โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไอเอ็มเอฟหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเหลือ 3% จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

เดลินิวส์

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทุนการเงินระหว่างประเทศปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ลงอีกครั้ง เหลือเพียง 3.0% โดยเตือนถึงความเสี่ยงที่ต่อเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง การแตกแยกทางการค้า และการปรับตัวของความคาดหวังในตลาดต่อปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกได้หลีกเลี่ยงภาวะตกต่ำที่รุนแรงกว่านี้ โดยความต้องการเอไอและเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้ช่วยชดเชยการลดลงอย่างมากของอุปทานพลังงาน อันเป็นผลมาจากสงคราม

การคาดการณ์การเติบโตในปีนี้ถูกหั่นลงเหลือ 3.0% ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2570 แต่ก็ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3.5% ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2567 และ 2568 ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือน เม.ย. ไอเอ็มเอฟเคยคาดการณ์การเติบโตไว้ที่ 3.1%

ไอเอ็มเอฟยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ จากเดือน เม.ย. เป็น 4.7% และกล่าวว่าควรจะลดลงเหลือ 3.9% ในปีหน้า โดยรายงานระบุว่า ราคาน้ำมันในปัจจุบันสูงกว่าก่อนสงคราม ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ถึง 25% และคาดว่าจะยังคงสูงขึ้นต่อไป

การคาดการณ์ใหม่ ซึ่งได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. สมมุติว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเริ่มเปิดอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือน ก.ค. และการจราจรจะค่อย ๆ กลับสู่ภาวะปกติก่อนสงครามภายในเดือน มี.ค. ปีหน้า โดยสมมุติว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราว 2,981 บาท)

มีการคาดการณ์ว่า การเติบโตของการค้าโลกจะชะลอตัวลงอย่างมากเหลือ 3.5% ในปี 2569 จาก 5% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่มีการเร่งดำเนินการล่วงหน้าอย่างหนัก หลังสหรัฐประกาศจะบังคับใช้ภาษีนำเข้า ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 4.3% ในปีหน้า

กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ถูกปรับลดการคาดการณ์การเติบโตลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 3.8% ในปีนี้ ขณะที่การคาดการณ์สำหรับปี 2570 ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 4.5%.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...