โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

การมองมีปัญหา วิธีรักษาเพียบ 'จักษุแพทย์' ฟันธง แว่นตลาดไม่ได้ทำตาเสีย ขอแค่ค่าตรงกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ค. 2565 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2565 เวลา 08.02 น.

การมองมีปัญหา วิธีรักษาเพียบ ‘จักษุแพทย์’ ฟันธง แว่นตลาดไม่ได้ทำตาเสีย ขอแค่ค่าตรงกัน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ เครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์แคร์ 2022 ภายใต้ธีม ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน- 3 กรกฎาคมนี้

บรรยากาศเวลา 12.00 น. ที่เวทีกลาง มีการบรรยายในหัวข้อ “เทคโนโลยี ReLEx Smile รักษาสายตา” โดย นพ.ประธาน ปิยสุนทร แพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยา อนุสาขากระจกและการผ่าตัดแก้ไขสายตา รพ.จุฬาภรณ์

นพ.ประธานกล่าวตอนหนึ่งว่า สายตา สั้น ยาวเอียง คือค่าสายตาผิดปกติ มีวิธีการแก้ไขแตกต่างกันไป บางคนใส่แว่น คอนแทกเลนส์ หรือผ่าตัดตา ที่ช่วยให้มองชัดขึ้นได้ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยรักษาค่าสายตาให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้

นพ.ประธานกล่าวว่า คนส่วนใหญ่ที่มีสายตาสั้น จะมีค่าสายตายาวตามอายุ ช้ากว่าคนปกติ คนปกติอายุ 40 ก็จะต้องเริ่มยืดออกเพื่อมองชัด

จากนั้น สอนวิธีการอ่านค่าสายตา ความว่า เวลาไปวัดค่าสายตาตามร้าน จะออกมาเป็นตัวเลข ค่าสายตาขวา อยู่บน ตาซ้ายอยู่ล่าง 0.25 คือสายตาค่าเฉลี่ยคนปกติ ซ้าย + 0.50 คือปกติ ซึ่ง ‘บวก +’ คือค่าสายตายาว สำหรับคนปกติ ส่วนใหญ่ คือค่า 0 จะบวก-ลบ ได้ประมาณ 100-200

นพ.ประธานกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงค่าสายตาตามอายุวัยว่า ค่าตา ไม่ได้คงที่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงตลอด แต่จะเปลี่ยนช้า หรือเร็วเท่านั้นเอง

“คนอายุ 10-20 ปี จะมีค่าสายตาแรกเกิดเป็น ‘สายตายาวแต่กำเนิด’ ค่าเป็น +100-200 เพราะตายังเจริญไม่เต็มที่ อายุ 20 ปีขึ้นไปค่าสายตาจะเริ่มใกล้เคียง 0 ซึ่งเป็นค่าปกติ แล้วจะนิ่งไปจนถึงอายุประมาณ 40-50 ปี เป็นช่วงค่าสายตาเจริญเต็มที่ แล้วจะไปเปลี่ยนแปลงอีกทีที่อายุ 50 ปี เปลี่ยนได้ทั้งสั้นขึ้น หรือยาวขึ้น แล้วแต่คน ส่วนมากเปลี่ยนด้วยต้อกระจก ทำให้สั้น ยาว เอียงได้ ส่วนใหญ่ตัดกันที่อายุประมาณ 50 ปี

“สายตาสั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง หลักๆ คือพันธุกรรม ลูกมีโอกาสสายตาสั้นได้ คนเอเชียสายตาสั้นได้มากกว่า การเพ่งจอนาน จะกระตุ้นสายตาสั้น โดยเฉพาะในเด็กที่ตากำลังจะเติบโต การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เชื่อว่าเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปมองสิ่งอื่นนอกบ้าน เป็นต้น ยังไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพที่ป้องกันสายตาสั้น แต่ปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาจะเป็นตัวเร่งให้เร็วขึ้น” นพ.ประธานระบุ

นพ.ประธานกล่าวต่อว่า การตรวจก่อนผ่าตัดแก้ไขสายตา ควรมีอายุ ตั้งแต่ 18-50 ปีขึ้นไป เพราะค่าสายตาจะนิ่ง และต้องหยุดใส่คอนแทคเลนส์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์

ข้อห้าม อาทิ มีโรคประจำตัว เช่นเบาหวาน, ทานยารักษาสิว หรือยาฮอร์โมน, ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร, ไม่มีอาการทางตาที่เป็นข้อห้าม เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือโรคจอประสาทตา

การแก้ไขในปัจจุบัน มีหลายวิธี โดยหลัก คือ1.ส่วนกระจกตา และ 2.เลนส์แก้วตา ซึ่งกระจกตามีวิธี PRK, Lasik, ReLEx Smile ส่วนการผ่าตัดที่เลนส์แก้วตา มีวิธี เช่น ใช้เลนส์เสริม ICL

