งานพานพุ่มและงานประดิษฐ์จากผ้าออแกนซ่า ฝีมือผู้ต้องขังชาย เรือนจำกลางพิษณุโลก
“มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน” ด้วยท่านผู้บัญชาการเรือนจำกลางพิษณุโลกและคณะผู้บริหารเรือนจำมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เล็งเห็นความสลักสำคัญของการมีวิชาชีพติดตัวผู้ต้องขังทุกคน ก่อนจะปล่อยตัวพ้นโทษเพื่อให้สามารถนำวิชาความรู้เหล่านั้นไปประกอบอาชีพสุจริตหารายได้เลี้ยงดูตนเองไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก ยิ่งในสถานการณ์ที่โรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปจากประเทศของเราก็นับเป็นเรื่องยากที่สภาพเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในเร็ววัน การมีทักษะความรู้เฉพาะด้านที่สามารถนำออกมาเสกสรรปั้นแต่งให้เกิดเป็นชิ้นงานยึดเป็นอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวหรือจะเรียกว่ารู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส จึงนับว่าเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก
“เมื่อวันที่ 21-25 กุมภาพันธ์ 2565” ฝ่ายควบคุมแดน 5 เรือนจำกลางพิษณุโลก “มี นายสมนึก ผิวอ่อน ตำแหน่งนักทัณฑวิทยาชำนาญการ เป็นผู้บังคับแดน นายอำพล อุณาภาค ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน เป็นรองผู้บังคับแดน” ร่วมกับเจ้าหน้าที่ แดน 5 และคณะกรรมการผู้ต้องขัง ชมรม TO BE NUMBER ONE แดน 5 จัดโครงการอบรมฝึกวิชาชีพระยะสั้นการทำพานพุ่มและงานประดิษฐ์จากผ้าออแกนซ่า ให้กับผู้ต้องขัง แดน 5 รุ่นที่ 1 ประจำปี 2565 จำนวน 110 คน เป็นเวลา 5 วัน
การอบรมวิชาชีพการทำพานพุ่มและงานประดิษฐ์จากผ้าออแกนซ่า ดำเนินการอบรมโดยหัวหน้ากลุ่มงานประดิษฐ์ ชมรม TO BE NUMBER ONE และสมาชิกกลุ่ม มาร่วมเป็นวิทยากรสอนและสาธิตการทำพานพุ่ม เช่น พานพุ่มเงิน-พุ่มทอง พานไหว้ผู้ใหญ่ในแบบต่างๆ และงานประดิษฐ์จากผ้าออแกนซ่า (แทนดอกไม้สด) เช่น พวงมาลัยคล้องมือสำหรับกราบแม่หรือไหว้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญสามารถนำความรู้ออกไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษได้
ซึ่งงานหัตถศิลป์ด้านนี้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดบ้านเรา ที่นับวันจะหาคนรุ่นใหม่สนใจและสืบสานยากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดเป็นร้านหรือทำเองภายในครอบครัวแล้วส่งออร์เดอร์ตามที่ลูกค้าสั่งก็ย่อมได้ หรือจะขายทางออนไลน์ก็น่าจะไปได้สวยทีเดียว เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองแห่งอารยธรรมเก่าแก่ มีศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ไม่มีชนชาติใดในโลกนี้จะมีเสมอเหมือนชนชาติไทย โดยเฉพาะเรื่องของพิธีการในเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ซึ่งมีทั้งงานในรัฐพิธี งานปีใหม่ งานวันสงกรานต์ งานวันผู้สูงอายุ งานวันแม่ และวันพ่อแห่งชาติ รวมไปถึงงานพระราชพิธีเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ล้วนแล้วต้องใช้สิ่งของต่างๆ ที่ได้กล่าวมานี้ทั้งนั้น อาทิ พานพุ่มเงิน-พุ่มทอง ใช้ประกอบในงานพิธีทางสถาบันชาติ และพระมหากษัตริย์ เป็นต้น
