ปานดำบนใบหน้า ไม่ใช่ปมด้อยในชีวิต น้องต่าย ผู้ช่วยพยาบาลคนเก่ง
ปานดำบนใบหน้า ไม่ใช่ปมด้อยในชีวิต เปิดใจ “น้องต่าย-ลักษณพร จันทวงศ์” ผู้ช่วยพยาบาลคนเก่ง ก้าวข้ามคำบูลลี่วัยเด็ก
จากร้องไห้ทุกวัน ไม่กล้าออกจากบ้าน สู่การเปลี่ยนมุมมองที่ตัวเรา และมีความสุขกับการใช้ชีวิต
คุณหมอแจ้งว่า เป็นปานชนิดเบคเกอร์
“มีปานมาตั้งแต่เกิดเลยค่ะ ล่าสุดที่ไปปรึกษาคุณหมอแจ้งว่า เป็นปานชนิดเบคเกอร์(ฺBecker's Nevus) แต่คุณหมอแต่ละที่ก็แจ้งไม่เหมือนกันค่ะ บางท่านบอกว่าเป็นไฝ บางท่านก็บอกว่าเป็นปาน
ปานมีที่บริเวณใบหน้าอย่างเดียว ไม่ลาม ไม่ขยายเพิ่ม ไม่มีอาการผิดปกติ แต่อนาคต ถ้าลาม ขยายเพิ่ม เจ็บแสบ คัน หรือว่ามีอาการผิดปกติ
หนูก็ต้องไปตรวจรักษาอีกทีหนึ่ง เพราะอาจเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งผิวหนังได้
ส่วนดวงตาข้างที่มีปานก็ยังมองเห็นปกติค่ะ แต่ไม่ชัดเท่าข้างที่ไม่มีปาน จะเบลอๆ มัวๆ หน่อย เหมือนคนสายตาสั้น
แต่ก็จะมองเห็นเป็นสีปกติ บางคนถามว่ามองเป็นสีดำไหม ไม่ได้มองเป็นสีดำ มันไม่ได้อยู่ลึกค่ะ
เรื่องแนวทางการรักษา คุณหมอแต่ละที่แจ้งไม่เหมือนกันค่ะ บางท่านบอกว่าไม่สามารถเลเซอร์ได้ ต้องผ่าตัดเอาผิวหนังส่วนอื่นมาแปะ บางท่านก็บอกว่าสามารถเลเซอร์ได้
แต่อาจใช้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างเยอะ หลายครั้ง เพราะปานค่อนข้างใหญ่ และสีเข้ม
ถ้าถามหนูว่าอยากรักษาไหม ตอนนี้ยังไม่มีแพลนค่ะ เพราะว่ามันไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของหนู และหนูไม่รู้ว่าถ้าไปเลเซอร์แล้วจะดีขึ้นหรือว่าแย่ลงกว่าเดิม”
ชีวิตวัยเด็กที่ถูกบูลลี่ กลับบ้านมาร้องไห้ทุกวัน
“ช่วงวัยเด็กโดนเยอะมากค่ะ ทั้งถูกบูลลี่ ถูกด่า ถูกล้อว่า อีหน้าดำ
จริงๆ ตอนเด็กหนูไม่มีวิธีการรับมือเลย เพราะว่าด้วยวุฒิภาวะเราตอนนั้น เวลาถูกล้อก็จะกลับบ้านมาร้องไห้ตลอด และน้อยใจว่าทำไมตัวเองต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ ทำไมเราไม่เหมือนคนอื่น
คุณตา คุณยาย
ตอนเด็กไม่กล้าเข้าสังคม ไม่กล้าเข้าหาเพื่อนใหม่ๆ เพราะกลัวว่าเขาจะรังเกียจเรา หรือล้อเรา แต่โชคดีที่เพื่อนๆ น่ารัก และเข้าใจเราค่ะ
คุณพ่อ คุณแม่
คุณพ่อ คุณแม่ก็ปลอบ และให้กำลังใจตลอดค่ะ สอนให้เข้มแข็ง สอนให้เราสู้กลับบ้าง หนูก็อยากขอบคุณครอบครัวที่คอยซับพอร์ต คอยอยู่เคียงข้างทำให้เราโตมาแล้วเป็นคนเก่งขนาดนี้”
เคยน้อยใจชีวิต ทำไมแตกต่างจากคนอื่น
“เคยรู้สึกน้อยใจกับชีวิตมากว่า ทำไมเราเกิดมาเป็นแบบนี้ ทำไมเราไม่มีเหมือนคนอื่น
ถ้าเราไม่มีปาน เราอาจได้ทำกิจกรรมโรงเรียนนะ ได้เต้นรำ ได้เป็นดัมเมเยอร์ มีกิจกรรมสวยๆ งามๆ ที่ได้แต่งตัวสวยๆ เหมือนคนอื่นบ้าง
