี้

สำหรับปีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่ำสุดต้องย้อนกลับไปในปี 1988/89 ที่เก็บได้ 214 ล้านกล่อง

ที่มา: dailymail

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...