กลุ่มงานประดิษฐ์ ชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางพิษณุโลก แดน 5 ขอนำเสนอ “การร้อยมาลัยคล้องมือจากผ้าออแกนซ่า (แทนดอกไม้สด) ให้ผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมได้ฝึกทำเอง เพื่อจัดส่งทางไปรษณีย์ไปให้คุณแม่ที่บ้าน หรือหากไม่อยากทำเองก็สามารถสั่งจองมาลัยกับทางชมรม TO BE NUMBER ONE ของเราได้ สนนราคาก็ไม่แพง จำหน่ายเพียงพวงละ 150 บาทเท่านั้น (พร้อมบริการจัดส่งฟรี) มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ เก๋ไก๋ถูกใจคุณแม่อย่างแน่นอน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ก็ไม่ได้เอาไปไหน นำเข้าบัญชีกองทุนชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อใช้จัดกิจกรรมดีๆ มีประโยชน์ต่อสมาชิกในชมรมต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและควบคุมระบบบัญชีอย่างเป็นระบบ
และในทันทีที่ชมรมเปิดรับจองพวงมาลัยสำหรับส่งทางไปรษณีย์ไปกราบคุณแม่ มีผู้ต้องขังจำนวนมากเข้ามาลงชื่อสั่งจองจนเต็มออร์เดอร์ สาเหตุหลักๆ ก็เนื่องมาจากนับตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 มาจนถึงปัจจุบัน ทางเรือนจำได้งดเยี่ยมญาติในช่องทางปกติในห้องเยี่ยมญาติและงดพบญาติใกล้ชิดประจำปี เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ต้องขังหลายๆ คนไม่มีโอกาสเจอหน้าแม่บังเกิดเกล้ามาเป็นเวลาหลายปี ไม่มีโอกาสได้กราบเท้าคุณแม่ ไม่มีโอกาสกอดและบอกรักแม่ เฉกเช่นเมื่อก่อนตอนที่สถานการณ์ทุกอย่างเป็นปกติสุข ทางเรือนจำจะมีการเปิดพบญาติใกล้ชิดเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้พ่อ แม่ ลูก เมีย ลุง ป้า น้า อา ของผู้ต้องขังเข้ามาเยี่ยมเยือนกันแบบถึงตัว มานั่งร่วมรับประทานอาหารเป็นครอบครัว พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ สานสายใยรักในสถาบันครอบครัวให้แน่นแฟ้น
การร้อยมาลัยคล้องมือจากผ้าออแกนซ่า (แทนดอกไม้สด) สำหรับกราบคุณแม่
วัสดุอุปกรณ์
- ผ้าออแกนซ่า (สีครีม สีเขียว สีฟ้า) ความยาว 2 เมตร
- เจลาติน จำนวน 10 แผ่น
- ดอกพุด
- ดอกรัก
- ขั้วชบาปลอมสีเขียว
- เข็มร้อยมาลัย
- ด้ายร้อยมาลัย
- น้ำมันวาสลีน
- กรรไกร
- มีดเล็ก
ขั้นตอนการร้อยมาลัยคล้องมือ (ข้อมือ)
- นำเจลาตินแผ่นลงไปต้มในหม้อน้ำร้อน ประมาณ 10 นาที
- นำผ้าออแกนซ่าทั้งสามเฉดสีลงไปย้อมเจลาติน เพื่อให้ผ้าแข็งตัว มีรูปทรง แล้วจึงนำออกไปผึ่งแดดประมาณ 30 นาที
- นำผ้าออแกนซ่าสีครีม (ใช้แทนดอกมะลิ) มาตัดเป็นวงรีรูปไข่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร หรือจะสร้างบล็อกใลช้สำหรับตอกผ้าให้เป็นวงรี แทนการใช้กรรไกรตัด เพื่อความรวดเร็ว