“หลักๆ ที่นิยม คือเลเซอร์กระจกตา ได้ผลดี แม่นยำสูง ภาวะแทรกซ้อนต่ำ และแก้ค่าสายตาได้ถึง -10.0 ไดออปเตอร์ ซึ่ง PRK เป็นวิธีดั้งเดิม ใช้การขูดผิวกระจกตาออก ทำให้เกิดรอยแผลถลอก จากนั้นใช้เลเซอร์ เจียเนื้อกระจกตาออก ตามค่าสายตา ยิ่งค่าเยอะ ยิ่งต้องเจียออกเยอะ

แต่มีข้อจำกัด คือ เคืองตา มองเห็นชัดช้า ใช้เวลาเป็นเดือน หรืออาจกระจกตาขุ่นเป็นฝ้า จึงมีการพัฒนา วิธี ‘ทำเลสิก’ ซึ่งได้รับความนิยมมาก ไม่เหมือน PRK เป็นการตัดเปิดฝากระจกตา ใช้มีดเฉือนออก เปิดเพื่อยิงเลเซอร์

และปัจจุบันกว่านั้น มีวิธี ‘เฟมโตเลซิก’ ที่ใช้เลเซอร์เฉือนแทนมีด แต่มีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ตาแห้ง แสดงแตกเวลากลางคืน หรือภาวะแทรกซ้อนคือ หากมีการกระแทก ฝากตาเปิดได้หลังผ้าตัด 3-6 เดือนห้ามากระแทก กล่าวคือ มีความแข็งแรงของแผลน้อยกว่าแบบแรก (PRK) หรือ เลสิก

ดังนั้น ปัจจุบันจึงมีวิธีใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา ให้รวมข้อดีของ PRK กับเลสิก เข้าด้วยกัน เรียกว่าวิธี ReLEx Smile เป็นการตัดเอาเนื้อกระจกตาออกเหมือนกัน แต่แผลผ่าตัดจะเล็กกว่า ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ไม่ได้ตัดเป็นฝาเหมือนเลสิก และไม่ได้ใช้การเจียเนื้อกระจกตาออก แต่ใช้การคีบเอาเนื้อกระจกตาออกแทน แผลจะเล็กกว่าเลสิก

มีข้อดีมากขึ้น คือตาแห้งน้อยลง ไม่ต้องกังวลเรื่องฝากระจกตา แต่ข้อจำกัดคือ ความชำนาญของแพทย์ และอาจจะมองเห็นได้ช้ากว่า 1-2 วัน แต่ไม่ต่างกันมาก จึงได้รับความนิยมมากขึ้น แทนที่เลสิก” นพ.ประธานระบุ

นพ.ประธานกล่าวอีกด้วยว่า นอกจากนี้ บางคนมาตรวจตา แต่ทำเลสิกไม่ได้ ก็อาจผ่าตัดใส่เลนส์เสริมเข้าไปแทน วิธีนี้เหมาะกับคนที่กระจกตามีปัญหา หรือค่าสายตาสั้นมากก็จะใช้วิธีฝังเข้าไปในตา เหมือนคอนแทคเลนส์ เหมาะกับกลุ่มที่ทำเลสิกไม่ได้

สุดท้าย สำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 40-50 ปีขึ้นไป ไม่แนะนำการทำเลสิก สามารถใช้วิธีการผ่าตัดต้อกระจกได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาค่าสายตาได้ครบไปในตัวด้วย

“การผ่าตัดต้อกระจกที่เป็นมาตรฐาน คือการผ่าตัดแผลเล็ก ประมาณ 3 มิลลิเมตร แทบไม่ต้องพักฟื้น รุ่งขึ้นก็มองเห็น สามารถเลือกเลนส์มองได้หลายระยะ (Multifocal IOL) ทำ 15 นาทีต่อข้าง ไม่ต้องฉีดยาชา มีอาการเคืองตาเล็กน้อย และต้องเลี่ยงสิ่งสกปรกเข้าตา ประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย

เลนส์มองหลายระยะ Multifocal IOL ซึ่งจะมองได้หลายระยะมากขึ้น (ใกล้ กลาง ไกล) ลดการพึ่งพาแว่นสายตายาวได้

“มีหลักการคือ แบ่งแสงไปหลายจุดโฟกัส ทำให้มองเห็นทั้งระยะไกล กลาง ใกล้ พร้อมกัน ซึ่งความคมชัดและคุณภาพการมองจะไม่ชัดแจ๋วสู้เลนส์ระยะเดียว ไม่ได้มีข้อดีทุกอย่าง แต่เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขค่าสายตา

