โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'มรกตอีสาน' เมืองเลยยุค 'บิ๊กซัน' ปัจจุบันคือ 1 ใน 55 เมืองรองท่องเที่ยว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 03.12 น.

บทความพิเศษ | บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์

‘มรกตอีสาน’ เมืองเลยยุค ‘บิ๊กซัน’

ปัจจุบันคือ 1 ใน 55 เมืองรองท่องเที่ยว

แอบ “จินตนาการ” ชื่นชมผลงานรัฐบาลผสมอยู่ในใจไม่ให้ใครรู้อยู่นาน 8 เดือน ถึงดูเคมีจะตรงกับเรื่อง “ท่องเที่ยว” เพราะผู้นำเชื่อว่าช่วยกู้เศรษฐกิจให้ฟื้นคืนชีพได้เร็วกว่าส่งออก

ธนาคารแห่งประเทศไทยคู่กัดมหากาพย์ดิจิทัลวอลเล็ตเวลานี้ เคยออกมารายงานไทยมีรายได้ภาคท่องเที่ยวก่อนโควิดพ่นพิษถึง 3 ล้านล้านบาท หรือ 18% ของจีดีพีประเทศ

บุรุษลองทอนแอนด์แฮนซั่มเห็นเป็นเครื่องยนต์เรือธงที่จะขับเคลื่อนได้ดังใจนึก จึงขยันลงภูเก็ตบอกจะขยายสนามบินให้รวมสนามบินกระบี่ ส่วนพังงาส้มจะหล่นใส่ได้สนามบินนานาชาติใหม่ถอดด้ามหนุนท่องเที่ยวอันดามัน ทั้งนี้ นอกเหนือโปรเจ็กต์แลนด์บริจด์แข่งสิงคโปร์

แล้วคราว ครม.สัญจรพะเยา มีการเปรยจะสร้างสนามบินดอกคำใต้ขานรับท่องเที่ยว ทั้งที่มีสนามบินเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน กับจะดันเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักซึ่งมองว่ามีศักยภาพ

จากนั้นมูฟออนไปโซ้ยแกงไตปลานครศรีธรรมราช เกิดปิ๊งไอเดียจะปั้นสนามบินภูธรแห่งนี้ขึ้นชั้นนานาชาติ รับตลาดการบินชาติอาเซียนขนคนมาทัวร์…ด้วยเหตุผลเดียวกับพะเยา

แล้วไปสมุยมีสนามบินเอกชนจึงเลี่ยงไปรับปัญหาขยะล้นเกาะ จัดเก็บวันละ 150-180 ถึง 200 ตัน ทว่า กำจัดไม่ได้เพราะเครื่องจักรชำรุดรออะไหล่เมืองนอกมาเปลี่ยน 10 กว่าปีแล้ว

ครั้นจะขุดหลุมฝังกลบก็ถูกชาวบ้านคัดค้าน ไม่ให้ที่ดินเกรงจะทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เห็นรัฐบาลว่าอย่างไร? ไม่ต่างภูเก็ตวันนี้มีขยะเพิ่มตามจำนวนนักท่องเที่ยววันละ 1 พันตัน…แต่มีขีดความสามารถกำจัดได้เพียงวันละ 700 ตัน…ที่เหลือแบ๊ะ! แบ๊ะ!

ทําเอาความชื่นชมนั้นถูกบูลลี่…ยิ่งมีการปรับ ครม.พิลึกพิลั่น ความนิยมจึงแทบไม่เหลือ เมื่อสลับละอ่อนสาวรุ่นใหม่วัย 41 ที่ดูแลท่องเที่ยวยุคโกลบอลไลเซชั่น ไปแทนเบบี้บูมเมอร์อดีตนักปกครอง ที่ถูกจับวางสายวัฒนธรรมก่อนนั่งเทกแคร์ท่องเที่ยว…อย่างไม่ถูกฝั่งถูกฝาอยู่ดี!

หรือแบบว่า…มีคนแอบคิดโยกโคถึกไปคุมท่องเที่ยว เพื่อหนุนซอฟต์เพาเวอร์งบประมาณ 5 พันล้านบาท ใกล้เคียงเม็ดเงินบริหารองค์กรท่องเที่ยวทำตลาดในและนอกประเทศตลอดปี?

ถึงอย่างไรการปรับเก้าอี้ดนตรีนี้ลงตัวเรียบร้อยแล้ว โหมดนี้จึงขอแชร์ความคิดผู้นำที่เปรียบเสมือนขุนบนกระดานหมากรุก กำลังเดินหมากใช้ท่องเที่ยวเป็นม้ารุกฆาตพะเยา-นครศรีฯ เมืองรองกลุ่ม 55 จังหวัดขยับเป็นเมืองหลักให้ง่ายต่อการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน

ตรงนี้ถึงอยากเมนต์ถ้าผู้นำเดินทางครบ 77 จังหวัด จะเกิดสำนึกทันทีว่าเมืองไทยทุกแห่งล้วนมีศักยภาพไม่ต่างกัน ต่างกันตรงการส่งเสริมพัฒนาไม่เท่าเทียมกัน

ตัวอย่างเมืองเลยที่ตั้งอยู่ปลายขอบอีสาน ติดเพื่อนบ้านด้านสานะคามแขวงเวียงจันทน์ และแขวงไชยะบุรี สปป.ลาว

เปิดตำนานเมืองนี้แต่ก่อนคนรู้จักแต่ภูกระดึง ภูสัณฐานคล้ายกระดึงวัวควายที่หนุ่มสาวนิยมไปชิลเอาต์ กับซีนเนอรี่พระอาทิตย์ขึ้นผานกแอ่นแล้วตกผาหล่มสัก…นอกจากนี้ บ่มิไก๊!

