ปลาทูไทยอาจหายไปใน 20-30 ปี! จากประมงเกินขนาด-กฎไม่เข้มงวด-ที่อยู่ถูกทำลาย-โลกรวน
ปลาทูเป็นอาหารคู่บ้านคู่เมือง หาได้ในทะเลของประเทศไทย แต่รู้ไหมว่าทุกวันนี้ ปลาทูที่เรากิจอาจมาจากอินโดนีเซียก็เป็นได้
ข้อมูลจาก Pulitzer Center ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ Ocean Reporting Network ชี้ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จำนวนปลาทูในน่านน้ำไทยลดจำนวนลงด้วยหลายสาเหตุ ตั้งแต่การทำประมงเกินขนาดเพื่อตอบสนองความต้องการตลาดอาหารทะเลทั้งในประเทศและต่างประเทศ กฎหมายที่ไม่เข้มงวด
ประเทศไทยเคยส่งออกอาหารทะเลติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ตำแหน่งตกลงเรื่อยๆ จนแพ้เวียดนาม และอินโดนีเซีย
ปี 2558 ประมงไทยเคยได้ ‘ใบเหลือง’ จากสหภาพยุโรป (EU) ว่าเป็นประเทศที่สุ่มเสี่ยงกับการทำการประมง (ทะเล) แบบ IUU Fishing (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) หรือการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
ปี 2562 รัฐบาลทหารของพลเอกประยุทธ์ จัทร์โอชา สามารถปลดธงเหลืองได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ซึ่งก็มีฝ่ายที่วิจารณ์ว่ารัฐบาลคสช.บังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม มีโทษรุนแรงเกินไป
ปี 2566 รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รับปากว่าจะแก้ไขกฎหมายประมงเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ และเพื่อผลักดันให้ไทยทวงคืนตำแหน่งโลกการส่งออกอาหารทะเลอีกครั้ง ซึ่งก็มีฝ่ายที่กังวลว่าจะทำให้การทำประมงเกินขนาดทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและสิ่งแวดล้อม
เพื่อช่วยให้ปริมาณปลาฟื้นตัวและปล่อยให้ปลาเติบโตเต็มที่ กรมประมงออกคำสั่งห้ามจับปลาในพื้นที่ชายฝั่งตอนในของอ่าวไทยเป็นเวลานานหลายเดือน แต่แนวโน้มของปริมาณปลาทูที่จับได้ต่อปีก็ยังคงลดลง
ปี 2554 ไทยจับปลาทูได้ 136,000 ตัน
ปี 2561 ไทยจับปลาทูได้ 11,000 ตัน --- ลดลงกว่า 10 เท่า!
ปี 2565 ไทยจับปลาทูได้ 32,000 ตัน ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังน้อยกว่าเดิมค่อนข้างมากอยู่ดี
อีกผลกระทบมาจากการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล มลพิษ แและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้ อุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น และรูปแบบสภาพอากาศที่รุนแรงทำให้กระแสน้ำแปรปรวน ส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของปลาทู และความอุดมสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารในทะเล เพื่อต่อสู้เอาชีวิตรอด ปลาทูจึงต้องรีบผสมพันธุ์เร็วขึ้น ทำให้มีขนาดเล็กลง ถ้าไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ ยังไม่รวมการทำประมงเกินขนาดเพื่อสนองความต้องการตลาดที่ไม่น้อยลง ปลาทูไทยอาจจะสูญพันธุ์ภายใน 20-30 ปี การที่ปลาทูซึ่งเป็นสัตว์น้ำขนาดกลางในห่วงโซ่อาหารลดจำนวนลง ส่งผลต่อประชากรปลาประเภทอื่นๆ ที่กินปลาทูเป็นอาหารด้วย
การหยุดทำประมงชั่วคราวไม่ใช่ทางเลือกของประเทศที่มีคนมากกว่า 2 ล้านคนพึ่งพาประมง และสร้างรายได้ ประมาณ 150,000 ล้านบาทต่อปี และคิดเป็นร้อยละ 8 ของการส่งออกทั้งหมด วงจรชีวิตของปลาทูไทยที่ถูกคุกคาม ส่งผลต่อคนนับแสนคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมปลาทู ตั้งแต่ชาวประมงและคนค้าปลา ไปจนถึงผู้ผลิตเข่งปลาทูที่เราเห็นกันจนชินตาในตลาดสดของไทย
คนขายปลาทูเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 10 เท่า จากที่เคยขายได้มากกว่า 100 กิโลกรัมต่อวัน ตอนนี้เหลือ 20 กิโลกรัมต่อวัน ต้องนำเข้าปลาทูจากอินโดนีเซียมาเติมแผงให้เต็ม คนซื้อก็ซื้อแพงขึ้น จนอาจถึง 150 บาทต่อกิโลกรัม หรือบางครั้งก็อาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่จับได้ในแต่ละวัน
ในวันที่ 8 มิถุนายน (วันพรุ่งนี้) เป็นวันทะเลโลก Pulitzer Center ชวนทุกคนถ่ายรูปปลาทู แชร์ลงโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็ก #imissyouplatuthai #imissyouปลาทูไทย และแท็ก @pulitzercenter ในทุกแพลตฟอร์ม
หรือไปร่วมชม โครงการ “I MISS YOU ปลาทูไทย” ผลงานศิลปะที่สะท้อนปัญหาการหายไปของปลาทูไทย ออกแบบโดยศิลปินไทย พงษ์พันธ์ สุริยภัทร และต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์ จัดขึ้นที่ CU Art4C สามารถเข้าชมงานได้ตลอดเดือนมิถุนายน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เป็นต้นไป