โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน.ประเมินศาล รธน.ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน เลวร้ายสุดนายกลาออก-ยุบสภา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 8 ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ว่า พวกเราได้วางฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้น 2 ฉากทัศน์ใหญ่ และ 2 ฉากทัศน์ย่อย คือ พ.ร.ก. ผ่านทั้งฉบับ และ พ.ร.ก. ไม่ผ่าน ในกรณีที่ไม่ผ่านก็จะมี 2 กรณีย่อย คือไม่ผ่านทั้งฉบับเพราะประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ออกโดยชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมาย

ดังนั้นมีโอกาสที่ พ.ร.ก. ฉบับนี้จะตกทั้งฉบับ ซึ่งจะนำไปสู่ความยุ่งยากเพราะ 2 แสนล้านส่วนแรกได้เริ่มกู้และเบิกจ่ายไปแล้วในการใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสและเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐที่ยังขาดอยู่ ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับรัฐบาลในการหาแหล่งเงินใหม่มาทดแทน อีกส่วนหนึ่งกรณีไม่ผ่านเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งก็เคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองเงินในส่วนแรกที่ใช้ไปแล้วให้ใช้ต่อไปได้ซึ่งอาจจะมีความยุ่งยากน้อยกว่า เพราะรัฐบาลสามารถออกพ.ร.ก. ฉบับใหม่ขึ้นมาทดแทนหากพ.ร.ก. ฉบับนี้ตกไปและยังสามารถใช้เงินใช้ต่อได้

"เราอยากให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบในกรณีต่าง ๆ ยกเว้นที่ พ.ร.ก. ผ่านความเห็นชอบจากศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ไม่ผ่านอยากให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบตามสัดส่วนที่เกิดขึ้น เพราะเราทราบดีว่าใน ส่วน 2 แสนล้านหลังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังส่อที่จะ ปั้นโครงการต่างๆยัดไส้และใช้วิกฤตของประชาชนบังหน้าพ่วงไปกับการช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนจะได้รับใน 2 แสนล้านแรก" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ส่วนนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่อยู่ในกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นกลไกเดียวที่รัฐสภาตั้งมา และได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานๆยิ่งพบว่าน่ากังวลมากเป็นพิเศษยิ่งกว่าเดิม เพราะการใช้การเงน 2 แสนล้านบาทหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กลับไม่มีการตั้งเงื่อนไขหรือไม่มีโรดแมพว่าเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศด้วยเป้าหมายอะไร ลดพลังงานการใช้ฟอสซิลเท่าไหร่ ในระยะเวลาเท่าไหร่ โครงการใหญ่จะเป็นอย่างไร อีกทั้งยังไม่มีการตั้งเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำด้วยซ้ำทำให้เสี่ยงเกิดเบี้ยหัวแตก มีการยัดไส้ สอดไส้โครงการต่างๆเข้ามา ไม่รู้ว่าจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางใด และเมื่อมีการออกเป็นพ.ร.ก. เงินกู้แต่มีเงื่อนไขผูกมัดตัวเองว่าก็ต้องรีบใช้เงินภายในเดือนธันวาคม ปี 2570 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่

"จึงมีความกังวลว่าจะเกิดการแร้งทึ้งเข้ามาแย่งชิงการใช้เงินโครงการนี้จะเกิดประสิทธิภาพในการใช้เงินเปลี่ยนผ่านพลังงานมากน้อยแค่ไหน และนี่เป็นเงินกู้ก้อนสำคัญที่จะทำให้เราติดเพดานหนี้สาธารณะ หากใช้ไม่มีประสิทธิภาพก็จะเสี่ยงเงินจะหมด และไม่เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างที่ตั้งใจ เราจึงยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าการใช้เงินเงินก้อนนี้เป็นปัญหาจริงๆ และจะรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ และเรียกร้องความรับผิดชอบต่อรัฐบาล ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น" นายวีระยุทธ กล่าว

เมื่อถามว่าหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในทางลบการเรียกร้องตามสัดส่วนที่เหมาะสมให้รัฐบาลรับผิดชอบคืออะไร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาพูดชัด ว่าจะต้องมีการประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีในครม. ถ้าใครผลงานไม่เข้าเป้าปรับเปลี่ยนตำแหน่งแน่นอน

"ขอถามว่าเรื่องผลงานไม่เข้าเป้าก็ส่วนหนึ่ง แต่การทำผลงานที่ผิดพลาด หากเกิดกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการออกพ.ร.ก. ของรัฐบาลไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นโทษที่ร้ายแรงมากกว่าผลงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะออกมาเป็นฉากทัศน์ใด เรายืนยันในหลักรับผิดรับชอบทางการเมืองต้องได้สัดส่วนตอบความเสียหาย ตอนนี้เรายังไม่เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่รู้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนพร้อมจะแสดงท่าทีมากมากยิ่งขึ้นหลังจากมีคำวินิจฉัย และตนไม่อยากให้โฟกัสเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก. เพียงอย่างเดียว" นายณัฐพงษ์ กล่าว

หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวอีกว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งการทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหายาเสพติด ฮั้วสว. ป.ป.ช. และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจเลย ว่าตกลงแล้วที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นชัดเจนแล้วว่าสามารถมีสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชนได้แต่กลับมีข้ออ้างว่าเสนอไปอาจถูกปัดตก ติดขัดเอาหัวชนฝาทำให้ไม่ผ่าน แบบนี้เป็นข้ออ้างที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความจริงใจ ประชาชนก็สะท้อนออกมายังผลโพลล่าสุดที่ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีตกลง ดังนั้นถ้าจะถามว่าข้อเรียกร้องว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างไรคนที่ควรจะต้องตอบก็คือตัวนายกฯ เพราะเป็นคนพูดออกจากปากเองว่าพร้อมที่จะประเมินผลงานครม. และพร้อมที่จะปรับครม. ในเมื่อประชาชนประเมินท่านแล้วสะท้อนผลโพลว่าการทำงานไม่ผ่าน ต้องถามว่านายกฯจะทบทวนและปรับปรุงตัวเองอย่างไร

ถามย้ำว่า หากพ.ร.ก. ไม่ผ่าน ความรับผิดชอบสูงสุดนายกฯถึงขั้นต้องยุบสภาหรือลาออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุดและเกิดความเสียหายกับการใช้จ่ายเงินของรัฐที่บางส่วนใช้จ่ายไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยรัฐบาลเองต้องรับผิดชอบ ตามที่ได้สัดส่วนถึงขั้นลาออก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ควรต้องทำที่ความเสียหายเกิดขึ้นถึงขั้นนั้น แต่ต้องรอดูคำวินิจฉัย

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนได้มีการประเมินผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ว่ามีกระทรวงไหนที่ไม่เข้าเป้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่รากเง้าของมันคือที่มาของอำนาจที่ไม่ถูกต้อง เช่นกรณีฮั้วสว. หรือการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ไม่ได้พัวพันเฉพาะราชการแต่ยังมาถึงนักการเมืองด้วย ดังนั้นหากจะให้ประเมินหรือให้คำตอบชัดๆ รัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจตั้งแต่แรก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะผลักดันอย่างเต็มที่ ใช้เสียงของสภา และเสียงภายนอกสภา กดดันรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...