โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจทำเลสาทรตัดใหม่ พลิกที่ดินสุสาน สร้างศาลเจ้า 2 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 มิ.ย. 2567 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 09.39 น.

เป็นก้าวใหม่ที่สำคัญและท้าทายของ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” องค์กรสาธารณกุศลเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีอายุการก่อตั้งที่เก่าแก่ที่สุดและมีขนาดใหญ่สุดในประเทศไทย โดยประกาศแผนงานและเป้าหมายครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมเปิดโปรเจ็กต์ยักษ์ “ศาลเจ้าไต้ฮงกง” แห่งใหม่ กลางใจเมือง ย่านสาทร ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งคือสะพานบุญ

เจ้าสัวนักธุรกิจในวัย 85 ปี “วิเชียร เตชะไพบูลย์” ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า มูลนิธิเป็น “สะพานบุญ” ของผู้มีจิตศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวจีนที่มีต่อ “หลวงปู่ไต้ฮง” ผู้มีจิตเมตตาและเสียสละต่อมวลมนุษย์ จึงได้บริจาคเงินเพื่อให้มูลนิธิเป็นตัวแทนในการช่วยเหลือสังคม โดยไม่เลือกชนชั้น วรรณะ และศาสนา ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

โดยปี 2566 ได้ใช้งบประมาณกว่า 501 ล้านบาท ช่วยเหลือสังคมทั้ง 3 ด้านอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มอาสาสมัครและเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 4,000 คนทั่วประเทศ ที่ให้บริการช่วยเหลือสังคมและประชาชนทั่วไป ทั้งการกู้ชีพ บรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านการรับแจ้งเหตุจากสายด่วนและแอปพลิเคชั่นป่อเต็กตึ๊ง 1418

โปรเจ็กต์ใหญ่ สร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่

สำหรับงานโครงการใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นับตั้งแต่การก่อตั้งมากว่า 114 ปี คือ การเร่งงานโครงการก่อสร้าง “ศาลเจ้าไต้ฮงกง” แห่งใหม่ย่านสาทร ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นการขยายทำเลที่ตั้งแห่งที่ 2 ของศาล จากย่านพลับพลาไชย แถวเยาวราช เขตเมืองชั้นในที่เริ่มมีความแออัด สู่พื้นที่ใหม่ของมูลนิธิในย่านใจกลางเมือง

นับเป็นศาลเจ้าแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่สุด ที่ปักหมุดอยู่บนทำเลทองของกรุงเทพฯ ริมถนนเจริญราษฎร์ หรือสาทรตัดใหม่

มูลนิธิเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ลัคนาสถิต ราศีสิงห์ เตโชธาตุ เวลา 11.10 น. เป็นมหัทธโน ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ โอมศานติ มีพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยประธานและกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีชื่อเสียง

“เจ้าสัววิเชียร” กล่าวย้ำว่า แรกเริ่มคณะกรรมการถามว่า “จะไหวเหรอ ?”

“แต่ผมคิดแล้ว ถ้าเราจะทำก็ต้องทำให้ได้ ทำให้ดีที่สุด เพราะมีนักธุรกิจ ผู้ใหญ่หลายท่านมีความประสงค์จะร่วมบุญใหญ่ครั้งนี้ ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างที่ต้องใช้เงินเยอะมาก ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย ทั้งเรื่องเร่งแผนงานให้แล้วเสร็จตามแผน นี่เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ตามแผนคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า”

ศาลเจ้าไต้ฮงกง

พลิกที่ดินเก่าสู่โอกาสใหม่ “พุทธสถาน” ใหญ่สุด

ศาลเจ้าใหม่ นับเป็นโครงการประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง พุทธสถานที่ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกง “หินหยกขาว” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

รวมถึงองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมและพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) ขึ้นประดิษฐานภายในศาลเจ้าพร้อมกัน

ภายในศาลเจ้ายังประดิษฐานเทพเจ้าจีนอีกหลายองค์ ปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ามาก ทั้งด้านงานก่อสร้างหลักตัวอาคาร งานโครงสร้างอาคาร งานสถาปัตยกรรมและงานระบบวิศวกรรมมากกว่า 90%

ออกแบบโดยสถาปนิกชาวจีนและชาวไทย เน้นสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ฉบับแต้จิ๋วที่กว้างขวางโอ่โถง วิจิตรงดงาม เป็นอาคารศาลเจ้าสูง 2 ชั้น จัดสรรพื้นที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถใต้ดินที่สามารถขึ้นสู่อาคารศาลเจ้าทั้งทางบันไดและลิฟต์ ตกแต่งภายในด้วยศิลปะประติมากรรมหินแกะสลัก โดยศิลปินที่มีชื่อเสียงในจีน พร้อมแสดงเรื่องราวพุทธประวัติ ประวัติหลวงปู่ไต้ฮง และเทพเจ้าต่าง ๆ

“ศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯและมูลนิธิ เป็นพุทธสถานที่สร้างจากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ไม่เกี่ยวกับเงินบริจาคที่ช่วยเหลือสังคม ล่าสุดมีท่านหนึ่งบริจาคให้มูลนิธิ 5 ล้านบาท เพื่อพุทธศาสนา และตอบแทนคุณแผ่นดินอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

ส่วนงบฯก่อสร้างนั้น เจ้าสัววิเชียร เสริมว่า เฉพาะค่าก่อสร้างก็เกิน 1,000 ล้านบาทแล้ว เพราะเป็นโครงการใหญ่สร้างด้วยความประณีต ที่ดินผืนนี้เป็นของมูลนิธิที่ได้รับบริจาค เป็นย่านสุสานเก่าของกลุ่มคนจีนที่อพยพมาพึ่งใบบุญผืนแผ่นดินไทย

อยู่ติดกับสุสานวัดดอนฯ ถนนเจริญราษฎร์ เชื่อมเขตยานนาวาและสาทร รวมแล้วมี 12 ไร่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอเวนคืน 3 ไร่สร้างทางด่วนขั้นที่ 2 เหลืออีก 9 ไร่ก็จัดสรรสร้างเป็นสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 2 ไร่ เหลืออีก 7 ไร่ก็สร้าง “ศาลเจ้าใหม่” ในพื้นที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาประเมินที่ดินถนนเจริญราษฎร์ตกตารางวาละ 90,000 บาทเศษ หากเป็นราคาตลาดจะอยู่ที่ตารางวาละ 4 แสนบาทโดยเฉลี่ย รวมแล้วเฉพาะที่ดินศาลเจ้าใหม่อยู่ในราว 700 กว่าล้านบาท เมื่อรวมก่อสร้างอีก 1,000 กว่าล้านบาท คาดว่าศาลใหม่มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท

ส่วนที่ดินย่านพลับพลาไชย ที่ตั้งของหลวงปู่ไต้ฮงในปัจจุบัน นายวิเชียรกล่าวว่า เป็นที่เช่ากับกรมการปกครอง จะหมดสัญญาเช่าปี 2569 แต่ด้วยความเมตตาทางกระทรวงมหาดไทยได้ต่อสัญญาเช่าไปอีก 30 ปี จนถึงปี 2599 ขนาดที่ดิน 297 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 2,000 ตารางเมตร

ศาลเจ้าไต้ฮงกง

“ขณะที่ที่ดินศาลเจ้าใหม่ มีพื้นที่ 7 ไร่กับ 17 ตารางวา รวมพื้นที่ใช้สอย 11,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า ที่สำคัญ เป็นที่ดินถาวรของมูลนิธิ ต่อไปไม่ต้องย้ายไปไหนแล้ว ศูนย์รวมพลังศรัทธาจะอยู่ที่นี่ตลอดไป”

“ประชาชาติธุรกิจ” ลงพื้นที่สำรวจทำเลที่ตั้งศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่ พบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง มีบริษัท ซี.อี.เอส. ดำเนินการ มีไซต์อยู่หน้าโครงการ ประตูทางเข้า-ออกอยู่ริมถนนเจริญราษฎร์ ห่างจากถนนสาทร 500-800 เมตร ถือว่าใกล้แยกสาทรมาก

ที่น่าสนใจ ที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ติดกับเจริญราษฎร์ซอย 2 หรือซอยวัดดอนฯ ที่ตั้งของสุสานชาวจีนที่คนทั่วไปรู้จัก สามารถเชื่อมทะลุถึงถนนเจริญกรุงได้

สภาพทั่วไปในย่านนี้เป็นพื้นที่อับ เพราะอยู่ใต้ทางด่วน ไม่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ใกล้ อาจเป็นพื้นที่สุสานเก่า

ต่างจากสี่แยกจันทน์ตัดใหม่ ช่วงลงทางด่วนด่านจันทร์ ถนนเจริญราษฎร์ ที่ทะลุถนนพระราม 3 บรรยากาศ สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนจะคึกคัก และมีคอนโดฯแบรนด์ใหญ่หลายโครงการปิดการขายแล้ว อาทิ ศุภาลัย เดอะ คีย์ (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์) และบ้านกลางเมืองของเอพี ไทยแลนด์ เป็นต้น

คาดว่า หลังมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดให้สาธุชนเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮง ณ ศาลแห่งใหม่ (สาทร) เชื่อว่าทำเลช่วงต้นของย่านนี้จะเจริญขึ้น เป็นการพลิกวิกฤตสู่โอกาสใหม่ได้ในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สำรวจทำเลสาทรตัดใหม่ พลิกที่ดินสุสาน สร้างศาลเจ้า 2 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...