"ทรัมป์" กล่าวสุนทรพจน์ฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ ประกาศอเมริกากำลังก้าวเข้าสู่ "ยุคทอง"
">
วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดฉากการเฉลิมฉลองสุดสัปดาห์วันชาติครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งประเทศ (Semiquincentennial) อย่างดุเดือด ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์โจมตีพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มนักการเมืองสายก้าวหน้าอย่างรุนแรง โดยตราหน้าว่าเป็น "ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์" และเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อจิตวิญญาณแห่งวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขากำลังใช้หมุดหมายประวัติศาสตร์ของชาติเป็นเครื่องมือหาเสียงส่วนตัว
รายงานระบุว่า ทรัมป์ ได้เดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์นานกว่าครึ่งชั่วโมงต่อหน้าฝูงชน ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ (Mount Rushmore) รัฐเซาท์ดาโคตา โดยมีการบินโชว์ของฝูงบินรบ F-16 ประกอบการปราศรัย ทรัมป์ได้ยกย่องอดีตประธานาธิบดีทั้ง 4 ท่านที่ถูกแกะสลักบนหน้าผาหินแกรนิต ก่อนจะเปลี่ยนโทนเสียงเป็นการโจมตีทางการเมืองอย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 เดือนข้างหน้า
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พุ่งเป้าโจมตีไปที่ชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นของนักการเมืองเดโมแครตสายก้าวหน้าและกลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตยในหลายรัฐ เช่น นิวยอร์ก คอโลราโด และเท็กซัส โดยเฉพาะการออกมาแสดงจุดยืนปกป้องผู้ย้ายถิ่นฐานของนายโซฮราน แมมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการท้าทายนโยบาย "Make America Great Again" ของทรัมป์โดยตรง โดยทรัมป์ระบุว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังฟื้นคืนชีพในอเมริกาผ่านกลุ่มคนหน้าใหม่ที่ไม่ยอมรับวิถีชีวิตอเมริกัน และถือเป็นภัยความมั่นคงที่ร้ายแรงยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1, ครั้งที่ 2 หรือเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน
"คุณจะจงรักภักดีต่อ คาร์ล มาร์กซ์ หรือจะจงรักภักดีต่ออเมริกา คุณจะเป็นคอมมิวนิสต์ หรือจะเป็นผู้รักชาติ คุณเลือกจะเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้" ทรัมป์กล่าว พร้อมลั่นวาจาว่าจะกวาดล้างและเนรเทศกลุ่มคนเหล่านี้ออกไปจากประเทศ
อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ของทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยเน้นย้ำเฉพาะบทบาทของบุรุษผิวขาวคริสเตียนและโจมตีแนวคิดก้าวหน้า ท่ามกลางข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ภูเขารัชมอร์ตั้งอยู่ในพื้นที่ "แบล็กฮิลส์" ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ เคยยึดครองมาจากชนเผ่าซิอูกซ์ (Sioux Nation) อย่างผิดกฎหมายในปี ค.ศ. 1877 นอกจากนี้ ทรัมป์ยังใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้สภาคองเกรสยกเลิกมาตรการเตะถ่วงกฎหมาย (Filibuster) เพื่อผ่านร่างกฎหมาย "Save America Act" ซึ่งนักวิจารณ์ชี้ว่าเป็นกฎหมายที่จงใจจำกัดสิทธิ์ในการออกเสียงลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ประกาศต่อหน้าผู้สนับสนุนว่า วันชาติครบรอบ 250 ปีนี้คือจุดเริ่มต้นของ "รุ่งอรุณแห่งยุคทองของอเมริกา" (The Golden Age of America) พร้อมให้คำมั่นว่าจะนำพาเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไปสู่ระดับใหม่ที่ไม่เคยมีผู้นำคนใดทำได้มาก่อน
หลังจากเสร็จสิ้นการปราศรัยที่ภูเขารัชมอร์ ทรัมป์ได้เดินทางต่อไปยังลานเนชันนัลมอลล์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้สนับสนุนในค่ำคืนวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเขาโปรโมตว่าเป็น "การชุมนุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" พร้อมการแสดงพลุดอกไม้ไฟจำนวน 850,000 นัด ทว่างานเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศกลับต้องเผชิญอุปสรรคอย่างหนักจากคลื่นความร้อนรุนแรงจนต้องยกเลิกขบวนพาเหรดในหลายเมืองใหญ่ เช่น ฟิลาเดลเฟีย และมีพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงจนต้องอพยพผู้คนในกรุงวอชิงตันเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ทรัมป์ต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ล่าช้าไปจนเกือบเที่ยงคืนหลังสิ้นเสียงพายุ
ท่ามกลางบรรยากาศวันชาติที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการเดินขบวนของกลุ่มขวาจัด "Patriot Front" บริเวณอาคารรัฐสภา สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 พระสันตะปาปาชาวอเมริกันรูปแรกในประวัติศาสตร์ ได้ทรงส่งสารจากเกาะลัมเปดูซาเพื่อเรียกร้องความสมานฉันท์ในชาติ โดยทรงเน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตมนุษย์ที่แท้จริงคือการโอบรับและปกป้องผู้ย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์อเมริกามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับนโยบายชาตินิยมและการเนรเทศคนต่างด้าวขนานใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์อย่างสิ้นเชิง
Cr. The Guardian