ปี 2525 เมืองไทยมีผู้บัญชาการทหารบกชื่อ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก จปร.5 รุ่นดาวค้างฟ้าด้วยกันทั้งนั้น และเคยรับฉายา “วีรบุรุษสะพานมัฆวาน” ขณะยศร้อยเอกครั้งนักศึกษาประชาชนประท้วงการเลือกตั้ง 2500 โดยไม่มีเลือดตกยางออกทาแผ่นดิน

ก่อนนั้นบิ๊กที่ว่าเป็นพลตรีรองแม่ทัพภาคที่ 2 เคยร่วมปราบกบฏเมษาฮาวาย 2524 จนได้เป็นแม่ทัพปีต่อมา และดาวรุ่งพุ่งแรงในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ครองยศ “พลเอก” สมัย พล.อ.เปรม ติณสูนานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 16

พีเรียสนั้นพูดได้ว่า…เหนือท้องฟ้ายังมีดวงอาทิตย์ออร่าสูงสุดในจักรวาล คลุมทั่วแผ่นดินไทย ไม่มีดาวฤกษ์ดวงใดหาญกล้าโคจรเหินฟ้ามาทาบรัศมี ไม่ต่างครั้งมีนายทหารยศ “พันเอก” อยู่เหนือนายพลทุกชั้น สมัยรัฐบาล “ถนอม-ประภาส” ก่อนวันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516

ครั้งนั้น พล.อ.อาทิตย์ที่สื่อมวลชนเรียก “บิ๊กซัน” ซึ่งเป็นคนเมืองหลวง แต่เป็นผู้ก่อตั้งค่ายศรีสองรัก จังหวัดทหารบกเลยเมื่อปี 2521 และได้สร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นภายในค่ายดังกล่าวปี 2523 สวมบทสตาร์สกาวอยู่พักใหญ่ แล้วหล่นเป็นดาวตกทางทหารปี 2529 กรณีถล่มใส่รัฐบาลประเด็นลดค่าเงินบาทจาก 23 เป็น 27 บาทต่อ 1 ยูเอส

นี่คือความผูกพันให้ “บิ๊กซัน” ผงาดเป็นคีย์แมนคนสำคัญ ผลักดันเมืองเลยก้าวขึ้นสู่สังเวียนท่องเที่ยว โดยชูจุดขาย “อุทยานแห่งชาติภูเรือ” และ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง” ให้เทียบเคียง “อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” ที่มิได้เกิดจากดราม่า “จินตนาการ”

ด้วยวิธีปลุกการรับรู้เมืองแห่งทะเลภูเขา ผ่านสื่อรัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดพลุให้เมืองเลยตัวตึงภายใต้แคมเปญ “มรกตอีสาน” โดยภูเรือรูปร่างคล้ายเรือเริ่มเป็นที่รู้จัก ว่าอยู่เหนือน้ำทะเล 1,365 เมตร เป็นแหล่งทะเลหมอก ดอกไม้ป่ากลางไอหนาว มีแปลงไม้ดอกหลากสีจนฝ่ายปกครองต้องออกมารับเป็นเจ้าภาพจัด “เทศกาลต้นคริสต์มาสบานภูเรือ” ช่วงหนาวทุกปี

ที่นี่กลายเป็นแหล่งยอดนิยมถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินท่องเที่ยว ส่งผลต่อการส่งเสริมสร้างอาชีพแก่คนท้องถิ่นให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยว นอกเหนือการทำไร่ไถนามาก่อน

ส่วนภูหลวงที่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปี 2517 พื้นที่ 5.6 แสนไร่ กฎหมายห้ามคนเข้าไปรบกวนป่าสัตว์ป่า ยกเว้นกรณีศึกษาวิจัย

การเปิดป่าครั้งนี้ก็ด้วยบารมี “บิ๊กซัน” อีกนั่นแหละ

มรกตอีสานเริ่มต้นนำร่องด้วยการจัดทัวร์ให้สื่อพร้อมเอเย่นต์ทัวร์ไปทดสอบสินค้าเพื่อนำมาขายและเผยแพร่ โดยแนะนำว่าถ้าจะขึ้นภูหลวงด้าน อ.ภูเรือ ด้วยรถยนต์ผ่านทางลำลอง 14 กิโลเมตรจะถึงโคกนกกระบา เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ฝอยลม เอนอ้า เมเปิลหรือก่วมแดง และรองเท้านารีอินทนนท์ที่นับวันจะหายากยิ่งสำหรับป่าบ้านเรา

