“สหรัฐ” โจมตีอิหร่านวันที่ 2 ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมยกระดับสงคราม ดันน้ำมันพุ่ง
"สหรัฐ" โจมตีอิหร่านวันที่ 2 ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมยกระดับสงคราม หากอิหร่านยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้ราคาน้ำมันทะยาน
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.45 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวซึ่งเปราะบางอยู่แล้วจะล่มสลาย ขณะที่ตลาดพลังงานจับตาความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการครั้งล่าสุดดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดี Donald Trump เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือนในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่ประเทศตุรกีว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเมื่อวันอังคาร พร้อมยกเลิกข้อยกเว้นที่อนุญาตให้มีการทำธุรกรรมน้ำมันใหม่กับอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐกล่าวหาเตหะรานว่าอยู่เบื้องหลัง
ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยระหว่างวันทะยานเหนือระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนลดช่วงบวกลง หลังนักลงทุนกังวลว่าความรุนแรงอาจกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของโลก
ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "พวกเขาโจมตี เราจึงตอบโต้หนักกว่า" พร้อมยอมรับว่า ยังไม่แน่ใจว่าสงครามเต็มรูปแบบจะปะทุขึ้นอีกหรือไม่ แต่หากเกิดขึ้นก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เขายังระบุว่า แม้อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง แต่เขายังไม่มั่นใจว่าอิหร่านจะเป็นคู่เจรจาที่ไว้ใจได้หรือปฏิบัติตามข้อตกลงจริง
รายงานระบุว่า เป้าหมายของกองทัพสหรัฐในการโจมตีรอบล่าสุด ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ศูนย์บัญชาการและควบคุม ระบบเรดาร์ชายฝั่ง และขีดความสามารถด้านขีปนาวุธต่อต้านเรือของอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีการยิงขีปนาวุธร่อนโจมตีสะพานรถไฟ 2 แห่งทางตอนเหนือของอิหร่าน เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการลำเลียงทางทหาร
ด้านที่ปรึกษาของผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อิหร่านจะตอบโต้สหรัฐในทันที ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่า ได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐเมื่อวันก่อน
กองทัพคูเวตเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ขณะที่ทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างกล่าวหากันว่าละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นพื้นฐานของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและการเปิดการเจรจาสันติภาพระยะเวลา 60 วัน
ทรัมป์ยังขู่ว่า สหรัฐอาจกลับมาปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และยกระดับปฏิบัติการทางทหารด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำทะเล หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย แม้ในเวลาต่อมาเขาจะยืนยันว่า จะไม่ขัดขวางการเจรจาระหว่างผู้แทนทั้งสองฝ่าย และยังเชื่อว่าสงครามอาจไม่กลับมาปะทุอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงรอบล่าสุดยิ่งทำให้โอกาสในการเจรจาสันติภาพริบหรี่ลง โดยการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงถูกระงับ ขณะที่อิหร่านอยู่ระหว่างจัดพิธีไว้อาลัยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ให้แก่ Ali Khamenei ซึ่งเสียชีวิตในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือ ได้แก่ การบริหารจัดการความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ การปลดล็อกเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงการกลับมาเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม
อ้างอิง : www.bloomberg.com