โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบบควอนตัมในมิติกฎหมาย ความท้าทายและแนวทางการกำกับดูแลเทคโนโลยีแห่งอนาคต

สยามรัฐ

อัพเดต 14 มิ.ย. เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. เวลา 14.58 น.

ดร.วาสนา จักรแก้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ ศูนย์การศึกษาลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต,ผศ.สร้อย ไชยเดช โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "ระบบควอนตัมในมิติกฎหมาย ความท้าทายและแนวทางการกำกับดูแลเทคโนโลยีแห่งอนาคต" ความว่า เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเชิงลึกที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และระบบกฎหมายของโลก โดยเฉพาะการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) การสื่อสารควอนตัม (Quantum Communication) และการเข้ารหัสข้อมูลควอนตัม (Quantum Cryptography) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อาทิเช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการกำกับดูแลเทคโนโลยีสมัยใหม่ จากการปฏิวัติดิจิทัลสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สามารถยกระดับขีดความสามารถของการประมวลผลข้อมูล การสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าวมิได้ส่งผลเฉพาะด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดคำถามเชิงกฎหมายและจริยธรรมจำนวนมาก อาทิเช่น ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล สิทธิความเป็นส่วนตัว ความรับผิดทางกฎหมายจากการใช้ระบบอัตโนมัติ และการกำกับดูแลเทคโนโลยีที่อาจจะยังไม่มีกฎหมายที่สามารถรองรับได้อย่างรวดเร็วเพียงพอและครอบคลุมได้ในทุกมิติ ซึ่งผลกระทบของเทคโนโลยีควอนตัมต่อระบบกฎหมาย มีดังต่อไปนี้

1. ความท้าทายต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมาย GDPR ของสหภาพยุโรป ที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าระบบการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบันมีความปลอดภัยเพียงพอ อย่างไรก็ตาม Quantum Computing มีศักยภาพในการถอดรหัสระบบเข้ารหัสแบบ RSA และ ECC ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลอาจเผชิญความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องพัฒนามาตรฐานการเข้ารหัสรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า Post-Quantum Cryptography เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

2. กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม กฎหมายด้านความมั่นคงไซเบอร์จึงต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ถึงแม้ประเทศไทยมีกฎหมายพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 แต่ประเด็นสำคัญที่กฎหมายจะต้องพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอเพื่อให้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลง ได้แก่ มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ยุคควอนตัม การรับรองระบบ Quantum Security การจัดการความเสี่ยงเชิงเทคโนโลยี การป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

3. ความรับผิดทางกฎหมายของระบบอัจฉริยะควอนตัม การประยุกต์ใช้ Quantum AI ในการตัดสินใจทางธุรกิจ ทางการแพทย์ หรือการบริหารภาครัฐ อาจก่อให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบ โดยมีคำถามสำคัญ ได้แก่ ใครต้องรับผิดชอบหากระบบควอนตัมตัดสินใจผิดพลาด ผู้พัฒนา ผู้ใช้งาน หรือเจ้าของระบบควรรับผิดเพียงใด การตัดสินใจโดยอัลกอริทึมควอนตัมสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ ประเด็นเหล่านี้เป็นความท้าทายสำคัญของกฎหมายเทคโนโลยีในอนาคต

4. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา Quantum Computing สามารถสร้างนวัตกรรม ออกแบบผลิตภัณฑ์ และคิดค้นสูตรทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างอัตโนมัติจึงเกิดคำถามทางกฎหมายว่า ผลงานที่สร้างโดยระบบควอนตัมสามารถได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่ ใครเป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่เกิดจากการค้นพบ โดย AI และ Quantum Computing กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ หลายประเทศเริ่มศึกษาแนวทางปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับประเด็นดังกล่าวแล้ว

Quantum Governance เป็นแนวคิดการกำกับดูแลแห่งอนาคต การกำกับดูแลเทคโนโลยีควอนตัมไม่สามารถอาศัยแนวคิดกฎหมายแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูงแนวคิด Quantum Governance จึงถูกเสนอขึ้นโดยมีหลักการสำคัญ ได้แก่ 1) การควบคุมการปรับตัว (Adaptive Regulation) กฎหมายต้องมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ตามพัฒนาการของเทคโนโลยี 2) การออกแบบที่คำนึงถึงจริยธรรม (Ethical-by-Design) การออกแบบระบบควอนตัมต้องคำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ต้น 3) ระดับความเสี่ยง (Risk-Based Regulation) การกำกับดูแลควรพิจารณาระดับความเสี่ยงของเทคโนโลยีเป็นสำคัญ 4) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation)เทคโนโลยีควอนตัมเป็นประเด็นข้ามพรมแดน จึงจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยได้มีการประกาศนโยบาย Thailand 4.0 และเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายสำหรับเทคโนโลยีควอนตัมจึงเป็นประเด็นสำคัญ แนวทางที่ควรดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำยุทธศาสตร์กฎหมายเทคโนโลยีควอนตัมแห่งชาติ การพัฒนากฎหมายรองรับ Post-Quantum Cryptography การส่งเสริมการวิจัยด้าน Quantum Law และ Quantum Governance การพัฒนาบุคลากรด้านนิติศาสตร์ดิจิทัล การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา เพราะเทคโนโลยีควอนตัมกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และกฎหมายของโลก โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงไซเบอร์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความรับผิดทางกฎหมาย และทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงถือเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศที่จะต้องร่วมมือกัน การส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน เพื่อให้สังคมสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีควอนตัมได้อย่างปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...