หนูก็คิดน้อยใจตัวเองอยู่ค่ะ แต่พอเวลาผ่านไป เราก็ไม่ได้ไปคิดน้อยใจตรงส่วนนั้นแล้ว ทุกวันนี้พวกคำพูดไม่ดี ไม่มีแล้วค่ะ แต่ถ้ามี หนูก็สู้กลับ (หัวเราะ)”
ปรับที่มุมมองเราเองแล้วออกมาใช้ชีวิต
“หนูมีความสุขกับการที่ได้แต่งหน้า แต่งตัวสวยๆ หนูออกไปข้างนอกก็แต่งหน้าข้างเดียวตลอด หนูก็มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปมด้อย เพราะหนูก็ใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไป
เวลาหนูทำคลิปลงก็จะมีคนมาชื่นชมมาให้กำลังใจ เป็นพลังบวกให้ใครหลายๆ คนที่ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตข้างนอก คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
มีคนอินบ็อกซ์มาหาหนูเยอะอยู่ค่ะว่า น้องต่าย เก่งมากเลย พี่เป็นน้อยกว่าน้องต่ายอีก แต่ว่าไม่กล้าไปข้างนอก ไม่มั่นใจในตัวเองเลย พี่ไม่กล้าใช้ชีวิตเลย น้องต่ายทำให้พี่มั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น
หนูก็อยากให้มั่นใจในตัวเองเยอะๆ เราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นเลย อยากให้ทุกคนกล้าออกมาใช้ชีวิต กล้าออกมามีความสุข คนเหล่านั้นก็เป็นแค่ใครที่ไหนไม่รู้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราในช่วงเวลาหนึ่ง
คำพูด หรือว่าสายตาคนอื่น เราไม่สามารถห้ามเขาได้ เราอย่าด้อยค่าตัวเองเพราะคำพูดของคนอื่น กล้าที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุข ที่ผ่านมาได้ขนาดนี้ก็เก่งมากๆ แล้วค่ะ(ยิ้ม)”
ฝันอยากเป็นพยาบาล ช่วยดูแลยาย
“ตอนเด็กๆ หนูอยู่กับยาย ด้วยความที่ยายแก่แล้วมีโรคประจำตัวเยอะ เราก็อยากเรียนตรงนี้เพื่อมาดูแลยายค่ะ
ต่ายจบหลักสูตรพนักงานผู้ช่วยวิชาชีพ หลังจากนั้นต่ายก็มาทำงานที่โรงพยาบาลได้ 3 ปี ต่ายก็ไปเรียนต่อด้านผู้ช่วยพยาบาลค่ะ ปัจจุบันทำงานที่โรงพยาบาลมาเกือบ 5 ปีแล้วค่ะ
หน้าที่ของหนู ถ้า OPD (ผู้ป่วยนอก) หลักๆ เลยคือการวัดสัญญาณชีพ ความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ซักประวัติคร่าวๆ
แต่ถ้าที่วอร์ดก็จะมีหัตถการบางอย่าง ทำแผล ฟีดอาหาร เช็ดตัวผู้ป่วยค่ะ
หนูก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองมากค่ะ เวลาผู้สูงอายุมาหาหมอที่โรงพยาบาล บางคนไม่มีญาติมาเฝ้า เราก็เป็นคนดูแลเขาแทนญาติ เหมือนเป็นลูก เป็นหลานเขาคนหนึ่ง เขาก็เอ็นดูเรา เราก็ดูแลเขาเหมือนเป็นญาติเราคนหนึ่ง”
ขอบคุณสถานที่สัมภาษณ์ : The 66 Cottage (สุขุมวิท 66)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปานดำบนใบหน้า ไม่ใช่ปมด้อยในชีวิต น้องต่าย ผู้ช่วยพยาบาลคนเก่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th