โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Emilia Clarke เปิดใจ กลัวถูกไล่ออกจากซีรีส์ 'Game of Thrones' หลังเข้ารับการผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง

BT Beartai

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 16.45 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 16.45 น.
Emilia Clarke เปิดใจ กลัวถูกไล่ออกจากซีรีส์ 'Game of Thrones' หลังเข้ารับการผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง

เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) นักแสดงสาวชาวอังกฤษวัย 37 ปี ที่แจ้งเกิดจากบทบาทแม่มังกร แดเนริส ทาร์แกเรียน (Daenerys Targaryen) ใน ‘Game of Thrones’ (2011–2019) ซีรีส์แฟนตาซียอดนิยมของ HBO และมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ ‘Solo: A Star Wars Story’ (2018), ‘Me Before You’ (2016) และ ‘Last Christmas’ (2019) และผลงานล่าสุดในมินิซีรีส์ ‘Secret Invasion’ (2023) ของ Marvel Studios

แม้ว่าฝีมือการแสดงของคลาร์กจะเป็นที่ยอมรับ แต่อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า เธอเองเคยมีประสบการณ์เฉียดตายจากอาการหลอดเลือดในสมองโป่งพอง จนทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้งในระหว่างถ่ายทำซีรีส์ ‘Game of Thrones’ ในบทสัมภาษณ์ Exclusive ของเธอกับนิตยสาร Big Issue ของประเทศอังกฤษ คลาร์กได้มีโอกาสเปิดใจครั้งแรกถึงความกลัวของโรคร้าย ที่อาจส่งผลร้ายแรงต่ออาชีพนักแสดงของเธอ

“ตอนที่ฉันได้รับบาดเจ็บที่สมอง มันเปลี่ยนความรู้สึกข้างในของตัวฉันเองในระดับที่น่ากลัวมาก ๆ ค่ะ ความกังวลที่ฉันมีในการงานมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าในชั่วข้ามคืนเลยแหละ ความกลัวอย่างแรกที่ฉันเชื่อว่าทุกคนก็เคยเป็นก็คือ ‘โอ้ พระเจ้า นี่ฉันจะถูกไล่ออกหรือเปล่าเนี่ย ? ‘ ฉันอาจจะถูกไล่ออกเพราะพวกเขาคิดว่าฉันอาจจะไม่สามารถทำงานได้สำเร็จหรือเปล่า”

ปี 2019 คลาร์กได้มีโอกาสเขียนบทความบอกเล่าประสบการณ์ความเจ็บป่วยจากอาการทางสมอง ที่ทำให้เธอเฉียดเข้าใกล้ความตาย และต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้งในเว็บไซต์ The New Yorker โดยเธอได้เล่าว่า ในปี 2011 หลังจากถ่ายทำซีรีส์ ‘Game of Thrones’ ซีซันแรกเสร็จไม่นาน คลาร์กในวัย 24 ปี เกิดอาการมึนงงและปวดหัวฉับพลันในระหว่างทำท่าแพลงก์ ก่อนที่จะมีคนพบเธอหมดสติในห้องน้ำ ก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

Emilia Clarke Game of Thrones

แพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีอาการของภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (Subarachnoid Hemorrhage) จากอาการเส้นเลือดในสมองแตก ผลข้างเคียงของอาการหลอดเลือดโป่งพองในสมอง (Cerebral Aneurysm) ที่มีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต การผ่าตัดในครั้งนั้นใช้เวลา 3 ชั่วโมง แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ เธอต้องพบกับอาการภาวะบกพร่องทางการสื่อความ (Aphasia) ที่ทำให้มีปัญหาด้านการพูดและการสื่อความ

อาการดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้เธอควบคุมคำพูดไม่ได้ และไม่สามารถจดจำได้แม้แต่กระทั่งชื่อของตัวเอง จนทำให้เธอเริ่มวิตกกังวลว่า โรคร้ายนี้อาจส่งผลให้เธอไม่สามารถทำงานการแสดงที่ต้องใช้ทักษะด้านภาษาในการอ่าน ท่องจำบท และสนทนาได้อย่างปกติอีกต่อไป และนั่นอาจทำให้อนาคตในอาชีพนักแสดงต้องดับวูบลง

“ตอนนั้นฉันรู้สึกทุกข์ทรมานอย่างมาก ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ฉันต้องการอยากจะชักปลั๊ก และขอให้แพทย์ปล่อยฉันตายไปดีกว่า งานและความฝันทั้งหมดในชีวิตของฉันที่ล้วนเกี่ยวข้องกับภาษาและการสื่อสารจะเป็นยังไง ถ้าหากปราศจากสิ่งนั้นแล้ว ฉันก็เหมือนกับหลงทางนั่นแหละ”

