โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์พลิกเกม “ข้าวไทย” เน้น "คุณค่า" ไม่ใช่ "ปริมาณ" ชูข้าวรักษ์โลก-ข้าวอัตลักษณ์-ข้าวสุขภาพ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แม้ประเทศไทยจะยังเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญของโลก แต่การผลิตที่มุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียวเริ่มไม่ตอบโจทย์การแข่งขันในตลาดโลกอีกต่อไป กระทรวงพาณิชย์จึงเดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าวครั้งใหญ่ ผลักดัน

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ายกระดับภาคการผลิตข้าวไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง หวังปรับโครงสร้างการค้าข้าวจากการเน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่า เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พร้อมรับกระแสความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ของสินค้า

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อปรับโครงสร้างการค้าข้าวไทยให้สอดคล้องกับนโยบาย "ข้าวประณีต" ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านจาก "การขายปริมาณ" ไปสู่ "การขายคุณค่า"

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวคิดเป็นร้อยละ 43.3 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งประเทศ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน หรือร้อยละ 60 ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมด ขณะที่การปลูกข้าวนาปรังเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านไร่ในปี 2564 เป็น 13 ล้านไร่ในปี 2568 แม้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่ราคาข้าวกลับไม่สอดคล้อง ส่งผลให้ไทยยังเผชิญกับปัญหาการแข่งขันด้านปริมาณและมูลค่าที่ลดลง

ด้วยเหตุนี้ สนค. จึงผลักดันกลยุทธ์ "ตลาดนำการผลิต" มุ่งส่งเสริมการค้าข้าวมูลค่าสูง เพื่อตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยินดีจ่ายในราคาสูงขึ้นสำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งข้าวมูลค่าสูงออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ “ข้าวรักษ์โลก” ที่เน้นกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดรับมาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า “ข้าวอัตลักษณ์และเรื่องราว” ที่สร้างมูลค่าจากแหล่งกำเนิดและภูมิปัญญาท้องถิ่น และ “ข้าวสุขภาพ” ที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุและผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

ผลการศึกษาตลาดโลกพบว่า ความต้องการข้าวมูลค่าสูงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยตลาดข้าวอินทรีย์และข้าวคาร์บอนต่ำมีมูลค่าราว 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 ส่วนตลาดข้าวหอมและข้าวอัตลักษณ์มีมูลค่า 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเป็น 20,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่กลุ่มข้าวเพื่อสุขภาพมีความต้องการสูงที่สุดในตลาดข้าวพรีเมียม อยู่ที่ประมาณ 1.0-1.9 ล้านตันต่อปี โดยตลาดอาหารสุขภาพในเอเชียตะวันออกมีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 17.4 ในช่วงปี 2567-2568 จากปัจจัยด้านสังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ผลการศึกษาจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวไทย ตั้งแต่การปฏิรูประบบพันธุ์ข้าวและการรับรองมาตรฐาน การเพิ่มสภาพคล่องและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการแปรรูป ตลอดจนการสร้างอุปสงค์ การคุ้มครองตราสินค้า และการขยายโอกาสเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับข้าวไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกด้วยมูลค่า มากกว่าการแข่งขันด้วยปริมาณเพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...