แล้วเดินป่าต่อไปถึงลานสุริยัน จะพบพุ่มกุหลาบแดงโรโดเดนดรอนกับกุหลาบขาวออกดอกรับไอเย็น ส่วนถ้าขึ้นทาง อ.วังสะพุง ต้องเดินเท้าครึ่งค่อนวันไปสัมผัสโหล่นแต้ ภูยองภู ทุ่งหญ้าสนามกอล์ฟช้าง ไกลออกไปแลเห็นภูกระดึงกับภูหอรูปสามเหลี่ยมละม้ายเมาต์ฟูจิญี่ปุ่น

นี่คือคอนเทนต์บางส่วนที่ส่องสปอตไลต์ให้เห็นภาพเมืองเลยชัดมากขึ้น จากที่เคยเป็นเพียงนครหงอยเหงาปราศจากผู้คน กลับหล่อขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น การยกเอาการละเล่นผีตาโขน อ.ด่านซ้าย ที่เดิมเป็นความเชื่อและภูมิปัญญาชาวบ้าน มาส่งเสริมเป็นงานประเพณีระดับชาติ จนวันนี้โกอินเตอร์บินไปเผยแพร่ในงานท่องเที่ยวโลกเบอร์ลินและลอนดอน เป็นที่ยอมรับว่า…ผีตาโขนเมืองเลยน่ารักน่าหยิกกว่าผีชวนขนหัวลุกต่างประเทศเสียอีก

เมืองเลยยังมีภูลมโลฝั่ง อ.ด่านซ้าย ติดกับภูหินร่องกล้าเป็นแม่เหล็กดูดทัวริสต์ ด้วยตรงนี้เป็นทุ่งดอกพญาเสือโคร่งซากุระเมืองไทยนับหมื่นไร่ เหมาะกับบรรดาสาวกผู้ชอบถ่ายเซลฟี่ทั้งหลาย กับมีพระธาตุศรีสองรัก สัญลักษณ์ชูความรักไทย-สปป.ลาว ตรง ต.ด่านซ้าย

ที่เป็นไฮไลต์เกิดกระแสกล่าวถึงมากสุดกำลังนี้ ได้แก่ ย่านบ้านเก่าเรือนไม้ร้อยปีริมฝั่งโขงเชียงคาน ตรงข้ามเมืองสานะคาม แต่คนที่นั่นเว้าว่าซะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่ถูกปรุงแต่งเป็นถนนคนเดินชายโขง ซึ่งฮอตฮิตในหมู่วินเทจทัวริสต์ย้อนยุค ครั้งพ่อค้าชาวไทยค้าขายกับพ่อค้าสัญจรตามลำโขงจากเมืองหลวงพระบางในอดีต

เมืองเลยขยันเปิดตัวสินค้าขายท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น แก่งคุดคู้ ภูทอก หมู่บ้านวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด สวนหินผางามในนามคุนหมิงไทยแลนด์ วัดศิลาแลงเนรมิตวิปัสสนากับอีกจิปาถะ

สมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดในประเทศ ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อปี 2562 หลังการโปรโมตมรกตอีสานยุคบิ๊กซัน และก่อนโควิดสำแดงเดชยุคบิ๊กตู่ มีคนมาเที่ยวเยือนเมืองเลยคราวนั้น 2.25 ล้านคน ทำรายได้ 4.66 ล้านบาท

“ปี 2566 เมื่อโควิดคลี่คลายได้นักท่องเที่ยวกลับมา 2.17 ล้านคน ลดลงไปร้อยละ 3.87 เมื่อเทียบกับปี 2562 แต่กลับทำรายได้สูงขึ้นร้อยละ 9 คือ 5.08 ล้านบาท”

รองผู้ว่าการ ททท.บอกอีกว่า… “วันนี้ จ.เลย มีสถานะติดกลุ่ม 55 เมืองรองท่องเที่ยว ประกอบด้วยโรงแรม รีสอร์ตในเมืองและตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวม 421 แห่ง 6,853 ห้อง สร้างอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 69.04 มีสนามบินรันเวย์ 2.1 กิโลเมตร รับเครื่องบินเจ็ตจุผู้โดยสารได้ 120 ที่นั่ง บินทุกวัน วันละ 2 เที่ยวเช้ากับบ่าย”

นอกจากนี้ มีรถทัวร์แล่นระหว่างประเทศจากหลวงพระบาทถึงเชียงคานทุกมื้อ และจากต้นทางกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน พิษณุโลก อุตรดิถต์ เพชรบูรณ์ กับอีสานด้านหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ปลายทางเมืองเลยทุกวันเช่นกัน

อย่างนี้ถามที…เมืองเลยมีศักยภาพฉ่ำมากพอที่จะผลักดันสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่นกำลังจะอุ้มชูภูกามยาวพะเยา และตามพรลิงค์นครศรีธรรมราชด้วยหรือไม่ – ใครตอบดีเอ่ย?

https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘มรกตอีสาน’ เมืองเลยยุค ‘บิ๊กซัน’ ปัจจุบันคือ 1 ใน 55 เมืองรองท่องเที่ยว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...