คลาร์กเข้ารับการพักฟื้นจนสามารถกลับไปถ่ายทำซีซันต่อมาได้ โดยที่ไม่เคยแสดงอาการเหนื่อยล้าให้เห็น และมีเพียงผู้กำกับและทีมงานไม่กี่คนที่ล่วงรู้อาการที่แท้จริงของเธอ แม้จะสามารถถ่ายทำไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่เธอก็ยังกังวลว่า อาการเลือดออกในสมองอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยได้ อาการปวดหัวของเธอยังคงรบกวนเป็นระยะ ๆ จนต้องมีการใช้มอร์ฟีนในการระงับอาการเจ็บปวด ทั้งในระหว่างถ่ายทำ และตอนที่เธอต้องออกไปเดินสายโปรโมตซีรีส์ตามรายการและสถานที่ต่าง ๆ

เธอคิดว่า ตัวเธอเองอาจจะต้องจบชีวิตจากอาการเลือดตกในสมองอีกครั้ง อันเกิดจากความเครียดและแรงกดดันต่อหน้าผู้คนและกล้องจำนวนมาก จนเธอกลัวว่าเธอจะจากไปในกองถ่าย “ถ้าฉันจะต้องตาย ฉันควรจะตายในรายการสดทางทีวีมากกว่า”

ในปี 2013 อาการ Aphasia ของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เธอสามารถกลับมาจดจำและใช้ภาษาได้อย่างเกือบจะเป็นปกติ แต่ข่าวร้ายก็คือ หลังจากเข้ารับการสแกนสมองเพื่อตรวจอาการตามปกติ แพทย์กลับพบว่ามีเลือดที่โป่งพองขึ้นในสมองของเธออีกครั้ง และใหญ่กว่าเดิมเป็น 2 เท่า จนทำให้เธอต้องรีบเข้ารับการผ่าตัด ที่คราวนี้แพทย์จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยวิธีการเปิดกะโหลกศีรษะ

หลังจากพักฟื้นเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งในระหว่างที่เธอเข้ารับการรักษา เธอเลือกที่จะไม่เปิดเผยข่าวใด ๆ กับสื่อเลย เธอเคยให้สัมภาษณ์ในรายการของ BBC ถึงผลกระทบจากการผ่าตัดสมองในครั้งนั้น ที่ทำให้เนื้อสมองของเธอหายไปบางส่วน แต่ร่างกายโดยรวมของเธอก็กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วราวปาฏิหาริย์ สามารถกลับมาทำงานในวงการบันเทิงได้เกือบจะปกติ

“มีปริมาณสมองของฉันที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป เป็นเรื่องน่าทึ่งที่บางทีฉันก็พูดได้ชัดเจน และใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยที่ไม่มีผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น ฉันอยู่ในกลุ่มคนส่วนน้อยจริง ๆ ที่สามารถมีชีวิตรอดได้”

“มี (สมอง) ส่วนที่หายไปค่อนข้างเยอะ (หัวเราะเสียงดัง) ซึ่งมันทำให้ฉันหัวเราะทุกครั้ง โดยพื้นฐาน การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ทันทีที่สมองส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้รับเลือดแม้เพียงเสี้ยววินาที มันก็จะตายไป (เนื้อสมองตาย – Cerebral Infraction) เลือดจะหาทางอื่นเพื่อไหลเวียนแทน แต่ส่วนที่ขาดหายตรงนั้นก็จะตายไปเลย”

Emilia Clarke Game of Thrones

หลังจากผ่านโรคร้ายมาได้ ตัวเธอและแม่ เจนนิเฟอร์ คลาร์ก (Jennifer Clarke) ได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิ ‘SameYou’ ขึ้นในปี 2019 เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่มีอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับอาการทางสมองและโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งยังทำหน้าที่สนับสนุนผู้ที่เผชิญโรคนี้ให้สามารถใช้ชีวิต รวมทั้งสามารถมีงานทำได้อย่างเป็นปกติสุขและยั่งยืน

“การมีโรคเรื้อรัง ที่ทำให้ความมั่นใจในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าเป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ลดลงนั้น มันเป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจ และทำให้รู้สึกเหงามากจริง ๆ ค่ะ 1 ในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันรู้สึกตอนที่มีอาการเจ็บป่วยทางสมองก็คือ ความรู้สึกเหงาอันท่วมท้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะเอาชนะให้ได้”

ในปี 2021 คลาร์กกล่าวว่า การผ่าตัดสมอง 2 ครั้งที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง สามารถช่วยให้เธอตระหนักได้ว่าความงามที่แท้จริงนั้น มาจากภายในตัวของเราเอง

“ช่วงเวลาที่มีความสุข และความอิ่มเอมใจ คื่อสิ่งที่คุณจะได้เจอบนเตียงมรณะนั้น คุณไม่มีทางจะจดจำช่วงเวลาตอนที่คุณกำลังถ่ายเซลฟีสุดน่ารักเหล่านั้นได้หรอก”

หลังจากผ่าตัด ฉันรู้สึกกลัวและขาดความมั่นใจอย่างมาก ฉันจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่เมื่อฉันอายุมากขึ้น ฉันก็ตระหนักได้ว่า คนเราจะมีความงดงามมากที่สุดก็ต่อเมื่อไม่ได้มัวคิดถึงแต่ตัวเอง และไม่เอาแต่คำนึงถึงความงามของตัวเอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...