‘นฤมล’ นำทีมหารือ ‘SVOLT Energy Technology’ จ่อขยายลงทุนไทยเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 08.14 น. • The Bangkok Insight"นฤมล" นำทีมไทยแลนด์หารือ ผู้บริหาร "SVOLT Energy Technology" คาดปี 2568-2569 ขยายลงทุนไทย มูลค่าเกือบ 20,000 ล้านบาท
วันนี้ (20 พ.ค.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย นำทีมไทยแลนด์พบหารือกับนายหยาง ฮงซิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SVOLT Energy Technology บริษัทผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท ในเมืองฉางโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีน
ผู้แทนการเปิดเผยว่า SVOLT Energy Technology มีมูลค่าเงินลงทุนในประเทศไทยกว่า 1,200 ล้านบาท โดยผลิตชุดแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ปีละประมาณ 49,000 ชิ้น (หรือประมาณ 1.44 GWh) ซึ่งเป็นการลงทุนผลิตชุดแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้โครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
มีขั้นตอนการผลิตเริ่มจากการนำเข้า CELL มาจาก SVOLT Energy Technology ในจีน นำมาทำความสะอาด ตรวจสอบ จัดเรียง และประกอบได้เป็นโมดูล จากนั้น นำไปประกอบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ได้เป็นชุดแบตเตอรี่ โดยจะลงทุนทั้งหมด 3 สายการผลิต แบ่งเป็นสายการผลิตสำหรับ HEV Battery, PHEV Battery และ BEV Battery
ผลิตภัณฑ์ตามโครงการจะจำหน่ายในประเทศ 80% ให้แก่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ที่เหลือ 20% เป็นการส่งออกทางอ้อมให้แก่ Haval Motors Australia (Pty) Ltd. และ Haval Motors South Africa (Pty) Ltd.
ผู้แทนการค้า กล่าวถึงแผนการลงทุนของบริษัทช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ลงนามในข้อตกลง กับบริษัทบ้านปูเน็กซ์ ซึ่งจะถือหุ้น 40% เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการลงทุนเฟสที่ 2 ในไทย
แบ่งเป็น เฟส 2.1 โครงการประกอบ ESS และเฟสที่ 2.2 โครงการผลิตแบตเตอรี่เซลล์ กำลังการผลิต 8 GWH เพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐ และยุโรป คาดว่าการศึกษาจะเสร็จสิ้นในพฤษภาคม 2567 และจะเริ่มดำเนินการตามแผนหากผลการศึกษาเป็นบวก ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จราวปี 2568-2569
เบื้องต้น บริษัทต้องการหาที่ดินขนาด 187.5 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 18,878 ล้านบาท โดยจะลงทุนด้วยตนเอง 30-40% กู้ยืม 40% และอีกราว 20-30% คาดว่าได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
สำหรับการลงทุนเฟสที่ 2 ระยะแรก จะร่วมมือกับบริษัทบ้านปูเน็กซ์ เพื่อผลิต ESS สำหรับที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค ให้ครอบคลุมตลาดในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ออสเตรเลีย
ในระยะต่อไป จะเป็นการผลิตแบตเตอรี่เซลล์ ซึ่งจำเป็นต้องจัดหาที่ดินไม่จำเป็นต้องใกล้เคียงกับที่เดิม โดยคาดว่าจะมีสายการผลิต 4 สาย กำลังการผลิต 8 GWH แต่อาจปรับเปลี่ยนได้ตามคำสั่งซื้อจากลูกค้า คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในปี 2568
บริษัทบ้านปูเน็กซ์อาจสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าสำหรับโครงการนี้ด้วย เพราะต้องใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 70 MW ทั้งบริษัทยังมีความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ เช่น ฟอกซ์คอนน์ และบริษัทที่มีเทคโนโลยีด้านรีไซเคิล โดยมีแผนที่จะเชิญกลุ่มซัพพลายเออร์มาลงทุนในไทยด้วย
ผูัแทนการค้า ย้ำและให้ความมั่นใจกับ บริษัทว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทยให้การสนับสนุน และเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV ) ร่วมกับการดูแลอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาป
ประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม EV และพลังงานสีเขียว โดยมีแนวทางที่จะส่งเสริมการผลิต และการใช้งานแบตเตอรี่อย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน ให้เข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน
โดยหวังว่าบริษัทจะขยายการลงทุนเพิ่มเติม ในการตั้งศูนย์การผลิต และบำรุงรักษาของภูมิภาค และศูนย์วิจัยและพัฒนา โดยให้บริษัทยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage System: ESS) ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภค และ โครงการผลิต Battery Cell โดยบีโอไอยินดีที่จะอำนวยความสะดวก ในการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'นฤมล' เสนอความร่วมมือ 3 ด้าน 'ไทย-คุนหมิง' หวังโอกาส 'ขยายตลาด-สร้างพันธมิตรใหม่'
- ‘นฤมล’ เผยจีนสนใจนำเข้าไม้ยางพารา -มะพร้าวน้ำหอมจากไทย
- ‘นฤมล’ จับมือ ‘หัวเว่ย’ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ห่างไกล แก้ปัญหายากจนยั่งยืน
ติดตามเราได้ที่