“เบื้องต้น อาจต้องประเมินว่าสั้นแค่ไหน 200-300 ยังพอมองได้ แล้วสั้นเท่ากัน 2 ข้างหรือไม่ จากนั้นดูว่าอายุเท่าไหร่ ถ้าน้อยกว่า 40 ปี การทำเลสิก จะทำให้กลับไปมองใกล้และใกล้ได้ชัด แต่ถ้าอายุเกิน 50 จะเริ่มมีค่าสายตายาว การแก้ไขสายตา ทำให้มองไกลชัดก็จริง แต่มองใกล้จะยังไม่ค่อยชัด อาจะมีทางเลือกอื่น เช่น ทำเลสิกข้างเดียว เรียกว่าวิธี โมโนวิชั่น (Mono vision Lasik) เหลือค่าสายตาสั้นไว้ เพื่อช่วยในการมองใกล้ ทำให้มองได้ทั้งใกล้และไกล

แต่ถ้าเริ่มมีต้อกระจก ทำเลสิกอาจไม่เหมาะเท่าการผ่าตัดต้อกระจก หรือใช้เลนส์หลายระยะ” นพ.ประธานชี้

ทั้งนี้ มีผู้สูงวัยร่วมถามว่า ควรใช้มือถือไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อวัน และเราต้องเปิดไฟหรือไม่ ?

นพ.ประธานระบุว่า ไม่มีข้อกำหนดไว้ชัดเจน แต่ใช้เท่าทีพอเหมาะพอควร

“ส่วนใหญ่ 1 ชม. พักสายตาทีหนึ่ง ถ้าใช้สายตามาก จะมีตาล้า ตาแห้งได้ ต้องหยอดน้ำตาเทียม ถ้าเราเริ่มมีอายุ สัก 1 ชั่วโมง เราก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตาแล้ว อาจจะต้องพักสายตา และหยอดน้ำตาเทียมร่วมด้วย

ส่วนการใช้มือถือในที่น้อยๆ เชื่อกันว่า ม่านตาจะขยาย ทำให้แสงสีฟ้าเข้าไปจอประสาทตา เร่งให้เสื่อมเร็วขึ้น แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจน เป็นเพียงความเชื่อ แต่ทางที่ดี ใช้มือถือในที่มีแสงสว่างดีกว่า” นพ.ประธานกล่าว

จากนั้น มีผู้ถามถึงการซื้อแว่นในตลาด กับวัดสายตาตัดแว่นที่ร้าน เลนส์เหมือนกันหรือไม่ หรือใช้ของตลาด แล้วทำให้สายตาเสียหรือไม่ ?

นพ.ประธาน กล่าวชมว่า เป็นคำถามที่ดี เรื่องเลนส์แว่น ไม่ได้ส่งผลทำให้ตาเราเสีย จะซื้อตามท้องตลาด หรือตัดในร้านก็ได้ อยู่ที่ว่าค่าสายตาตรงกับเรามากแค่ไหน ถ้าค่าสายตาเราไม่ได้ซับซ้อนมาก เช่น สั้นอย่างเดียว ไม่มีเอียงด้วย ก็ซื้อตามท้องตลาดได้ แต่ถ้ามีปัญหาซับซ้อน อาจจะแก้ปัญหาได้ไม่ชัดเจนเท่ากับศูนย์บริการ

ทิ้งท้ายถึงเรื่อง แสงยูวี ว่าทำให้ตาเสื่อมจริง แต่แสงสีฟ้ายังไม่ได้มีการยืนยัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ภายในงาน สำนักพิมพ์มติชน ได้ตั้งบูธ Healthy Book Fair บริเวณโถงเข้า สามย่าน มิตรทาวน์ฮอลล์ จำหน่ายหนังสือในเครือมติชน และเพื่อนสำนักพิมพ์ ในราคาพิเศษ โดยหนังสือขายดีและหนังสือหมวดสุขภาพ ลดถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และลดทั้งบูธสูงสุด 25 เปอร์เซ็นต์สำหรับหนังสือชุดสุดคุ้ม พร้อมทั้งยังมอบส่วนลดพิเศษ สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์มติชน, ประชาชาติธุรกิจ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม มติชนสุดสัปดาห์ โดยตั้งแต่เช้ามีผู้แวะเวียนมาเลือกอ่าน เลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง

การเดินทางมายังสามย่าน มิตรทาวน์ ประชาชนสามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2 เข้าอุโมงค์ทางเชื่อมเข้าสู่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 5 ซึ่งจะมีป้ายประชาสัมพันธ์ติดอยู่รอบๆ ห้าง เข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขอให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนยังคงสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโควิด-19

ร่วมสร้างสังคมผู้สูงวัยให้แข็งแรงและมีความสุขไปด้วยกัน ใน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ โดยเครือมติชน สามารถเดินมางมาร่วมงานวันสุดท้ายได้จนถึงเวลา 20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เดินทางสะดวก ด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสามย่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...