- พอได้จำนวนวงรีเพียงพอสำหรับพับกลีบแล้ว ก็เริ่มลงมือพับกลีบพัดร้อยใส่เข็มทันที แต่ก่อนจะร้อยอย่าลืมทาน้ำมันวาสลีนเพื่อกันความเป็นสนิม วิธีร้อยจะเริ่มร้อยแถวแรก 6 กลีบ แถวที่สอง 5 กลีบ สลับกันไปเรื่อยๆ จนได้เจ็ดชั้น แล้วจึงขั้นด้วยการใส่ลายกลีบสีเขียวฟ้า (ใช้ผ้าออแกนซ่าสีเขียว, ฟ้า) เพื่อเพิ่มความเก๋ไก๋สวยงาม โดยใส่ลายแถวที่หนึ่ง 6 กลีบ แถวที่สอง 5 กลีบ สลับกันไปจนได้สิบหกชั้น
- พอใส่ลายกลีบสีเขียวฟ้าถึงชั้นสิบหกแล้ว กลับมาใส่กลีบครีมต่อชั้นที่สิบเจ็ดไปจนสุดชั้นที่ยี่สิบห้า ก็เป็นอันว่าเราจะได้มาลัยข้อมือแล้ว 1 เข็ม มาลัยข้อมือ (คล้องมือ) หนึ่งพวงใช้มาลัย 2 เข็ม
- นำมาลัย 2 เข็ม ที่ร้อยเสร็จรูดใส่ด้ายที่เตรียมไว้ให้เป็นพวงเดียวกัน จากนั้นร้อยดอกกุหลาบหนูกับดอกรักให้เป็นสามชายนำมาผูกตรงกลางพวงมาลัยก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย
ความเป็นมาของมาลัย
มาลัยเป็นศิลปะในการนำดอกไม้ กลีบดอกไม้ ใบไม้ มาเรียงร้อยผสมผสานกันจนเกิดลวดลายและรูปแบบต่างๆ ตามต้องการ ศิลปะการร้อยมาลัยนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสูงค่าของคนไทย แสดงให้เป็นถึงความละเอียดอ่อน นุ่มนวล ประณีต มีสมาธิ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักนำเอาธรรมชาติมาร้อยเรียงให้เกิดเป็นงานศิลปะไทยแขนงหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจ
จุดกำเนิดเริ่มแรกของมาลัยนั้นไม่มีเอกสารฉบับใดยืนยันแน่ชัดว่าเกิดขึ้นสมัยใด ที่พอจะสืบค้นได้ตามหลักฐานอ้างถึงใน “พระราชนิพนธ์ เรื่องพระราชพิธี 12 เดือน” ซึ่งตอนหนึ่งกล่าวถึงท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศ พระสนมเอกของพระร่วงพระเจ้าแผ่นดินในสมัยสุโขทัย กล่าวกันว่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์มีฝีมือประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศ ได้ประดิษฐ์โคมลอยด้วยดอกไม้ ใบไม้สด และแกะสลักตกแต่งสวยงามกว่าผู้ใด เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าท่านเรียงร้อยมาลัยด้วยหรือไม่ จวบจนรัชสมัยรัตนโกสินทร์ งานฝีมือด้านการประดิษฐ์ดอกไม้มีวิวัฒนาการอย่างสูง มีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนรูปแบบ สี และการตกแต่งลวดลายใหม่ๆ อย่างงดงาม “ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง” ทรงโปรดการร้อยมาลัยด้วยดอกไม้และใบไม้ชนิดต่างๆ เกิดลวดลายต่างๆ มากมาย สวยงามยิ่งนัก ใช้ประกอบในพิธีการงานประเพณีใหญ่ๆ สืบต่อกันมาจวบจนถึงปัจจุบันนี้
มาลัยจึงได้มีการพัฒนารูปแบบการเลือกสี และวัสดุที่นำมาใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัยในงานพิธีต่างๆ มักจะต้องมีมาลัยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เช่น มาลัยบูชาพระ มาลัยบ่าวสาวในงานมงคล มาลัยชำร่วย มาลัยแสดงความเคารพรักนับถือ เป็นต้น มาลัยจึงเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตคนไทยโดยแท้จริง
เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง สามารถสร้างเป็นอาชีพได้
ด้านรองประธานชมรม TO BE NUMBER ONE แดน 5 และหัวหน้ากลุ่มงานประดิษฐ์ผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับงานประดิษฐ์จากดอกไม้สด ใบตอง และผ้าออแกนซ่า มาเป็นเวลากว่า 10 ปี เปิดเผยกับผู้เขียนว่า ก่อนจะมาต้องโทษทัณฑ์อยู่ในเรือนจำประกอบอาชีพนี้เป็นผู้จัดการร้านดอกไม้ในตัวจังหวัดพิษณุโลก รับจัดกระเช้าดอกไม้สด งานบายศรี ทั้งในและนอกสถานที่ มีเงินเดือน 25,000 บาท สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างสบาย จุดเริ่มต้นหรือแรงบันดาลใจเกิดจากช่วงตอนเป็นเด็กอายุราว 11-12 ปี เห็นผู้ใหญ่จัดดอกไม้ ใบตองในงานวันลอยกระทงที่วัดซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้าน เห็นเขาพับ จับ จีบ กลีบ ร้อย เรียง ดอกไม้สด ใบตอง แล้วรู้สึกว่าชอบก็เลยจำมาฝึกฝนลองทำดู ได้ฝึกทำบ่อยๆ จึงเกิดเป็นทักษะ พอเรียนจบก็เลยไปสมัครทำงานในร้านดอกไม้ ได้ฝึกฝนเพิ่มเติมจากรุ่นพี่ๆ แล้วลองส่งงานเข้าประกวดตามจังหวัดต่างๆ เพื่อหาประสบการณ์ อยากบอกว่า งานประดิษฐ์ดอกไม้สดกับใบตองสามารถประกอบเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองได้จริง งานด้านนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดบ้านเรา ขอเพียงมีฝีมือและจำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในราคาย่อมเยา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
สามารถติดต่อสั่งของผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์ดอกไม้สด ใบตอง และผ้าออแกนซ่า เช่น งานพานพุ่ม พานไหว้ผู้ใหญ่ (พานขอขมา) พานขันหมาก บายศรี กระทง พวงมาลัย พวงมาลา และอื่นๆ ตามเทศกาลประจำปีได้ที่ ชมรม TO BE NUMBER ONE เรือนจำกลางพิษณุโลก แดน 5 หมายเลขโทรศัพท์ 055-313-351-3 ต่อ แดน 5 หรือเพจเรือนจำกลางพิษณุโลก
ในท้ายนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้บัญชาการเรือนจำกลางพิษณุโลก ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง หัวหน้าฝ่ายควบคุม แดน 5 และเจ้าหน้าที่เรือนจำทุกท่านที่ให้การส่งเสริม สนับสนุนการฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขัง เพื่อให้ทุกคนมีวิชาความรู้ติดตัวนำออกไปประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวภายหลังพ้นโทษไม่หวนมากระทำความผิดซ้ำอีก ตามนโยบายก้าวย่างที่ 5 ของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม การสร้างการยอมรับจากสังคมภายนอกและเป็นการคืนคนดีมีคุณค่าสู่สังคม
ขอบคุณ
– หนังสือเอกลักษณ์ไทย มาลัยดอกไม้สด อาจารย์วันเพ็ญ พงษ์เก่า
– รูปประกอบจากกิจกรรมการอบรมฝึกวิชาชีพระยะสั้น ชมรม TO BE NUMBER ONE แดน 5
………………………………….
สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิงก์ https://shorturl.asia/0zJwQ
– Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354