ตระการตาพลุแห่งจักรวาล! กล้องฮับเบิลเผยภาพกลุ่มแก๊สเรืองแสง LH 95 แหล่งอนุบาลดาวฤกษ์เกิดใหม่นับพันดวง
เปรียบเสมือนดอกไม้ไฟสีน้ำเงินขาวที่ถูกจุดขึ้นอย่างเจิดจรัสท่ามกลางม่านควันก๊าซสีแดงฉาน กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซาและองค์การอวกาศยุโรป ได้บันทึกภาพถ่ายล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ของกลุ่มแก๊สเรืองแสง LH 95 ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์ (Stellar nursery) ตั้งอยู่ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) ซึ่งเป็นกาแล็กซีแคระบริวารที่โคจรรอบกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา โดยพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดศูนย์รวมของกลุ่มดาวกลุ่มเด่นที่มีดาวฤกษ์เกิดใหม่มวลน้อยอาศัยอยู่ร่วมกับดาวดาวยักษ์น้ำเงินมวลมหาศาล
โครงสร้างภายในภูมิภาคนี้ถูกหล่อหลอมด้วยดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์อย่างน้อย 3 เท่า ซึ่งจะแผ่รังสีอัลตราไวโอเลตและลมดาวฤกษ์ (Stellar wind) ออกมาแผดเผาพร้อมกับปัดเป่าแก๊สไฮโดรเจนที่อยู่รอบข้างให้เป็นรูปร่างต่างๆ ทำให้กลุ่มฝุ่นหนาทึบที่ต้านทานการกัดเซาะปรากฏเป็นเส้นใยสีเข้มตัดกับแก๊สไฮโดรเจนเรืองแสงอย่างชัดเจน โดยภาพนี้สีน้ำเงินจะแทนความยาวคลื่นแสงช่วงสั้นที่ตาเรามองเห็น ส่วนสีแดงคือความยาวคลื่นแสงช่วงยาวและรังสีอินฟราเรดใกล้ (Near-infrared) ซึ่งแก๊สเรืองแสงสีแดงชาดนี้เกิดจากการปลดปล่อยรังสีไฮโดรเจน-อัลฟา (Hydrogen-alpha) ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้หลักที่ทำให้นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวฤกษ์ที่กำลังพัฒนาตัวและกำลังดูดกลืนมวลสารจากจานแก๊สรอบตัว
ความน่าตื่นเต้นของการค้นพบครั้งนี้คือการพบดาวฤกษ์ก่อนเข้าสู่แถบลำดับหลัก (Pre-main-sequence stars) มากถึง 2,500 ดวง ซึ่งเป็นดวงดาวที่ยุบตัวมาจากกลุ่มแก๊สและสะสมมวลสารหลักเกือบครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้จุดระเบิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน (Fusion) ที่ใจกลาง ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าอัตราการพอกพูนมวล (Accretion rate) ของดวงดาวจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้นตามที่คาดไว้ แต่กระบวนการดูดกลืนมวลสารนี้สามารถลากยาวไปได้นานหลายล้านปี ซึ่งยาวนานกว่าทฤษฎีเดิม
นอกจากนี้ยังพบว่ามีการกำเนิดดวงดาวสืบทอดกันมาหลายรุ่นในพื้นที่เดียวกัน โดยดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่สุดที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ราว 60-70 เท่า มีอายุน้อยกว่ากลุ่มดาวรอบข้างราว 1 ล้านปี ในขณะที่ดาวดวงอื่นมีอายุประมาณ 4 ล้านปี โดยดาวฤกษ์มวลยักษ์เหล่านี้จะใช้เชื้อเพลิงอย่างรวดเร็วก่อนจบชีวิตลงด้วยการระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา (Supernova) ในที่สุด ทำให้นักดาราศาสตร์ยกให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดสังเกตการณ์ดาวเคราะห์และดาวฤกษ์เกิดใหม่ในระยะใกล้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเนื่องจากมีฝุ่นอวกาศบดบังน้อยกว่าพื้นที่ใกล้เคียงในกาแล็กซีของเรา
ข้อมูลอ้างอิง: NASA HQ Web Team
- Hubble Sees Crimson Cloud and Stars