“ประธานธนาคารกลางยุโรป” เตือนเงินเฟ้อเริ่มลามทั่วเศรษฐกิจยุโรป ส่งสัญญาณ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ
"ประธานธนาคารกลางยุโรป" ชี้ราคาพลังงานพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจยุโรป ย้ำ ECB จำเป็นต้องเดินหน้าควบคุมเงินเฟ้อ
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 13.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่าผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเริ่มส่งผ่านไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงขยายวงกว้าง และอาจทำให้ ECB ต้องคงท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงินต่อไป
ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ France Culture เมื่อวันจันทร์ ลาการ์ดกล่าวว่า ผลกระทบทางอ้อมของเงินเฟ้อเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจยุโรปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ECB หลายรายยังไม่ปิดโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนกรกฎาคม โดย โยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าสงครามในอิหร่านจะยุติลงในเร็ววันก็ตาม
อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยเริ่มสร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนบางส่วนที่เกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรป
ลาการ์ดยอมรับว่าได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะจากฝรั่งเศส ที่มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เธอย้ำว่าภารกิจสำคัญของ ECB คือการควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้หลุดจากกรอบเป้าหมาย
"ฉันได้ยินคำวิจารณ์อยู่บ่อยครั้งว่า มาตรการเหล่านี้จะทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่หน้าที่ของฉันคือการควบคุมเงินเฟ้อ เพราะหากปล่อยให้เงินเฟ้อหลุดจากการควบคุม การดึงกลับลงมาจะยิ่งยากและมีต้นทุนสูงกว่าเดิมมาก" ลาการ์ดกล่าว
เธอเสริมว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อไม่เป็นผลดีทั้งต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ และหาก ECB ไม่ดำเนินการอย่างเหมาะสม ก็จะถือว่าไม่สามารถทำหน้าที่ตามพันธกิจหลักได้
การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐและอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ลาการ์ดกล่าวว่า หากข่าวดังกล่าวได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการและนำไปสู่การลงนามในบันทึกความเข้าใจตามที่มีรายงาน ก็ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่ควรได้รับการต้อนรับ โดยเฉพาะหากสามารถนำไปสู่การเปิดเส้นทางเดินเรือและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ
นักวิเคราะห์ มองว่าแม้ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านอาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงานในระยะต่อไป แต่ ECB ยังคงต้องเผชิญความท้าทายในการควบคุมเงินเฟ้อที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างมากขึ้น
อ้างอิง : www.bloomberg.com